สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ประพาส‘น้ำตกห้วยยาง’
เช่นเมื่อครั้งวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2502 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสน้ำตกห้วยยาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์


ต่อมาได้เสด็จประพาสอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเสด็จทอดพระเนตรธรรมชาติ ทรงเสวยพระกระยาหารกลางวัน ทรงปี่คาริเนตร่วมกับผู้ติดตามอย่างทรงพระเกษมสำราญ และสรงพระวรกายในสายน้ำอันใสเย็น เพื่อผ่อนคลายพระอิริยาบถ ณ บริเวณน้ำตกห้วยยางชั้น 3

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใย และเข้าพระทัยดีว่าป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร มีความสำคัญต่อชีวิตคนอย่างไร จะทรงสอนข้าราชบริพารเสมอให้ช่วยรักษาป่า


“….น้ำตกนี่แหละคือคุณสมบัติของป่า ที่เราต้องมีป่าเอาไว้ก็เพื่อช่วยบรรยากาศให้มีความสมดุลกัน ฝนตกต้องตามฤดูกาล การที่เราตัดไม้กันหมด นี่ไม่ใช่ทำให้ไม้หมดจากป่าไปเท่านั้นมันหมายถึงเราทำลายสภาพบรรยากาศทั้งหมดด้วย….” พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2526
ประทับ‘พลายคำหมื่น’
เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรทัศนียภาพอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เมื่อเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2498

นายทนง สุวรรณสิงห์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเลย ถ่ายทอดความปลื้มปีติและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะบุตรของควาญช้างผู้มีโอกาสถวายการรับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า
“การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทั้งสองพระองค์ได้มีพระราชประสงค์ที่จะประทับช้างร่วมกันเพียงเชือกเดียว คือ “พลายคำหมื่น” ซึ่งเป็นช้างที่มีลักษณะดี มีความเชื่อง และมีนิสัยไม่ดุร้าย โดยมีบิดาของผู้เล่าเรื่องทำหน้าที่เป็นควาญช้างถวายการรับใช้”

นายทนงเล่าอีกว่า บิดาได้รับมอบหมายให้นำช้างไปรับเสด็จที่ “เกย” และนำเสด็จฯ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนภูกระดึง เช่น น้ำตกและทุ่งหญ้า ใช้เวลารวมกว่า 3 ชั่วโมงบนภู ซึ่งในช่วงหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระเมตตาสอบถามถึงอาหารของช้าง และทรงสังเกตเห็นความน่ารักของพลายคำหมื่น โดยทรงรับสั่งว่า “ขนตางอนจังเลย”
เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่ผู้ถวายการรับใช้ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญที่ระลึกการเสด็จฯ ครั้งนี้แก่ควาญช้างด้วย
นับเป็นภาพและเรื่องราวแห่งความจงรักภักดีที่ชาวจ.เลยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
และเป็นภาพมงคลที่ถูกสำเนาและขยายผลไปติดตั้งตามบ้านเรือนของชาวจ.เลยทุกอำเภอจวบจนปัจจุบัน
ยลโฉม‘บุปผาราชินี’
“บุปผาราชินี” ทุ่งดอกไม้ป่านามพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บานสะพรั่งบนวนอุทยานน้ำตกผาหลวง จ.อุบลราชธานี

เป็นผลแห่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม
นักท่องเที่ยวต่างมายังวนอุทยานน้ำตกผาหลวง ต.นาเลิน อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูโหล่นในท้องที่ ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร และต.นาเลิน ต.หนามแท่ง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เพื่อมาชมความงดงามของดอกไม้นามพระราชทาน ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานนามมงคลให้ 5 ชนิด


เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรและทรงศึกษาพันธุ์ดอกไม้ป่า ณ บริเวณทุ่งดอกไม้ป่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติผาแต้ม หน่วยที่ 1 (สร้อยสวรรค์) จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2548 และทรงพระราชทานนามดอกไม้ป่า 5 ชนิด ได้แก่ สร้อยสุวรรณา ดุสิตา ทิพเกสร สรัสจันทร มณีเทวา

สร้อยสุวรรณา มีสีเหลืองทอง เป็นพืชกินแมลง มีสรรพคุณแก้ไข้ บำรุงเลือด รักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะ
ดอกดุสิตา พันธุ์ไม้พระราชทานนาม มีสีม่วงเข้มถึงน้ำเงินจากทุ่งดอกไม้ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพืชกินแมลง

ทิพเกสร พันธุ์ไม้พระราชทานนาม สีม่วงอ่อนแกมชมพู พบขึ้นอยู่ตามบริเวณลานหินทรายน้ำขังและพื้นที่โล่งชุ่มน้ำเป็นไม้กินแมลงขนาดเล็ก
สรัสจันทร เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สีชมพูจนถึงสีม่วงอ่อนอมฟ้า พบบริเวณทุ่งหญ้าริมหนองน้ำ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำและบริเวณชายป่าโปร่ง


มณีเทวา (กระดุมเงิน) เป็นดอกสีขาว พบตามลานหินชุ่มน้ำ และที่โล่งน้ำขังตามชายป่าโปร่ง
โดยที่วนอุทยานน้ำตกผาหลวง มีแปลงดอกไม้ 2 แปลง มีการตั้งชื่อแปลงดอกไม้ป่าตามขนาดของพื้นที่ แปลงทุ่งใหญ่มีพื้นที่ 30 ไร่ ซึ่งเวลาออกดอกของดอกไม้ป่า จะออกพร้อมกันและจะออกสลับสีกัน ทำให้มองคล้ายกับภาพสีน้ำมัน เต็มทั่วทั้งพื้นที่ 10 ไร่ ส่วนแปลงเล็กมีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ จะออกดอกพร้อมกันกับแปลงใหญ่
ดอกไม้ป่าเหล่านี้จะบานสะพรั่งเต็มที่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี