มาตามนัดกับสมาร์ตโฟนเล่นเกม หรือเกมมิ่งโฟน อย่าง เอซุส อาร์โอจี โฟน 9 ซีรีส์ (Asus ROG Phone 9 Series) มือถือเรือธงใหม่สำหรับเกมเมอร์ ในตระกูล Republic Of Gamers (ROG) จากค่ายเอซุส ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากเกาะไต้หวัน หนึ่งในแบรนด์ขวัญใจคนไทย
เพิ่งเปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ ROG Phone 9 FE, ROG Phone 9 Pro และ ROG Phone 9 Pro Edition ที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมระบายความร้อน Aero Active Cooler X Pro

ดีไซน์ภายนอกของ ROG Phone 9 Pro Edition ที่ผู้ทดสอบได้มาทดลองใช้ หล่อเหลาโฉบเฉี่ยว เอซุสแต่งรายละเอียดมาใหม่ โดยเฉพาะบริเวณโมดูลกล้องถ่ายภาพเป็นจุดต่างชัดเจนที่สุดจากรุ่นก่อนหน้า

โมดูลกล้อง
ตัวเครื่องกว้าง 76.8 ยาว 163.8 บางเพียง 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนักสุทธิ 227 กรัม ถือว่าขนาดกะทัดรัด น้ำหนักกำลังดี ตัวเครื่องสีดำ Phantom Black เคลือบผิวด้านหลังด้วยเทคโนโลยีนาโนคริสตัล จับแล้วรู้สึกหรูหรานุ่มนวล เป็นผิวด้านไม่เป็นรอยนิ้วมือ วัสดุเป็นอะลูมิเนียม เสริมแกร่งด้วยกระจก Gorilla Glass ที่ด้านหลัง

ROG Chill Case
ผสานลวดลายเส้นตัดทแยงและ AniMe Vision ใหม่ ไฟเอกลักษณ์ Mini-LED จัดเรียงตัวแบบ dot matrix ถึง 648 ดวง (รุ่นก่อน 341 ดวง) แสดงผลเป็นสีขาวและแดง เลือกได้ตามความประสงค์ผู้ใช้
ทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง AniMe Play เป็นการเล่นเกมคลาสสิคอย่าง Brick Smasher, Snake Venture, Aero Invaders และ Speedy Runner ที่ด้านหลังเครื่องได้ ช่วยรำลึกความหลังเกมสมัยปี 80 และ 90
การประกอบแน่นหนา ผ่านมาตรฐาน IP68 กันฝุ่นละอองเข้าภายใน และกันน้ำเข้าได้ลึกสุด 1.5 เมตร ไม่เกิน 30 นาที อย่างไรก็ดี แม้พื้นหลังของเครื่องจะดูดีและให้ความรู้สึกนุ่มมือ แต่ค่อนข้างลื่น แนะนำให้หาเคสใส่

AniMe Vision สุดเท่
ROG Phone 9 หน้าจอขนาด 6.78 นิ้ว แบบ LTPO AMOLED ภายใต้กระจกนิรภัย Gorilla Glass Victus 2 ให้ความสว่างสูงสุดถึง 2,500 nits ครอบคลุมพื้นที่บนเครื่องร้อยละ 88.2 ด้วยอัตราส่วนภาพ 20:9
ความหนาแน่นพิกเซล 388 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) รองรับความถี่อัตโนมัติตั้งแต่ 1 ถึง 120 เฮิร์ตซ์ (Hz) และรับความถี่ภาพสูงสุดได้ถึง 185 Hz โดยการทดสอบพบว่า สามารถมองเห็นได้คมชัดแม้ในที่สว่างจ้า
เรือธงเกมมิ่งโฟนจากเอซุสรุ่นนี้ ยังมากับระบบเสียงทรงพลังน่าประทับใจด้วยลำโพงสเตอริโอ ผ่านการปรับแต่งเสียงจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากค่าย DIRAC ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ประเทศสวีเดน ผสานการทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ให้คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio
สามารถปรับเสียงพุ่งเข้าหาตัวผู้ใช้ได้ (Front-Facing) เมื่อใส่เคสของ ROG และให้เสียงกระหึ่มยิ่งขึ้นเมื่อใช้คู่กับพัดลมระบายความร้อนอย่าง AeroActive Cooler X Pro ภายในมีซับวูฟเฟอร์ในตัว ช่วยขับเสียงย่านต่ำให้หนักแน่น และได้เบสลูกโตกว่าเดิมถึงร้อยละ 23.9
เสียงกลางเด่น เวทีเสียงกว้าง แยกเครื่องดนตรีได้เด็ดขาด ย่านสูงไม่แหลมบาดหู ไม่พบเสียงแตกเมื่อเปิดดังสุด เรียกว่าใส่ AeroActive Cooler X Pro แล้วเสียงกลายเป็นบูมบ็อกซ์ตัวเล็กๆ เลยทีเดียว จะเล่นเกม ฟังเพลง หรือดูภาพยนตร์ก็ได้อารมณ์จริงจัง

AeroActive Cooler X Pro
ขึ้นชื่อว่าเกมมิ่งโฟนต้องมาพร้อมขีดสุดของขุมพลัง ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Elite ชิพเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายควอลคอมม์ สหรัฐอเมริกา ผลิตจากสถาปัตยกรรมขนาด 3 นาโนเมตร ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียูแบบ 8 คอร์ และหน่วยประมวลผลกราฟิกรุ่น Adreno 830
ซีพียูแบ่งเป็น 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ Oryon V2 Phoenix L จำนวน 2 คอร์ มีความถี่สัญญาณนาฬิกาถึง 4.32 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) และ Oryon V2 Phoenix M อีก 6 คอร์ ความถี่ 3.53 GHz เพิ่มพลังทะลุขีดจำกัดด้วยการโอเวอร์คล็อกผ่านระบบ X Mode จากแอปพลิเคชั่น Armory Crate ของเอซุส เอกสิทธิ์เฉพาะ ROG Phone เท่านั้น

Armoury Crate และ X Mode
หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5X ขนาดสูงสุด 24 กิกะไบต์ (GB) ที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) บนมาตรฐานใหม่อย่าง UFS 4.0 สูงสุด 1 เทร่าไบต์ (TB)

Qualcomm Snapdragon 8 Elite SoC
ผลทดสอบเบนช์มาร์กซีพียูด้วยแอป Geekbench 6 ได้คะแนนประมวลผลคอร์เดียว 2,018 แต้ม และหลายคอร์ 7,958 แต้ม หลังเปิด X Mode ได้คะแนนเพิ่มเป็น 3,148 แต้ม และ 10,045 แต้มตามลำดับ ส่วนเบนช์มาร์กจีพียูจากแอปเดียวกันได้คะแนน 11,505 แต้ม หลังเปิด X Mode คะแนนพุ่งไปถึง 20,073 แต้ม หาแรงกว่านี้ไม่มีอีกแล้วชั่วโมงนี้!
การทดสอบเล่นเกมไม่ว่าจะเป็น Girl’s Frontline 2 จากค่าย Mica ประเทศจีน ไปจนถึง Honkai Star Rail และ Genshin Impact จากค่าย Congnosphere (miHoYo ประเทศจีน) ตลอดจน Blue Archive จากค่าย MX Studio ประเทศเกาหลีใต้ สามารถเล่นได้นานเกิน 30 นาทีขึ้นไปโดยไม่พบปัญหาความร้อน
สมราคาคุยจากทางเอซุสเกี่ยวกับระบบระบายความร้อน GameCool 9 โดยทางเอซุส ระบุว่า วางโครงสร้างการระบายความร้อนเป็น 5 ส่วน เริ่มจากการวางตำแหน่งชิพไว้ที่กึ่งกลางตัวเครื่อง ดึงความร้อนออกจากชิพโดยตรงด้วย Rapid-cooling Conductor และสารนำความร้อนประสิทธิภาพสูง “โบรอนไนไตรด์”
ส่งผ่านความร้อนไปยังชุด Vapor Chamber ที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าตัวชิพถึงสามเท่า ประกบด้วยแผ่นกราไฟต์ขนาดใหญ่กว่าเดิมร้อยละ 57 ทั้งบนและล่าง ทำหน้าที่กระจายความร้อนออกสู่ภายนอกได้ดีขึ้นร้อยละ 12

ROG Tessen
ทว่า หากต้องการเล่นนานๆ ก็สามารถติดตั้งพัดลมระบายความร้อน AeroActive Cooler X Pro ที่มีความยาวใบพัดของตัวพัดลมยาวขึ้นร้อยละ 12.5 มาพร้อมกับระบบ Thermoelectric AI Cooling System ที่มีแผ่นเพลเทียร์อยู่ภายใน และปรับโหมดการทำงานได้อย่างชาญฉลาดผ่านแอป Armoury Crate
ยังไม่นับฟีเจอร์ AI ด้านการเล่นเกมที่เอซุสใส่มาแน่นๆ อาทิ X Sense 3.0 รองรับเกมยอดนิยมช่วยเก็บของอัตโนมัติ ล็อกการวิ่ง และข้ามบทสนทนา (สาวก Genshin ชอบสิ่งนี้) X Capture ที่ใช้ AI บันทึกคลิปและภาพเหตุการณ์สำคัญๆ เช่น เวลากดกาชาได้ตัวละครตัวโปรด
AI Grabber ช่วยทำสำเนาคีย์เวิร์ดสำคัญไว้ไปหาบทสรุปในโลกออนไลน์ ไปจนถึง AI Noise Cancellation ที่ใช้ AI ตัดเสียงรบกวนภายนอกขณะผู้เล่นกำลังสนทนาภายในเกมด้วย ขณะที่ฟีเจอร์เอกลักษณ์อย่าง AirTrigger, USB-C side port ยังอยู่ครบทุกประการ
ROG Phone 9 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,800 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง การทดสอบพบว่ามีระยะเวลาใช้งานค่อนข้างดี สามารถใช้งานต่อเนื่องนานกว่า 16 ชั่วโมง (แบ่งเป็นเล่นเกมสะสมรวมกว่า 10 ช.ม.)
โดยทางเอซุสแถมชาร์จเจอร์ขนาด 65 วัตต์ (ขนาดสูงสุดที่รองรับ) มาให้ ใช้เวลาชาร์จจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ราว 50 นาที และสามารถชาร์จได้เกือบครึ่งหนึ่ง ด้วยเวลาเพียง 15 นาที ทั้งยังรองรับชาร์จไร้สายกำลังไฟสูงสุด 15 W

Girl’s Frontline 2
ปิดท้ายด้วย กล้องถ่ายภาพขับเคลื่อนด้วยพลังของเอไอ ประกอบด้วยเลนส์ 3 ชิ้น ได้แก่ เลนส์หลักความละเอียดภาพ 50 ล้านพิกเซล (MP) เลนส์อัลตราไวด์ความละเอียดภาพ 13MP และเลนส์ซูมความละเอียดภาพ 32MP สามารถซูมแท้ได้ 3x และซูมเทียมได้ 30x คุณภาพโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี โดยเฉพาะภาพซูมแท้
ผู้ทดสอบ มองว่า ROG Phone 9 จากค่ายเอซุส เป็นเกมมิ่งโฟนที่แทบจะสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการเล่นเกมบนมือถือที่ยอดเยี่ยมที่สุด น่าเสียดายที่ทางเอซุสจะการันตีอัพเกรดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาเพียง 2 ปี และกล้องถ่ายภาพก็ยังเป็นจุดอ่อนที่สุดของเกมมิ่งโฟนตระกูลนี้
แต่ทั้งหมดชดเชยประสบการณ์เล่นเกมที่ไม่มีแบรนด์ใดเทียบได้ บรรดาคอเกมที่ต้องการมือถือไว้สำหรับเล่นเกมเป็นหลัก ROG Phone 9 คือที่สุดของชั่วโมงนี้
วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย สนนราคา 29,990 บาทขึ้นไป
ทีมข่าวสดไอที
จันท์เกษม รุณภัย