หนึ่งในผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะยอดนิยม นอกเหนือจากนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ (Smart Watch) หนีไม่พ้นสายรัดข้อมืออัจฉริยะ (Smart Band) ที่มุ่งเน้นฟีเจอร์ด้านสุขภาพกึ่งนาฬิกาข้อมือภายใต้รูปโฉมเรียบหรู

หลาก&หลาย

Watch6 Classic Vs. Fit3

ซัมซุง ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากเกาหลีใต้ ยังคงเดินหน้าต่อยอดกลุ่มผู้ใช้ข้างต้นด้วยผลิตภัณฑ์สายรัดข้อมืออัจฉริยะ รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ซัมซุง กาแล็กซี ฟิต 3 (Samsung Galaxy Fit3) ซึ่งทางผู้รีวิวมีโอกาสทดลองใช้ราว 2 สัปดาห์ จึงนำประสบการณ์ใช้งานมาฝากกัน

ความโดดเด่นของสมาร์ตแบนด์รุ่นนี้ หรือฟิตเนสแบนด์ ก็ตามแต่จะเรียกกัน มีหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่ใหญ่ถึง 40 มิลลิเมตร (1.6 นิ้ว) มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งขอบมน สามารถติดตามสุขภาวะการนอนหลับได้ มีโหมดติดตามรูปแบบการออกกำลังกายกว่า 100 แบบ

หลาก&หลาย

จอใหญ่ แบตฯ อึด รองรับกิจกรรมกว่า 100 แบบ

แบตเตอรี่สุดอึดยาวนานเกิน 10 วัน ขนาด 159 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) กันน้ำกันฝุ่นด้วยมาตรฐาน IP68 รองรับสัญญาณสื่อสารแบบ Bluetooth 5.3 ทั้งหมดในราคาเข้าถึงง่ายเพียง 1,990 บาทเท่านั้น มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Pink Gold, Black และ White เรียกได้ว่า ถูกและดีอย่างเหลือเชื่อ

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง นอกเหนือจากตัวเรือนฟิตเนสแบนด์แล้ว จะมีเพียงชาร์จเจอร์แบบเฉพาะที่ทางซัมซุงแถมมาให้ โดยสายเคเบิลชนิดนี้ค่อนข้างจำเพาะและไม่ควรทำหาย สามารถเสียบกับชาร์จเจอร์ที่ USB-C หรืออุปกรณ์อื่น เช่น คอมพิวเตอร์พีซีและโน้ตบุ๊กที่มี USB-C เพื่อชาร์จได้ ที่เหลือเป็นเอกสารคู่มือ

ตัวเรือนฟิตเนสแบนด์ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมผิวหยาบ ขนาดกว้าง 2.88 ยาว 4.29 หนา 0.99 เซนติเมตร น้ำหนัก 36.8 กรัม จอแสดงผลความละเอียด 256 x 402 พิกเซล มีปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวที่ด้านข้างเป็นรูปแคปซูล

หลาก&หลาย

เซ็นเซอร์ด้านหลัง

ภายในบรรจุเซ็นเซอร์ไว้หลายชนิด ได้แก่ Accelerometer, Barometer, Gyro, Optical Heart Rate Sensor และ Light Sensor ส่วนสายรัดข้อมือจะเป็นสีเดียวกันกับตัวเรือน ทำจากวัสดุซิลิโคน (สายที่มากับเครื่อง)

ผู้ทดสอบพบว่า ความรู้สึกที่ได้จากการสวมใส่ฟิตเนสแบนด์รุ่นนี้ ให้ความสบาย ไม่หนักข้อมือ รวมถึงรูปโฉมภายนอกที่ตัวเครื่องไม่หนามาก และให้ความรู้สึกเรียบหรูเกินราคาอย่างมาก

ตลอดจนหน้าจอ AMOLED ที่สว่างเพียงพอต่อการมองเห็นได้ชัดเจนแม้กลางสภาพอากาศแดดเปรี้ยงแบบเมืองไทยขณะนี้

Galaxy Fit3 ใช้ระบบปฏิบัติการ FreeRTOS ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อแตกต่างจากซัมซุง กาแล็กซี วอตช์6 (Samsung Galaxy Watch6) นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดของค่ายที่รันบน Wear OS ของซัมซุงเอง และมีหน้าจอแบบ Super AMOLED ซึ่งมีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว

หลาก&หลาย

เก็บสายเข้าใน

การเก็บสายของ Galaxy Fit3 ใช้วิธีการสอดเก็บเข้าไปด้านในดูเรียบร้อยดี ซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย (เช่นผู้ทดสอบ) อาจเสี่ยงต่อการเกิดผื่นแพ้ผิวหนัง หรือลมพิษจากการกดทับเป็นเวลานานบริเวณปลายสายที่กดเนื้อเข้าไปมากกว่าสายส่วนอื่น

รวมถึงบริเวณด้านหลังตัวเรือนฟิตเนสแบนด์ มีลักษณะยื่นออกมาจากตัวเรือนเล็กน้อย ช่วยให้เซ็นเซอร์กดลงไปประชิดผิวหนังได้ดีขึ้น แน่นอนไม่เป็นปัญหากับคนทั่วไป ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ แต่สำหรับผู้ที่ผิวบางแพ้ง่าย การใส่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการคัน หรือแพ้ได้

 

Watch6 มีปัญหาในส่วนนี้น้อยกว่ามาก เพราะนอกจากไม่มีเซ็นเซอร์ที่นูนออกมาจากตัวเครื่องแล้ว สายรัดไม่มีการสอดกลับเข้าไปภายใน ทำให้การกระจายแรงกดทับทุกส่วนทำได้ดีกว่า

หลาก&หลาย

ถอดเปลี่ยนสาย ง่ายนิดเดียว

แน่นอนว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการซื้อสายรัดข้อมือแบบใหม่มาใช้ (แนะนำสายผ้าสำหรับผิวบาง) เพราะ Fit3 นั้นสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มที่แต่ละด้านของเครื่องสายก็จะหลุดออกมา แต่สายของ Fit3 กับ Watch6 ใช้ร่วมกันไม่ได้

Fit3 สามารถใส่ได้ทั้งข้อมือซ้ายและขวาหลังเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น Galaxy Wearable ระบบจะถามก่อนทันทีว่าต้องการใส่ข้อมือด้านใด โดยในแอพฯ นี้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าฟีเจอร์และปรับรูปแบบกราฟิกบนหน้าจอได้ ซึ่งทางซัมซุงมีมาให้เลือกแบบจุใจ (แบบฟรีมากกว่า Watch6 เสียอีก)

หลาก&หลาย

สั่งการผ่านฟิตเนสแบนด์

ส่วนข้อมูลสุขภาพ ผู้ใช้สามารถติดตามได้ผ่านแอพฯ Samsung Health โดยทั้งสองแอพฯ มีติดเครื่องสมาร์ตโฟนซัมซุงมาให้อยู่แล้ว แต่หากไม่ได้ใช้โทรศัพท์ซัมซุง ก็สามารถไปดาวน์โหลดมาได้ฟรี ไม่เฉพาะแต่ Andriod OS แต่รวมถึง iOS สำหรับผู้ใช้ Apple iPhone ด้วย แตกต่างจาก Watch6 ที่ไม่รองรับ iOS

ความประทับใจที่สุดของผู้ทดสอบนอกเหนือจากดีไซน์เรียบหรูกะทัดรัด เป็นระยะเวลาจากแบตฯ ของ Fit3 ที่ทางซัมซุงโฆษณาไว้ว่าอยู่ได้ถึง 13 วันโดยไม่ต้องชาร์จ โดยจากการทดสอบนั้น ผู้ทดสอบไม่ต้องชาร์จฟิตเนสแบนด์รุ่นนี้แม้แต่ครั้งเดียวตลอดสัปดาห์ เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ Watch6 เรือนละหมื่น

หลาก&หลาย

กราฟิกหน้าจอให้เลือกฟรีเพียบ

นอกจากนี้ ความสามารถของ Fit3 เมื่อเทียบกับ Watch6 แล้วเรียกได้ว่าแทบจะทำได้ทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าวัดการออกกำลังกาย การวัดชีพจร และการติดตามสุขภาวะการนอน

จุดที่ด้อยกว่ามีในส่วนของการวัดค่าสุขภาพ เช่น ความเครียด ปริมาณออกซิเจนในเลือด และความดันโลหิตที่ Fit3 ไม่มีเหมือน Watch 6 (แต่ค่าตรวจวัดเหล่านี้เป็นแค่ค่าเบื้องต้นและไม่สามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์ได้)

นอกเหนือไปจากฟีเจอร์ด้านสุขภาพและความ (เกือบจะ) เป็นสมาร์ตวอตช์ในตัว เช่น การควบคุมพื้นฐานสำหรับสมาร์ตโฟน และดีไซน์บางเบาเหมาะกับกิจกรรมออกกำลังกายแล้ว Fit3 ยังมีระบบตรวจจับการหกล้ม โดยระบบจะถามทันทีว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หากใช่ ระบบจะโทร.หาหน่วยฉุกเฉินตามที่ตั้งค่าไว้ทันที

หลาก&หลาย

นอกจากนี้ หากผู้ใช้อยู่ในสถานการณ์คับขันก็สามารถแชร์ตำแหน่งที่ตั้งพร้อมข้อมูลสุขภาพส่วนตัว อาทิ ยาประจำตัว โรคประจำตัว และยาที่แพ้ ไปยังหน่วยฉุกเฉินได้ด้วยการกดปุ่มควบคุมเพียง 5 ครั้งติดต่อกัน

หลาก&หลาย

ติดตามสุขภาวะการนอนหลับ

ผู้ทดสอบมองว่า แม้กระแสความนิยมต่อฟิตเนสแบนด์โดยรวมจะเริ่มลดน้อยลงกว่าสมาร์ตวอตช์ ทว่า จุดเด่นที่สมาร์ตวอตช์ไม่มีวันสู้ได้ คือความคุ้มค่าด้านฟีเจอร์กับราคา

Galaxy Fit3 เป็นสมาร์ตแบนด์ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าที่สุดที่ซัมซุงเคยวางจำหน่าย เหมาะกับผู้กำลังมองหานาฬิกาข้อมือที่เหมาะกับการใช้ชีวิตทะมัดทะแมง ตรวจวัดสุขภาพพื้นฐานได้ ดีไซน์เรียบหรู แบตอึดไม่ต้องชาร์จบ่อย และราคาเข้าถึงง่าย

ทั้งหมด ทำให้ Fit3 เป็นหนึ่งในฟิตเนสแบนด์ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าที่สุดชั่วโมงนี้

ทีมข่าวสดไอที
จันท์เกษม รุณภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน