หมอเตือน! 3 พฤติกรรมการกินมื้อเย็น ที่ย่นอายุขัยให้สั้นลง คนส่วนใหญ่ชอบทำไม่รู้ตัว โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์

หากมื้อเช้าเป็นตัวกำหนดพลังงานของร่างกายในแต่ละวัน มื้อเย็นอาจเป็นตัวกำหนดอายุขัย งานวิจัยเผย 3 รูปแบบการกินมื้อเย็นที่ย่นอายุขัย และเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน หลอดเลือดสมอง ควรหยุดกินก่อน 20.00 น.

การรับประทานอาหารเย็นที่ดีต่อสุขภาพและอิ่มท้องสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด และควบคุมน้ำหนักได้

ในทางกลับกัน การรับประทานอาหารเย็นแบบไม่เป็นระเบียบ ในเวลาไม่เหมาะสม การข้ามมื้ออาหารเย็น หรือเพียงแค่รับประทานอาหารเย็นอย่างรวดเร็ว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาวได้

จากการศึกษาใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 71,000 คน อายุ 40-79 ปี ชี้ว่า คนที่กินมื้อเย็นไม่เป็นเวลา มีอัตราการเสียชีวิตจากหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนที่กินก่อนเวลา 20.00น. ถึง 44%

อีกงานวิจัยในด้านต่อมไร้ท่อและการเผาผลาญ พบว่า การกินดึกทำให้ร่างกาย “ดึงดัน” ในการจัดการน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้การสลายไขมันช้าลง และสะสมจนกลายเป็นภาวะอ้วน

ยิ่งไปกว่านั้น แม้หลายคนจะเลือกกินมื้อกลางวันให้คาร์โบต่ำแล้ว มื้อเย็นก็กินโปรตีน-ผักเพียงอย่างเดียว — แต่วิธีนี้อาจทำให้สมองขาดพลังงาน ร่างกายขาดเส้นใย และกระทบต่อการนอนหลับ

การข้ามมื้อเย็นดูเหมือนลดแคลแล้ว แต่จริงๆ มันกระตุ้นให้ร่างกาย “โหมอยาก” ในวันถัดไป อาจทำให้กินมากขึ้น ดื้ออินซูลิน น้ำหนักพุ่ง และเสี่ยงเป็นเบาหวาน

กินมื้อเย็นอย่างไรให้ถูกวิธี?

  1. กำหนดเวลาอาหารเย็นให้ตรงเวลาทุกวัน
  2. พยายามกินอาหารให้เสร็จก่อน 19.00-20.00 น. เว้นระยะห่างระหว่างมื้อเย็นกับเวลานอนอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะอาหารมีเวลาย่อยอาหารเพียงพอ
  3. หากต้องกินอาหารดึก ให้เลือกอาหารที่มีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย (นมอุ่น โยเกิร์ต ผลไม้บางชนิด ไข่ต้ม) และหลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารที่มีน้ำตาล
  4. ควบคุมปริมาณอาหารที่ไขมันและโซเดียมสูง

ที่มา: soha

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน