“ กำลังคิดอยู่ว่าเรามีอะไรที่ดีที่จะมานำเสนอให้ประชาชนเหมือนสมัยแรกหรือไม่… อยู่ระหว่างรวบรวมพิจารณากลั่นกรองชุดนโยบาย เพื่อใช้เป็นคำตอบในการตัดสินใจ”

******

อีกประมาณ 5 เดือนเศษ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. จะครบวาระ

ช่วงเวลาที่เหลือจึงเป็นการเตรียมส่งไม้ต่อให้ผู้ว่าฯ คนใหม่

ทั้งโครงการที่ทำไว้ดีแล้ว และโครงการที่อยากให้สานต่อ

ส่วนจะตัดสินใจลงสมัครอีกสมัยหรือไม่ เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้

ผู้ว่าฯกทม.

♦นโยบายที่ประกาศสำเร็จ 95%

ภาพรวมมีนโยบายและโครงการ 226 โครงการ จากนั้นเพิ่มเป็น 244 โครงการ มี 8 โครงการที่ไม่ทำต่อเพราะไม่เวิร์ค ก็ยอมรับและปรับเปลี่ยนไป เช่น ห้องสมุดเคลื่อนที่เพราะไม่คุ้มค่า หรือการย้ายงานศิลปะจากหอศิลปวัฒนธรรม ทำเป็นเคลื่อนที่ เพราะมีเอกชนทำและกระจายในกรุงเทพฯ การนำงานศิลปะไปเคลื่อนที่อาจไม่สะดวก

แต่ภาพรวมทั้งหมดเรียกได้ว่าทำไปแล้ว 95% ของโครงการที่เสนอเป็นนโยบาย

สิ่งที่กทม.ทำเป็นผลงานใหญ่ โดยเฉพาะนโยบายเดินทางดี คือการชําระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช -แบริ่ง

และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอสซี) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งหมด 70,929 ล้านบาท

เรียกได้ว่าจบปัญหาหนี้สิน BTS ทั้งหมด พร้อมเริ่มศึกษาแนวทางการดําเนินการหลังหมดสัญญาสัมปทานปี 2572 หลายคนถามทำไมไมไม่ทำเมกะโปรเจกต์ เราจ่ายหนี้บีทีเอสไปแล้วเชื่อว่าไม่มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไหนลงทุนด้วยเงินตัวเอง 7 หมื่นกว่าล้านแบบนี้แน่นอน

ส่วนในปี 69 จะทำจุดเชื่อมต่ออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรหลักของกทม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงทั้งทางเดินลอยฟ้า (สกายวอล์ค) และ จุดเปลี่ยนถ่ายรถเมล์ด้านล่าง รวมทั้งการซ่อมแซมทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาลาดกระบัง ตลอดจนอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน และทางลอดทวีวัฒนา คาดจะแล้วเสร็จในปีหน้า

ผู้ว่าฯกทม.

♦ล้างหนี้คดีรถดับเพลิง

นโยบายปลอดภัยดี ปีนี้สามารถรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่ม เหตุการณ์ถนนทรุดตัว ถนนสามเสน ได้อย่างเป็นระบบและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับภัยพิบัติที่มีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ สามารถจ่ายหนี้ค่าที่จอดรถจากคดีรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ 139 คัน เพื่อให้นํามาปรับปรุงและซ่อมแซม กลับมาใช้งานได้ ซึ่งคดีค้างตั้งแต่ปี 2546-2547 ใช้งบประมาณ 316 ล้านบาท

ในปี 69 จะเร่งก่อสร้างและปรับปรุงสถานีดับเพลิง อีก 4 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง พระโขนง ประเวศ หนองแขม และเริ่มก่อสร้างโครงการศูนย์ฝึกดับเพลิงและกู้ภัยที่ย้ายมาก่อสร้างที่บริเวณหนองจอก คาดว่าจะแล้ว เสร็จและเริ่มใช้งานได้ในปี 70

ส่วนนโยบายโปร่งใสดีในปี 68 ได้เปิดใช้งานระบบขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ได้อย่างเต็มระบบ การเปิดเว็บไซต์ติดตามการทํางานของกทม. ทั้ง open-contracting ติดตามการใช้งบประมาณ งบลงทุนทั้งหมดของกทม. และ openpolicy ติดตามความคืบหน้านโยบายทั้งหมดของ กทม. หรือแม้แต่การร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงโทษทางวินัยกับข้าราชการทุจริต

ส่วนงานที่จะทําในปี 69 คือการพัฒนา Dashboard (การรวบรวมข้อมูลสำคัญมาแสดงผลในหน้าจอเดียวด้วยกราฟิกที่เข้าใจง่าย) ติดตามกระบวนการการสอบสวน ทางวินัย ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ป้องกันการขยายเวลาสอบสวนโดยไม่จําเป็น และพัฒนาระบบ gov.bangkok ซึ่งเป็นเว็บไซต์ ศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและบริการทั้งหมดของ กทม. เพื่อความสะดวกของประชาชน ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลของ กทม. ให้สอดคล้องกับ Open Contracting Data Standard

ผู้ว่าฯกทม.

♦ด้านสิ่งแวดล้อม-ทำได้ดีมาก

นโยบายสิ่งแวดล้อมดี เป็นนโยบายที่ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะการเริ่มโครงการคัดแยกขยะ 100% การยกระดับมาตรการฝุ่น การเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมน้ำเสียในพื้นที่ให้บริการ ตลอดจนการพัฒนาถนนสวย 50 เขต 57 เส้นทาง และการพัฒนาสวน 15 นาที 395 แห่ง

งานที่จะทําในปี 69 จะเปิดเตาเผาขยะอีก 2 แห่งที่ หนองแขม และอ่อนนุช ลดปริมาณขยะที่ต้องนําไปฝังกลบ พร้อมหยุดต่อสัญญาโรงหมักปุ๋ย 600 ตันในปี 69 และ 1,000 ตัน ในปี 70 เพื่อแก้ปัญหาส่งกลิ่นเหม็น รวมทั้งผลักดันการใช้รถเก็บขนขยะไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถทยอยเริ่มใช้งานได้ในปีหน้า

นโนบายสุขภาพดี เป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญอย่างมากในปี 68 เปิดสถานพยาบาลแห่งใหม่ที่โรงพยาบาลสายไหม, โรงพยาบาลดอนเมือง และ Wellness Clinic รวมทั้งปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุข(ศบส.) เปิดบริการศบส. นอกเวลาทําการ เพิ่มศบส.พลัส มีเตียงพักคอยให้ผู้ป่วยดูอาการเบื้องต้น รวมทั้งเปิดให้บริการศูนย์พักพิงสุนัขประเวศ ตลอดจนออกข้อบัญญัติเรื่องจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง

ผู้ว่าฯกทม.

ซึ่งในปี69 จะตรวจสุขภาพประชาชนให้ครบ 1,000,000 คน เดินหน้าจดทะเบียนและฝังชิปหมา แมว อย่างต่อเนื่อง

นโยบายเรียนดีที่ให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่งปี 68 ได้ขยายผลห้องเรียนดิจิทัลครบ 437 โรงเรียน เริ่มการเรียนการสอนผ่าน Laptop จัดแผนการสอนกลางสําหรับเด็กเล็กที่ศูนย์เด็กเล็กทุกแห่ง ลดภาระผู้ปกครองและลดเด็กหลุดจากระบบด้วยการขยายอนุบาลเริ่มตั้งแต่อายุ 3 ปี เพื่อมีเด็กเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น 9,457 คน รวมทั้งจัดทําหนังสือนิทาน 3 เล่มสําหรับเด็กแรกเกิด 15,000 ชุด ในโรงพยาบาลของกทม. 8 แห่ง พร้อมเพิ่มเงินเดือนครูในรอบ 12 ปี ตามคุณวุฒิ และประสบการณ์

ส่วนงานที่จะทําปี 69 จัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ Platform Next Learn รวบรวมหลักสูตรออนไลน์ และพื้นที่เรียนรู้ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนออกข้อบัญญัติศูนย์เด็กเล็ก เพื่อสนับสนุนศูนย์เด็กนอกชุมชน

ผู้ว่าฯกทม.

♦ฝากงานคนใหม่สานต่อ

นโนบายเศรษฐกิจดี ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ปี 68 ได้ประกาศใช้ระเบียบหาบเร่แผงลอยใหม่ พร้อม Set Zero ปรับให้หาบเร่แผงลอยเข้าสู่ระบบ 100% ปรับปรุงระบบการลงทะเบียนโรงเรียนฝึกอาชีพ ให้ง่ายขึ้น โดยการปรับเป็นสมัครออนไลน์รวมในที่เดียว พร้อมเก็บข้อมูลผู้เรียนเพื่อพัฒนาหลักสูตร

ในปี 69 จะเร่งปรับโฉมตลาดใหม่ให้ดูทันสมัย และรองรับผู้ค้าได้มากขึ้น เช่น ตลาดรัชดา 2 (ตลาดพลูบริเวณ ฉ.เลง) ตลาดสิงหา (ตลาดบริเวณพระโขนง) Hawker Center สวนลุมพินี

นโยบายสังคมดี ปี 68 ได้พัฒนาย่านสร้างสรรค์ อาทิ ทรงวาด บรรทัดทอง ตลาดพลู คลองบางหลวง ทำให้ได้รับรางวัลยานที่ Cool ที่สุดจาก Timeout: ทรงวาดและบรรทัดทอง รวมทั้งการจัดงานเทศกาลงานออกแบบประจำปี Bangkok Design Week/ Mega mat หน้าศาลาว่าการ กทม. ทำให้ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติหลายเวที ตลอดจนการจัด Street Art ทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ 160++ ชิ้น และ จะสร้าง Community ของศิลปิน Street Art โดยปี69 จะเปิดให้บริการประปาแม้นศรีพื้นที่ดูแลคนไร้บ้านแบบครบวงจร

นโยบายบริหารจัดการดี ปี68 ได้นําเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป โดยจัดทําเป็นเว็บไซต์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะ พร้อมงกําหนดตัวชี้วัดและติดตามการทํางานผ่าน policy.bangkok ให้หน่วยงาน และ สํานักงานเขต รายงานเข้ามาเป็นประจําตลอดจนปรับโครงสร้างการบริหารภายในองค์กร

ส่วนปี 69 จะออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับควบคุมอาคารเพื่อปลดล็อกกฎระเบียบที่ทําให้การปรับปรุงอาคารแถวเก่าในกทม. ที่ทําได้ยาก

งานที่ต้องการส่งต่อถึงผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป เพราะ กทม.วางแผนและจ้างที่ปรึกษาไปแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่กทม.ควรต้องทำ เพราะเป็นประโยชน์ ดังนี้ การก่อสร้างศูนย์ราชการฝั่งธนบุรี การปรับปรุงก่อสร้างซ่อมแซม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเสาชิงช้า สู่พื้นที่สาธารณะ สะพานคนข้ามแม้น้ำเจ้าพระยา เพราะกทม.ยังไม่เคยมีสะพานลอยข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับคนข้าม และการเสนอทําเขื่อนปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้ว่าฯกทม.

♦คิดอยู่-ชิงผู้ว่าฯกทม.อีกสมัยหรือไม่

กำลังคิดอยู่ว่าเรามีอะไรที่ดีที่จะมานำเสนอให้ประชาชนเหมือนสมัยแรกหรือไม่ ที่ต้องการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย อยู่ระหว่างรวบรวมพิจารณากลั่นกรองชุดนโยบาย เพื่อใช้เป็นคำตอบในการตัดสินใจว่าจะลงสมัครต่อหรือไม่

ชุดนโยบายดังกล่าวต้องเป็น policy sets (ชุดนโยบาย) ที่ดีจริง ตอบโจทย์เมืองในอนาคตได้ เพราะ 4 ปีข้างหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการก้าวเป็นเมืองระดับโลก ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของโลกที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ดังนั้น ชุดนโยบายที่มีประสิทธิภาพ จึงต้องมองทะลุไปถึงอนาคต โดยเน้นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเมืองเพื่อให้สามารถ “ทำน้อยแต่ได้มาก” ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย หากพลาดช่วง 4 ปีนี้ไปโดยที่ไม่มี policy sets ที่ดี หรือไม่มีคนที่มีประสิทธิภาพมาบริหารเมืองอาจล้าหลังและเข้มแข็งได้ยาก

หัวใจสำคัญคือการทำให้ชุดนโยบายที่จะทำนั้นตกผลึกให้ได้ก่อน ข้อได้เปรียบของเราในปัจจุบันคือการได้เห็นปัญหาอย่างละเอียดว่าโครงสร้างของเมืองเป็นอย่างไร และสามารถกำหนดทิศทางเพื่อพาเมืองก้าวไปข้างหน้าอีก 4 ปี ท่ามกลางเงื่อนไขที่มีอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าคำพูดเป็นนายเรา การประกาศความชัดเจนจึงจะเกิดขึ้นเมื่อพร้อมและมีทางออกที่ดีสำหรับ 4 ปี ข้างหน้า

นภัสนันท์ กมลอนันต์กรณ์ สัมภาษณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน