ในสังคมคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ บ้างต้องบริโภคอาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็ง ตามร้านสะดวกซื้อ เพราะเวลาที่จำกัด และสะดวกสบาย

รศ.ดร.กิตติพงศ์ อัศตรกุล หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันนี้ชวนมาไขข้อสงสัย และหาคำตอบกับ “รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล” หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หากรับประทานอาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็ง ควรบริโภคอย่างไรให้ปลอดภัย
อาหารแช่เย็น แตกต่างจาก อาหารแช่แข็งอย่างไร?
“อาหารแช่เย็น คืออาหารที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 7-8 องศา หรือต่ำกว่า แต่ไม่ต่ำจนถึงจุดเยือกแข็ง
ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็น อย่างเช่น นมพาสเจอร์ไรส์ เนื้อสัตว์สด หรือผัก-ผลไม้ที่มีการตัดแต่งแล้วพร้อมบริโภค รวมถึงอาหารแปรรูป หรืออาหารแปรรูปพร้อมรับประทานที่แช่เย็น ตามร้านสะดวกซื้อ

ส่วนอาหารแช่แข็ง คืออาหารที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง คือต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถช่วยชะลอ หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง สามารถเก็บรักษาได้นานกว่าผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็น
ตัวอย่างอย่าง เช่น ผักแช่แข็ง หรือเนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารพร้อมรับประทานแช่แข็ง” รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล กล่าว
Food Additive คือ สารกันบูดไหม?
“Food Additive แปลเป็นไทย จะใช้คำว่า วัตถุเจือปนอาหาร ผู้บริโภคบางคนอาจเข้าใจผิดว่า คือ สารกันบูด ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ทั้งหมด เช่น สารที่ใช้ในการปรุงแต่งสี หรือปรุงแต่งกลิ่นรส สารที่ใช้ในการปรับปรุงลักษณะเนื้อสัมผัสต่างๆ ของผลิตภัณฑ์อาหารก็จัดเป็นวัตถุเจือปนอาหาร

ส่วนสารกันบูด หรือวัตถุกันเสีย จัดเป็นวัตถุเจือปนอาหารเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าพูดถึงตัว Food Additive หรือวัตถุเจือปนอาหาร ไม่ได้หมายความว่าทุกวัตถุเจือปนอาหารเป็น สารกันบูด
โดย วัตถุเจือปนอาหารเหล่านี้ สามารถใช้ได้ปลอดภัย ตามปริมาณที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการอาหารและยา (เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง)” รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล กล่าว
รหัส INS_ _ _ที่อยู่ด้านหลังผลิตภัณฑ์คืออะไร?
“บนฉลากโภชนาการ หรือส่วนประกอบของอาหาร ผู้บริโภคจะเห็นรหัส INS ตามด้วยตัวเลข 3 หลัก โดย INS ย่อมาจาก International Numbering System for Food Additives นั่นก็คือรหัสสากล สำหรับวัตถุเจือปนอาหาร”
อาหารแปรรูป ก่อให้เกิดโรค?
“มีงานวิจัยค่อนข้างเยอะที่มีการระบุว่า การบริโภคอาหารแปรรูป เป็นเวลานานและต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น เราสามารถบริโภคได้ไหม โดยส่วนตัวแนะนำว่า บริโภคได้ แต่ควรอยู่ในปริมาณจำกัด ไม่บ่อยจนเกินไป ควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่
เช่นผัก ผลไม้ต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้น และ ควรออกกำลังกาย พักผ่อน ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอด้วย เพื่อให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่ดี รวมถึงต้องลดความเครียด อย่าเครียดมากจนเกินไป” รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล กล่าว
