เส้นทางจากบ้านทุ่งในจังหวัดอุบลราชธานี โลดแล่น เรียนรู้ ฝึกฝน และได้รับโอกาส เซียง-ปรีชา การุณ อดีตเด็กชายจาก ร.ร.เด็กรักป่า มักพูดอยู่เสมอว่า “ตัวเองเป็นคนโชคดี”

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

เซียง ปรีชา การุณ

ทุกวันนี้เซียง หรือครูเซียงของเด็กๆ ทำงานเกี่ยวข้องกับศิลปะ ละคร และการส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับหลายคนหลายพื้นที่

เมื่อ 25 ปีก่อน การศึกษาของไทยกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง มีแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็ก เกิดโรงเรียนเด็กรักป่า จ.สุรินทร์ ในปีพ.ศ.2534 โรงเรียนแนวใหม่แห่งนี้รับเด็กที่จบป.6 มาเรียนรู้จากธรรมชาติและศิลปะ

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

ร.ร.เด็กรักป่า

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนประจำร่วมกับเพื่อนๆ ต่างพ่อต่างแม่ ต่างที่มา เรียน เล่น เรียนรู้ ดูนก เขียนกวี วาดภาพ เล่นละคร เรียนหนังสือท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

ถือเป็นเรื่องราวในยุคแรกๆ ของทุ่งแสงตะวัน พี่นก นิรมล และทีมงาน ได้ไปเยือนโรงเรียนเด็กรักป่า จ.สุรินทร์ อยู่หลายครั้ง บันทึกเรื่องราว บอกเล่าของโลกใบเล็กๆ ของเด็กๆ ที่มีธรรมชาติ และศิลปะเป็นครู

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

ทุ่งแสงตะวัน มาหา สารคาม

นักเรียนศิลปะในวันวานผู้เคยได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ วันนี้เซียงกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่มอบโอกาสนั้นต่อให้เด็กๆ รุ่นลูกรุ่นหลาน เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานแบบร่วมสมัย โดยมีหุ่นจากกระติบข้าวเป็นสื่อกลางนำเสนอวัฒนธรรมพื้นบ้านผ่านหมอลำกลอนที่แฝงไปด้วยคติธรรม

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

เบื้องหลังการถ่ายทำ

ย้อนกลับไปนานปี เซียงได้เข้ามาเจอกับการละเล่น หนังบักตื้อ หรือ หนังตะลุงอีสาน มรดกของบ้านดงน้อย อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม มีนายหนัง พ่อครูแม่ครูหลายคนที่นิยมเล่นเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย หรือ สินไซ วรรณกรรมท้องถิ่นที่มักพบบนภาพฮูปแต้ม จิตรกรรมฝาผนังตามวัดเก่าแก่ในภาคอีสาน รวมทั้งที่วัดโพธาราม บ้านดงน้อย

เมื่อมาลงพื้นที่ ทำงานร่วมกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่แห่งบ้านดงน้อยเต็มตัว ก็พบว่าชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญด้านงานจักสาน สานเสื่อ ทำกระติบข้าวใช้กันในชีวิตประจำวัน เลยเกิดไอเดีย สร้างสรรค์หุ่นด้วยหัตถกรรมท้องถิ่นคือ เอากระติบข้าวเหนียว หรือ ก่องข้าว มาเป็นวัสดุสำคัญ ผนวกกับขี้เลื่อย ขี้วัว ขี้ควาย ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า ที่มองปราดเดียวก็รู้เลยว่า นี่คือหุ่นอีสานขนานแท้

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

หุ่นอีสานบ้านเฮา

เสกกระติบข้าวให้กลายเป็นหุ่นกระติบโลดแล่นไปไกล และเป็นภาพจำของเมืองมหาสารคาม ในชื่อ หมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

“เราใช้กระบวนการศิลปะและละครมาพัฒนาเด็กๆ ในพื้นที่ กว่าจะได้ละครเรื่องหนึ่ง 20-30 นาที หนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาอยู่ 2-3 ปี เด็กต้องอ่าน คิด เขียน ฝึกทักษะหลายด้าน วาดรูป ปั้นดิน ทำงานศิลปะ เล่นดนตรี เป็นทักษะที่ได้เรียนรู้และฝึกฝน

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

ละครหุ่นเด็กเทวดา

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

เรียนร้องหมอลำ หัดเชิดหุ่นกัน เล่าเรื่องโดยใช้ภาษาอีสาน กลอนลำ ผญา สรภัญญะ การแสดงทางวัฒนธรรมอีสานก็จะมารวมตรงนี้ เด็กๆ เรียนรู้โดยมีพ่อครูแม่ครูพ่อแม่เป็นคนถ่ายทอด บางคนค้นพบว่าตัวเองชอบดนตรี บางคนชอบการแสดง พัฒนาจากโรงเรียนมัธยมสู่มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบตัวเองเร็วขึ้น ได้ไปในทางตัวเองเลย

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

เรียนรู้อย่างเบิกบาน

เด็กรุ่นแรกๆ ที่จบออกไป บางคนเก่งดนตรี เก่งหมอลำ ก็มาเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ ในการช่วยฝึกฝนดูแลน้องๆ รุ่นใหม่ สนับสนุนกัน”

วิถีหมอลำหุ่นกระติบข้าวเป็นเช่นนี้มายาวนาน เด็กๆ สนุกกับการเรียนรู้หลากหลาย พร้อมกับการเรียนรู้ชีวิต เสียงแคน เคล้าเพลงกลอน บรรยากาศม่วนซื่น จึงยังคงดังก้องทั้งในชุมชนและในใจของเด็กๆ รวมทั้งดังออกไปยังผู้คนและชุมชนอีกมากมาย

สดจากเยาวชน - 15 ปี บนเส้นทางหุ่นกระติบ

เส้นทางหุ่นกระติบ

พาเจาะเบื้องหลังละครหุ่นเด็กเทวดา คุยกับครูเซียง ย้อนรอยดูหุ่นรุ่นบุกเบิกและที่มาของความอลังการงานสร้าง โดยมีพื้นฐานจากนิทานท่องถิ่น หัตถกรรมพื้นบ้าน และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ในทุ่งแสงตะวัน บนแพลตฟอร์มออนไลน์ วันเสาร์ที่ 24 มกราคม เวลาบ่ายโมงตรง คลิกชมได้ทุกที่ทุกเวลา กดติดตามทางเพจทุ่งแสงตะวัน และยูทูบช่อง PayaiTV ติดต่อฝ่ายได้ที่ 08-1809-6906 [email protected] หรือทาง Inbox Facebook

กนกวรรณ อำไพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน