นอกจากสินค้าเรือธงอย่าง iPhone 16 series ซึ่งแอปเปิ้ล ผู้พัฒนาสินค้าไอทีชื่อก้องโลกเปิดตัวใน Apple Event ที่กล่าวถึงไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังมีสินค้าอื่นน่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่ นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ Apple Watch Series 10, Apple Watch Ultra 2 รวมถึงหูฟังรุ่น AirPods 4, AirPods Pro 2 และ AirPods Max
Apple Watch Series 10 เป็น Apple Watch ขนาดบางที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใส่สบายยิ่งขึ้น มาพร้อมจอภาพใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าที่สุดในบรรดา Apple Watch ทั้งหมด ยังมีการชาร์จที่เร็วขึ้น การวัดความลึกและอุณหภูมิน้ำ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและฟิตเนสใหม่ๆ และความชาญฉลาดที่มากับระบบปฏิบัติการ watchOS 11

Apple Watch Series
Apple Watch Series 10 มีให้เลือกทั้งแบบอะลูมิเนียมและไทเทเนียม ในหลากหลายสีสันและผิวสัมผัสที่สวยงามโดดเด่น ไม่ว่าสีดำเจ็ตแบล็กในผิวสัมผัสอะลูมิเนียมแบบขัดเงาใหม่ ที่ทั้งเพรียวบางและแวววาวสะดุดตา หรือจะเป็นตัวเรือนไทเทเนียมใหม่ในสีธรรมชาติ สีทอง และสีเทาสเลต ที่ส่องประกายน่าทึ่งราวอัญมณี
Apple Watch Series 10 จะมีความบางกว่า Apple Watch Series 7, Series 8 และ Series 9 เกือบร้อยละ 10 นอกจากมีครบทุกความสามารถสุดล้ำที่ผู้ใช้ชื่นชอบแล้ว ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาโดยที่แบตเตอรี่ยังใช้งานได้นานตลอดวันสูงสุด 18 ชั่วโมงเช่นเคย
ฝาหลังผลิตจากโลหะสุดล้ำ ผสานเสาอากาศเข้ากับฝาครอบตัวเรือน เพื่อรวมส่วนประกอบทั้งสองชั้นเป็นหนึ่งเดียว โดยที่วัสดุ ผิวสัมผัส ตลอดจนสีของฝาหลัง เข้ากันกับส่วนที่เหลือของตัวเรือนอย่างลงตัว จนดูเหมือนนาฬิกาเรือนนี้ผลิตขึ้นจากโลหะชิ้นเดียว
ด้าน SiP รุ่น S10 ใหม่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่บางลง ทั้งยังออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และความชาญฉลาดอีกด้วย
SiP รุ่น S10 และ Neural Engine แบบ 4-core ในตัวถือเป็นขุมพลังขับเคลื่อนคุณสมบัติอันชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นคำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” Siri บนอุปกรณ์ การป้อนตามคำบอก หรือการตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ

ตลอดจนคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่สำคัญ อย่างการตรวจจับการชนกัน การตรวจจับการล้ม รวมถึงวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะที่อัพเดตใหม่ หน้าปัดรูปภาพที่ออกแบบมาใหม่ และแอปแปลภาษาใน watchOS 11 ด้วย
จอภาพที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ใช้มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 4, Series 5 และ Series 6 และเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 7, Series 8 และ Series 9

จอ OLED มุมกว้าง สว่างไสว
ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ Apple รุ่นแรกที่มีจอภาพ OLED แบบมุมกว้าง ช่วยให้แต่ละพิกเซลเปล่งแสงออกมาได้มากขึ้นในมุมมองกว้างกว่าเดิม จอภาพจึงสว่างกว่า Series 9 สูงสุดร้อยละ 40 เมื่อมองจากด้านข้าง และอ่านได้ง่ายขึ้นเพียงเหลือบมอง ประหยัดพลังงานกว่าเดิม พร้อมอัตรารีเฟรชขณะอยู่ในโหมด การแสดงผลแบบติดตลอดเร็วขึ้นจากทุก 1 นาที เป็นทุก 1 วินาที
นอกจากนี้ ฝาหลังโลหะแบบใหม่ของ Apple Watch Series 10 มาพร้อมขดลวดสำหรับการชาร์จที่ใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการชาร์จ 15 นาทีช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน หรือชาร์จ 8 นาทีเพื่อติดตามการนอนหลับได้สูงสุด 8 ชั่วโมง
การชาร์จเร็วยังทำให้ผู้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุดร้อยละ 80 ในเวลาเพียง 30 นาทีด้วย

ชาร์จผ่าน USB-C พร้อมปุ่มควบคุม ANC ใช้สะดวก
ส่วน Apple Watch Ultra 2 ใหม่สำหรับขาลุยจะมี GPS แม่นยำที่สุดบนนาฬิกาสปอร์ต จอภาพสว่างที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ Apple ทั้งหมด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมงเมื่อใช้งานปกติ หรือสูงสุด 72 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน

Apple Watch Ultra-2

บางสุดเท่าที่เคยมีมา
พร้อม watchOS 11 ระบุข้อมูลเชิงลึกสุดล้ำจากคุณสมบัติความหนักเบาในการฝึก และแอปสัญญาณชีพ แอปน้ำขึ้น-น้ำลง ตัวเลือกการปรับแต่งใหม่สำหรับปุ่มแอ๊กชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย
ยังมีสายแบบ Milanese Loop ไทเทเนียมใหม่สำหรับ Apple Watch Ultra ที่ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมทางน้ำ พร้อมมอบความเบาสบายและความหรูหราในทุกโอกาส
ตลอดจน Apple Watch Hermes Ultra 2 แบบใหม่หมดที่ผสมผสานความทนทาน และคุณสมบัติของ Apple Watch Ultra 2 เข้ากับสายนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินเรือและหน้าปัดนาฬิกา Hermes สุดพิเศษ

สาย Milanese Loop และ Link Bracelet สุดหรูเข้ากับ Apple Watch Series 10
มาดูหูฟังกันบ้าง กลุ่มผลิตภัณฑ์ AirPods ใหม่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ล่าสุด และฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนแบบแอ๊กทีฟ (Active Noise Cancellation – ANC) ทั้งใน AirPods 4 และ AirPods Max สีสันใหม่
เริ่มที่ AirPods 4 ใหม่ หูฟังดีไซน์แบบ open-ear ล้ำสมัยและใส่สบายที่สุดที่ Apple เคยรังสรรค์มา แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ AirPods 4 ปกติ (ไม่มี ANC) และ AirPods 4 ที่มีฟีเจอร์ดังกล่าว
แอปเปิ้ลระบุว่า AirPods 4 มาพร้อมการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ด้านคุณภาพเสียง มีโครงสร้างเสียงอะคูสติกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบคำนวณเสียงที่มีความผิดเพี้ยนต่ำ รวมถึงตัวขยายช่วงสัญญาณเสียงไดนามิกสูง เพิ่มระบบเสียงตามตำแหน่ง และระบบติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะแบบไดนามิกเพื่อเสียงสมจริงที่สุด

AirPods 4 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน
ชิพ H2 ช่วยปลดล็อกประสบการณ์ด้านเสียงอันชาญฉลาดของ AirPods 4 ที่มีเพียง Apple Silicon เท่านั้นที่ทำได้ เช่น การแยกเสียงที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดยิ่งขึ้นในทุกสภาพแวดล้อม
และการใช้งาน Siri ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตอบรับด้วยการพยักหน้าหรือปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเบาๆ เพื่อโต้ตอบกับการแจ้งเตือนจาก Sir
AirPods 4 ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์แรงกดใหม่บนก้านหูฟัง เพื่อสั่งงานให้เล่นหรือหยุดพักเสียงหรือเพลง รวมถึง ปิดเสียงหรือวางสายได้ด้วยการกดแบบ quick press
นอกจากนี้ ชิพ H2 ยังช่วยให้ AirPods 4 เหมาะอย่างยิ่งกับการเล่นเกม ด้วยการถ่ายทอดเสียงแบบไร้สายที่มีความหน่วงต่ำ และคุณภาพเสียงสนทนาที่ยอดเยี่ยมในการแช็ตกับเพื่อนร่วมทีม หรือผู้เล่นคนอื่น รวมถึงการรองรับเสียงคุณภาพระดับ 16 บิต ที่มีความละเอียด 48 กิโลเฮิร์ตซ์ (kHz)
ปิดท้ายด้วยหูฟัง AirPods Max ที่เป็นแบบ over-ear มาในสีมิดไนต์ สีสตาร์ไลต์ สีฟ้า สีม่วง และสีส้ม พร้อมหัวชาร์จแบบ USB-C เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

AirPods Max มาพร้อมสีใหม่
AirPods ทั้งหมดยังออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ดีไซน์ใหม่ของ AirPods 4 ใช้แร่โลหะหายากรีไซเคิลทั้งหมดในแม่เหล็กทุกชิ้น และทองคำรีไซเคิลทั้งหมดในการเคลือบแผงวงจรพิมพ์หลายชิ้น
ส่วนเคสก็ใช้ดีบุกรีไซเคิลทั้งหมดในโลหะบัดกรีของแผงวงจรหลัก และอะลูมิเนียมรีไซเคิลทั้งหมดในบานพับ AirPods 4 ปราศจากสารที่อาจเป็นอันตราย เช่น สารปรอท, BFR และ PVC

ไลฟ์สไตล์อัลตราขาลุย
และนับเป็นครั้งแรกสำหรับ AirPods ที่บรรจุภัณฑ์ใช้วัสดุทำจากเยื่อไม้ทั้งหมด ซึ่งทำให้ Apple เข้าใกล้เป้าหมายในการขจัดพลาสติกออกจากบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดภายในปีค.ศ.2025
นอกจากนี้ Apple ยังลดขนาดบรรจุภัณฑ์ลงถึงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ช่วยลดการปล่อยก๊าซจากการขนส่งและเข้าใกล้คำมั่นสัญญาของ Apple ในการมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 ด้วย
ทีมข่าวสดไอที
ภาพ – แอปเปิ้ล