“องคุลิมาลที่เกิดอยู่อินเดีย แต่พอเกิดอยู่อีสานก็ต้องร้องหมอลำ” เซียง ปรีชา การุณ ยิ้มพลางยกหุ่นองคุลิมาลเวอร์ชั่นกระติบข้าวเหนียวให้ พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล ดูอย่างใกล้ชิด

วันนี้พวกเรานั่งฟังพี่นกกับพี่เซียงคุยกันเรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พี่ๆ ต่างคนต่างมา นัดหมายพบกันที่โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

เซียง ปรีชา การุณ

 

พี่ๆ รู้จักกันมานานหลายปี เรื่องราวของพี่เซียงเคยออกรายการทุ่งแสงตะวันหลายครั้งในฐานะผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมละครและหมอลำ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์กระติบข้าวให้กลายเป็นหุ่นกระติบโลดแล่นไปไกลและเป็นภาพจำของเมืองมหาสารคาม

“นึกถึงคณะหมอลำหุ่นที่ทำจากกระติบก็ต้องคิดถึงเซียง เรามาอัพเดตกันดีกว่า 15 ปีผ่านไป วันนี้เป็นอย่างไรแล้ว” พี่นกถามพี่เซียงระหว่างนั่งในโรงซ้อมดูเด็กๆ เตรียมตัวเตรียมโชว์การเชิดงูซวงงูยักษ์ที่น่าตื่นตะลึง

“คณะหุ่นกระติบก็แตกยอด แตกหน่อ กระติบข้าวเนี่ยเป็นของคนอีสานเนาะ ก็กระจายไปหลายจังหวัด ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร ผมก็ไปช่วยคิดช่วยทำเท่าที่จะทำได้ เด็กๆ มหาสารคามเขาก็ได้เดินทางไปแสดงหลายที่ ก็หลายรุ่นนะฮะ”

“เซียงก็เดินทางเยอะอยู่นะ”

“ครับ ตรงนี้ก็จะเป็นพื้นที่หลัก มาสอนน้องแล้วก็เป็นวิทยากรรับเชิญไปในที่ต่างๆ ด้วยนะ ยังผูกพันกับเด็กๆ ชาวบ้าน ชุมชน หลายคนก็คิดว่าผมเป็นคนสารคามไปแล้ว”

หมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

 

ที่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม เรียกว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเซียงก็ว่าได้ โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ มีบทเรียนสนุกๆ ชวนเด็กๆ เรียนรู้ชุมชน มีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพ ค้นพบความชอบความถนัด โดยมีหุ่นเป็นสื่อกลางเชื่อมประสาน

“คนรู้จักหุ่นกระติบมาเยอะละ แต่ก็ต้องย้อนอดีตสักนิดหนึ่งนะ” พี่นกพาคุย

“ย้อนวัยเริ่มแรกจะเป็นหุ่นที่รับบริจาคกระติบข้าวเก่าจากชาวบ้าน ผุๆ พังๆ หน่อย เอาวัสดุหาง่ายในชุมชน ขี้เลื่อย ขี้วัว ขี้ควาย มาปั้นหน้าตา ตัว พุง แสดงเรื่องแรก องคุลิมาล”

“มาอย่างไรคะ”

“เด็กๆ ล้อมวงอ่านหนังสือในห้องสมุด ประทับใจเรื่องตามรอยพระสูตร องคุลิมาล เลยทำเป็นหมอลำ เรียนร้องหมอลำ หัดเชิดหุ่นกัน เล่าเรื่องโดยใช้ภาษาอีสาน กลอนลำ ผญา สรภัญญะ การแสดงทางวัฒนธรรมอีสานก็จะมารวมตรงนี้ องคุลิมาลที่เกิดอยู่อินเดีย แต่พอเกิดอยู่อีสานก็ต้องร้องหมอลำ เด็กๆ เรียนรู้โดยมีพ่อครูแม่ครูพ่อแม่เป็นคนถ่ายทอด”

หน้าตาองคุลิมาลสายอีสานเท่ขนาดไหน ผู้อ่านมองหาในภาพประกอบนะคะ

องคุลิมาลสายอีสาน

 

ปัจจุบัน การเชิดเรื่องสังข์ศิลป์ชัย หรือเรียกแบบอีสานว่า สินไซ เป็นวรรณกรรมจากภาพฝาผนังหรือฮูปแต้มในวัด มีตัวละครหลักตัวหนึ่งคือยักษ์กุมภัณฑ์ พัฒนาจนสวยงาม ประดับประดาด้วยงานสานเส้นถัก เส้นขอบ หุ่นแต่ละตัวถือเป็นการรวมฝีมือของบรรดาแม่ป้าในชุมชน เทคนิคการทำหุ่นเลิศขึ้นมาก ปากขยับได้ตามบท แต่เล่นไปหนึ่งรอบ ตอนเช้าต้องมาซ่อม เดี๋ยวนี้ทนทาน มีปุ่มไหล่ มีข้อศอก มีข้อมือ ใส่สปริงเด้งดึ๋ง มีเล็บด้วย

ดูหุ่นพระเอก “ศิลป์ชัย”

 

ตัวหุ่นศิลป์ชัยอย่างหล่อเพราะเป็นพระเอก ต้องรุมใส่พลังเชิดกัน 3 คน เป็นงานทีมเรื่องสินไซ มีด่านอสุรกายงูซวง ซวงที่แปลว่าใหญ่ งูยักษ์นะฮะ คนเชิดเป็นหมู่คณะ ประกายตาสีแดงวูบวาบสมบทบาท

ยักษ์กุมภัณฑ์ รวมมิตรงานคราฟต์

 

ระหว่างสนทนาก็ดูการซ้อมฉากสินไซสู้กับงูซวง ใช้พื้นที่เกือบทั้งหมดของโรงซ้อม หุ่นใหญ่ต้องระวังไม่ให้หุ่นชนฝ้าเพดานกันเลย

พี่นก “วันนี้เติบโต เกื้อกูลเด็กๆ เห็นแล้วนึกถึงสมัยเซียงยังตัวน้อยๆ”

พี่เซียง “ตอนเด็กผมมีโอกาสเรียนกับครูจืด ครูหน่อย ที่โรงเรียนเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์ เรียนรู้อีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เรียนในระบบ ทำละคร เขียนบทกวี ทำงานศิลปะ เข้าป่าไปดูนกดูสัตว์ รู้สึกสนุกมีความสุข พอโตขึ้น มาทำงาน นึกถึงโอกาสครั้งนั้น ก็อยากจะให้โอกาสกับเด็กๆ เอากระบวนการมา แต่ยุคสมัยนี้อาจจะประยุกต์บางอย่างให้เข้ากับปัจจุบันด้วย”

งูซวงซ้อมสู้

 

“ตอนแรกก็ยังไม่มีเป้าหรอก พอทำปีสองปี เห็นการเปลี่ยนแปลง ขอพ่อแม่เด็ก เล่าว่าลูกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากจะทำต่อ แต่ก่อนเราก็ดื้อซน เป็นที่หนักอกหนักใจของครูบาอาจารย์ แต่กระบวนการกิจกรรม ทำละคร ทำศิลปะ เราก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

ละครหมอลำหุ่นเป็นเรื่องของปลายทาง ที่สำคัญคือกว่าจะเป็นละครหนึ่งเรื่อง 20-30 นาที หนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาอยู่ 2-3 ปี เด็กๆ กว่าจะเล่นละครได้ต้องทำอะไรเยอะแยะ วาดรูป ปั้นดิน ทำงานศิลปะ เล่นดนตรี เป็นทักษะที่ได้เรียนรู้และฝึกฝน บางคนค้นพบว่าตัวเองชอบดนตรี บางคนชอบการแสดง พัฒนาจากโรงเรียนมัธยมสู่มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบตัวเองเร็วขึ้น ได้ไปในทางตัวเองเลย

สังข์ศิลป์ชัยสู้งูซวง

 

นั่งฟังเรื่องราวหลากหลายประสบการณ์ในวัยเด็กของพี่เซียงทำให้รับรู้ว่าโลกของเซียงเป็นโลกแห่งโอกาสที่ได้เรียนรู้ลงมือทำด้วยกระบวนการที่มีความสนุกและความสุข เมื่อเติบโตขึ้นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอด และให้โอกาสการเรียนรู้อย่างมีความสุขแก่เด็กๆ รุ่นต่อมา ให้กำลังใจและขอบคุณเซียง ปรีชา การุณ และเด็กๆ คณะหมอลำหุ่นเด็กเทวดาค่ะ”

พบกับโลกของเซียง โลกของหุ่นกระติบ เรื่องราวลำดับที่ 2 ของซีรีส์มาหา สารคาม บนแพลตฟอร์มออนไลน์ วันเสาร์ที่ 17 มกราคม เวลาบ่ายโมงตรง คลิกชมได้ทุกที่ทุกเวลา กดติดตามทางเพจทุ่งแสงตะวัน และยูทูบช่อง PayaiTV ติดต่อฝ่ายได้ที่ 08-1809-6906 [email protected] หรือทาง Inbox Facebook : ทุ่งแสงตะวัน

อาทร ริมทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน