กวางโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง (จีนมี 23 มณฑล) อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ติดทะเลจีนใต้ และมีพรมแดนติดฮ่องกงกับมาเก๊า ซึ่งมีความสำคัญหลายด้าน ทั้งเชิงเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี และประวัติศาสตร์

ที่สำคัญกวางตุ้งเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เรียกว่า Greater Bay Area (GBA) ซึ่งรวมถึงเมืองสำคัญอย่างเซินเจิ้นร่วมกับ มาเก๊า และ ฮ่องกงเข้าไปด้วย โดยเป็นการแบ่งเขตการพัฒนาของรัฐบาลจีน ภายใต้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่โดยรอบมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสามารถทัดเทียมกัน

หลากหลาย

เมืองกวางโจวจากมุมสูงบน Bubble Tram

 

ในอดีตมณฑลนี้เคยถูกใช้เป็นที่สำหรับเนรเทศขุนนางที่ทำผิด ก่อนจะเจริญรุ่งเรืองในภายหลัง จากการเปิดท่าเรือค้าขายในช่วงครึ่งหลังของราชวงศ์ชิง และยังเป็นมณฑลแรกๆ ของจีนที่เปิดการค้ากับต่างประเทศตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงหลังสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ซึ่งทำให้กลายเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของจีน

ในช่วงที่จีนเริ่มให้เสรีภาพแก่ภาคเอกชนในการทำธุรกิจ (ปี 1990) รัฐบาลได้ใช้เซินเจิ้นซึ่งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งเป็นพื้นที่นำร่อง ในการทำธุรกิจ ส่งผลให้หลายคนที่กล้าลาออกจากงานราชการมาทำธุรกิจในช่วงนั้นร่ำรวย

กวางตุ้งโดดเด่นอย่างมากในด้านเทคโนโลยีและพลังงาน มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei, BYD, และ DJI อีกทั้งมณฑลนี้ ยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 ยี่ห้อ จากกว่า 500 ยี่ห้อทั่วจีน ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ BYD และ Xpeng ที่ล่าสุดเริ่มพัฒนายานพาหนะที่วิ่งบนฟ้าในรูปแบบของโดรนแล้ว

หลากหลาย

สะพานแขวนอีกหนึ่งทิวทัศน์ทันสมัย

 

กวางโจว ยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจับตาเพราะตลอดช่วงปีนี้มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมาตรการฟรีวีซ่าไทย-จีน ก็มีส่วนทำให้คนไทยตัดสินใจง่ายขึ้น

ทริปนี้เราจึงชวนเที่ยวกวางโจว-ซัวเถา ถิ่นของบรรพบุรุษคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นทริปดูงานด้านพลังงานสีเขียว จัดโดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รวม 3 คืน 4 วัน การเที่ยวของเราก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสที่เอื้ออำนวย

เราบินตรง กรุงเทพฯ-กวางโจว ด้วยสายการบินไทย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง อากาศในเมืองกวางโจวช่วงปลายเดือนพ.ย.กำลังเย็นสบาย

หลากหลาย

แสงสีตลอดสองข้างทางแม่น้ำจูเจียง

 

เปิดทริปปิ้งย่าง หม่าล่าหม้อไฟ ชมวิวแม่น้ำยามค่ำ

สุภาษิตจีนว่าไว้ว่าถ้ากินอาหารต้องกินที่กวางโจว ที่นี่เป็นต้นตำรับอาหารกวางตุ้ง หรือ Cantonese ซึ่งเป็น 1 ใน 8 อาหารหลักของจีน ที่คนไทยและคนทั้งโลกคุ้นเคยที่สุด

ตามด้วยการล่องเรือแม่น้ำเพิร์ล (จูเจียง) ชมแสงสีตระการตาจากสถาปัตยกรรมทันสมัยที่เรียงรายสองฝั่งน้ำ เป็นภาพสะท้อนความเจริญของเมืองที่ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ด้วยวิสัยทัศน์ของรัฐบาลกวางโจวต้องการพัฒนาทิวทัศน์ให้ทันสมัย

หลากหลาย

เกาะซาเมี่ยน-สถาปัตยกรรมยุโรปสุดคลาสสิค

 

วันที่สองช่วงสายไปเดินเล่นที่เกาะซาเมี่ยน ริมแม่น้ำเพิร์ล อดีตเคยเป็นเขตสัมปทานของอังกฤษและฝรั่งเศส ชมอาคารสถาปัตยกรรมยุโรปอายุกว่า 150 ปี ที่อนุรักษ์ไว้ ตั้งแต่สมัยเกิดสงครามฝิ่นระหว่างจีนกับอังกฤษ

ระหว่างอาคารเป็นสวนสาธารณะ ชาวจีนมาออกกำลังกาย ตีแบด รำไท้เก๊ก มีเครื่องเล่นออกกำลังกายเบาๆ และสนามเด็กเล่น คาเฟ่ก็มี โดดเด่นสุดก็สตาร์บัคส์ ที่นี่เดินถ่ายรูปเพลินๆ มีไฮไลต์หลายจุด

มื้อเที่ยงเจ้าภาพจองภัตตาคาร DIMSUM TAO TAO JU ร้านนี้ได้รางวัล Michelin guide หลายปีซ้อนด้วย ร้านติ่มซำที่มีชื่อเสียง เปิดมา 145 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1880 นับว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกวางโจว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านใหญ่มาก แต่ใครจะกินต้องรอคิว เพราะลูกค้าแน่นร้านตลอด

หลากหลาย

ติ่มซำรสชาติต้นตำรับกวางตุ้งแท้ๆ

 

หลากหลาย

โรลสีแดง เมนูที่ทุกคนมาต้องสั่ง

 

ที่นี่เป็นครัวเปิด ทำติ่มซำให้เห็นกันสดๆ ถ้าไปกวางโจว ไม่อยากให้พลาดร้านนี้ ทั้งซาลาเปาลาวาไส้ทะลัก ขนมจีบหมู ฮะเก๋ากุ้งคำโต โจ๊กก็ดี เป็ดย่างก็เนื้อนุ่มฉ่ำ และเมนูที่ไม่เคยกินที่ไหนโรลแดง เห็นสั่งกันทุกโต๊ะ บอกไม่ถูกรู้แต่ว่า “เด็ดทุกเมนู”

หลากหลาย

Bubble tram

 

ช่วงบ่ายไปท้าสูง กับ หอคอยแคนตัน อาคารสูงอันดับ 5 ของโลก ด้วยการนั่ง Bubble Tram รถรางทรงแคปซูลที่ลอยตัววนรอบอาคาร ชมวิวพาโนรามาของเมืองจากระดับความสูง 450 เมตร ใครชอบท้าทาย แนะนำให้อัพเลเวล ไปเล่นเครื่องเล่นแนวดิ่งความเร็วสูง Sky Drop บนยอดอาคารนี้ จีนเขาทำถึงมาก

ก่อนส่งท้ายเมืองกวางโจวกับค่ำคืนที่วัดต้าฝอ (วัดพระใหญ่) 1 ใน 5 วัดสำคัญของกวางโจว สร้างขึ้นราวปี ค.ศ.917-971 มีอายุมานานนับพันปี แต่ยังคงซึ่งสถาปัตยกรรมที่งดงาม สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรมจีนอันเก่าแก่

หลากหลาย

งาน-เงิน-ความรัก ขอได้หมดที่วัดต้าฝอ

 

วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนคนเดินเป่ยจิงลู่ภายในมีองค์พระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ สามารถเข้าไปสักการะและขอพรให้ชีวิตมีความสุขและความเจริญรุ่งเรือง

หลากหลาย

พระประธานที่วัดต้าฝอ

 

รับพรแล้ว ได้เวลาช็อปปิ้งบนถนนคนเดินเป่ยจิงลู่ แหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของเมืองกวางโจว เต็มไปด้วยร้านค้า ห้างสรรพสินค้า มีทั้งแบรนด์ดังและสินค้าท้องถิ่นให้เลือกช็อป ร้านของฝาก และสินค้าไลฟ์สไตล์ ร้านอาร์ตทอย อย่าง POP MART และ Miniso Land

วันที่ 3 ได้เวลาตามหารากเหง้าบรรพบุรุษของเรา ที่เมืองซัวเถา ถิ่นกำเนิดของชาวจีนแต้จิ๋ว ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากในไทย ด้วยระยะทางจากกวางโจว ไปซัวเถา ประมาณ 450 ก.ม.

ถ้าย้อนกลับไปประมาณ พ.ศ.2530 กว่าๆ พ่อเคยพาพี่ๆ กลับไปเยี่ยมบ้านที่ซัวเถา ต้องนั่งรถบัสจากกวางเจาไปด้วยถนนก็ยังไม่พัฒนาไปมาก ทำให้ใช้เวลาเดินทางเป็นวัน แต่ผ่านมา 30 กว่าปี วันนี้เราสามารถเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูง โดยลดระยะเวลาการเดินทางเหลือแค่ 2 ชั่วโมง 8 นาที

หลากหลาย

ถนนคนเดินเป่ยจิงลู

 

ที่ซัวเถาเรามีเวลาเที่ยวไม่มาก ช่วงเย็นไปเดินถนนโบราณเสี่ยวกงหยวน ย่านเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปลายราชวงศ์ชิงและต้นสาธารณรัฐจีน เสน่ห์ของที่นี่คืออาคารสองข้างทางยังคงสถาปัตยกรรมผสมระหว่างแบบดั้งเดิมของชาว Chaoshan (เฉา-ซ่าน) หรือแต้จิ๋วกับสไตล์ตะวันตกอาร์เคดโคในยุค 1930

บริเวณโดยรอบของที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ คาเฟ่ ร้านอาหาร อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ชาหลากหลายเมนู แต่ที่แตกต่างคือ แก้วชาที่นี่มีกิมมิก “ฝาแก้วมีกาน้ำชาควันลอยปุดๆ” สำหรับคนที่หาซื้อของฝาก แนะนำให้ซื้อที่นี่ ส่วนตัวมองว่าราคาไม่แรงมาก โดยเฉพาะแม็กเน็ตดีไซน์ล้ำๆ

วันที่ 4 ไฮตังม่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม ประดิษฐานอยู่ที่เกาะหม่าสือหรือเกาะปล่อยไก่ ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวซัวเถา

“ไฮตังม่า” ถือเป็นเทวนารีที่ทำให้คลื่นลมสงบ ในอดีตชาวจีนทำอาชีพประมง เวลาจะออกเรือจะต้องนำไก่เป็นๆ 1 ตัว มาเซ่นไหว้ไฮตังม่า เพื่อขอให้คุ้มครองเดินทางออกทะเลปลอดภัย

หลากหลาย

ขอพรให้ค้าขายมั่งคั่งและปลอดภัยทางทะเล

 

ไกด์ชาวจีนเล่าเสริมว่า คนจีนซัวเถาในอดีตค่อนข้างยากจน เพราะด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ปากอ่าวเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นเข้าก็พัดพาทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด ประกอบกับช่วงนั้นในจีนมีสงคราม ประมาณราวปี ค.ศ.1949-1980 ทำให้คนซัวเถาตัดสินใจหอบเสื่อผืนหมอนใบหนีสงครามและความยากจน ด้วยการล่องเรือสำเภามาตายเอาดาบหน้าที่ไทย ซึ่งก่อนออกเรือก็จะมาสักการะเจ้าแม่ทับทิม ขอพรให้ปลอดภัยจากการเดินทาง

หลากหลาย

องค์เจ้าแม่กวนอิม บนเกาะหม่าสือ

 

บนยอดเกาะหม่าสือยังเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรองค์ใหญ่ คนซัวเถานิยมมาสักการะเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการค้าและโชคลาภ

จบทริปกวางโจว-ซัวเถา ประสบการณ์ที่ทำให้เห็นว่าโลกเปลี่ยนเร็วแต่ดูเหมือนจีนจะเปลี่ยนเร็วกว่า

วิภา สุนันท์สถาพร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน