ร้านดังย่านบรรทัดทอง “หลุยส์วาณิชย์” นอกจากมีเมนูฮิตระดับไวรัลแล้ว ผู้บริหารยังสวยเก่ง ปั้นแบรนด์ปังติดตลาดสวนทางเศรษฐกิจฝืด
คุณแจม-ภัณฑิรา ลีฬกาญจนากุล ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเพิ่งฉลองสาขา 2 ใหญ่โตโอ่อ่าบนชั้น 4 สยามพารากอน โซน EATELIER

นั่งคุยกับบอสสาว ฟังไอเดียการทำร้านคิวยาวเหยียด ล่าสุดยกเกรดร้านจากตึกแถวให้กลายเป็นร้านหรูบนห้างพรีเมียม ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคนรุ่นใหม่
หลุยส์วาณิชย์ เป็นร้านสตรีตฟู้ด ชูเมนูง่ายๆ ผัดๆ ทอดๆ แต่ไม่ธรรมดาเพราะจัดเต็มซีฟู้ดไซซ์บิ๊ก โดยมี “ไข่หมึกยักษ์ผัดพริกเกลือ” เป็นพระเอก โชว์ความว้าวในโซเชี่ยลเรียกไลก์รัวๆ

“เปิดร้านที่บรรทัดทองตอนแรก ไม่คิดว่าจะดังเป็นไวรัล คิดแค่อยากขายอาหารที่เราอยากพรีเซนต์ นั่นก็คือเมนูเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา”
โดยเมนูเรียบง่ายของคุณแจมก็คือ ผัดกะเพรา ผัดกระเทียม ผัดพริกเกลือ มาม่าผัด ฯลฯ แต่ทำให้ไม่ธรรมดาด้วยซีฟู้ดและเนื้อชั้นเลิศนั่นเอง

ข้าวตับหมูนุ่มกระเทียม ไข่เป็ดดาว
นี่แหละโจทย์ที่ตีแตก นอกเหนือจากการเลือกทำเลร้านแรกบรรทัดทอง ซึ่งเริ่มขายปี 2566 ตั้งแต่ย่านนั้นยังไม่บูม
บอสคนเก่งเล่าต่อว่า อาหารที่ร้านเป็นสูตรเฉพาะ แม้จะผัดแห้งแต่ต้องฉ่ำเยิ้มเคลือบเนื้อ พริกและกระเทียมเป็นเนื้อเดียวกัน รสกลมกล่อมจัดจ้าน นอกจากนี้ยังต้องกินสะดวก ไม่เลอะมือด้วย

“อย่างปลากะพงที่ร้านจะไม่ทำทั้งตัว แต่หั่นเป็นชิ้นๆ เพราะคนรุ่นใหม่ซึ่งส่วนใหญ่มากับเพื่อนฝูงเพื่อนร่วมงานจะไม่ชอบแกะปลา ต่างจากมากับครอบครัวที่มักจะมีคุณแม่คอยแกะให้” คุณแจมย้ำเอกลักษณ์ของร้าน
สำหรับร้านใหม่สยามพารากอน จะเน้นความพรีเมียมตามโลเกชั่น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหาร รวมถึงเพิ่มเติมเมนูใหม่เข้ามาด้วย ขณะที่รสชาติยังอร่อยคอนเซ็ปต์เดิม

เนื้อทอดซอสน้ำมัน

หมูสับปลาเค็มทอด

กุ้งแซ่บแช่น้ำปลา
ส่วนราคาอาหารที่สยามพารากอน ราคาต่อจานจะสูงกว่าราวๆ 100 บาท ตามคุณภาพเนื้อสัตว์ที่อัพเกรดขึ้นมา เช่น เนื้อวัว ที่บรรทัดทองใช้ไทยริบอาย แต่สยามพารากอนใช้เนื้อออสฯ
ถามถึงกระแสขาลงของบรรทัดทอง คุณแจมตอบว่า ทุกภาคส่วนก็ดร็อปเหมือนกันหมด ไม่ใช่แค่ธุรกิจร้านอาหาร ฉะนั้นไม่ตื่นเต้น
“อีกอย่างร้านเราก็ยังดีอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ฟีเวอร์เท่านั้น และที่สำคัญเราไม่ยอมให้ความดร็อปนั้น มาดร็อปร้านเราด้วย”
คำทิ้งท้ายนี้คมกินใจที่สุด
มาดามคูซีน


#คอลัมน์สวรรค์ในครัว