เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า “กลิ่นคนแก่” (Aging Body Odor) เกิดมาจากอะไร ? ทำไมบางคนอายุยังน้อยก็มีได้ แล้วมีวิธีการแก้อย่างไรได้บ้าง ?
กลิ่นตัว เป็นปัญหาที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย และส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่กลิ่นตัวสามารถสะท้อนถึงสุขอนามัย การทำงานของร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนได้ด้วย นอกจากกลิ่นเหม็นแล้ว บางคนมีกลิ่นอะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึงความแก่ชรา หรือที่เรียกว่า กลิ่นแก่ แม้จะดูอายุน้อยอยู่ก็ตาม
- แพทย์เผยสาเหตุ คนวัย 40 หลังอาบน้ำเริ่มมี กลิ่นแก่ พร้อมแนะนำวิธีแก้ไข
- เผย สุดยอดอาหาร ช่วยรักษากลิ่นแก่ ใครมีกลิ่นอยู่ควรเช็ก อาจบอกโรคระยะสุดท้าย
กลิ่นแก่ เกิดจากอะไร
หลายคนอาจเคยสังเกตว่าผู้สูงอายุบางคนมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกลิ่นกายของคนวัยหนุ่มสาว กลิ่นนี้มักถูกเรียกกันว่า “กลิ่นคนแก่” (Aging Body Odor) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เกิดจากการไม่รักษาความสะอาด แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดขึ้นตามวัย โดยเกิดจาก
1. สาร 2-Nonenal สาเหตุหลักของกลิ่นคนแก่
เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบนผิวหนัง โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัว จะถูกออกซิไดซ์ได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดสารเคมีที่ชื่อว่า 2-Nonenal สารนี้เป็นต้นเหตุสำคัญของกลิ่นคนแก่ โดยมีกลิ่นลักษณะคล้าย
- น้ำมันหืน
- กระดาษเก่า
- เสื้อผ้าที่เก็บไว้นาน
จุดเด่นของกลิ่นนี้คือ ติดทนนานและล้างออกยาก สบู่ทั่วไปอาจไม่สามารถขจัดได้หมด
2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนและวัยสูงอายุ ฮอร์โมนเพศจะลดลง ส่งผลต่อการทำงานของต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน แม้เหงื่ออาจออกไม่มากเหมือนวัยหนุ่มสาว แต่เหงื่อและน้ำมันที่ผลิตออกมาจะมีองค์ประกอบเปลี่ยนไป ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่ชัดเจนขึ้น
3. สมดุลแบคทีเรียบนผิวหนังเปลี่ยนไป
ผิวหนังของมนุษย์มีแบคทีเรียอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น ชนิดและปริมาณของแบคทีเรียเหล่านี้จะเปลี่ยนไป แบคทีเรียบางชนิดสามารถย่อยสลายเหงื่อและไขมันจนเกิดกลิ่นที่แรงหรือแตกต่างจากเดิม
4. สภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย
ผู้สูงอายุมักมีผิวแห้งลง แต่ในบางบริเวณ เช่น หลังหู คอ หน้าอก และแผ่นหลัง ยังมีการสะสมของไขมัน ผิวที่แห้งร่วมกับไขมันสะสมทำให้กลิ่นติดอยู่บนผิวได้นาน และสะสมได้ง่าย
5. อาหาร ยา และโรคประจำตัว
อาหารบางประเภท เช่น ของทอด อาหารไขมันสูง หรือเครื่องเทศจัด อาจส่งผลต่อกลิ่นกาย นอกจากนี้ ยาบางชนิดและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคตับ หรือโรคไต ก็อาจทำให้กลิ่นกายเปลี่ยนไปได้เช่นกัน
ทำไมบางคนถึงมีกลิ่นคนแก่ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้แก่
กลิ่นแก่ไม่ได้เกิดแค่กับคนอายุเยอะเท่านั้น หลายคนในวัยเลข 2 หรือเลข 3 ต้น ๆ ก็อาจเริ่มมีกลิ่นลักษณะนี้ได้ จากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น
กรรมพันธุ์ : บางคนอาจมีพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายผลิต 2-Nonenal ได้มากกว่าปกติ
ปัญหาสุขภาพ : เช่น เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคตับ โรคไต ที่อาจส่งผลต่อระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้เกิดสาร 2-Nonenal ได้ง่ายขึ้น
การดูแลสุขอนามัยที่ไม่เพียงพอ : แม้ว่ากลิ่นแก่จะไม่ใช่กลิ่นสกปรก แต่การสะสมของเหงื่อไคลและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วร่วมกับสารอนุมูลอิสระในร่างกายก็อาจเป็นปัจจัยให้กลิ่นแก่เด่นชัดขึ้น
พฤติกรรมการใช้ชีวิต : การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง มีกลิ่นแรง การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และความเครียด อาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย และเพิ่มสารอนุมูลอิสระอันเป็นตัวเร่งให้เกิดกลิ่นคนแก่ได้
กลิ่นแก่ แก้ได้อย่างไรบ้าง ?
1. รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมและ Zinc สูง
เช่น อาหารทะเลอย่างปลาทูน่า หอยนางรม, เนื้อแดง, ไข่, ดาร์กช็อกโกแลต, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดเจีย, ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่ง 2 แร่ธาตุนี้จะช่วยปรับฮอร์โมนและลดกลิ่นตัวบางอย่างไปได้
2. ดื่มน้ำมาก ๆ
น้ำเปล่านอกจากจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย ยังช่วยขับของเสียทางเหงื่อและปัสสาวะ เคลียร์สิ่งตกค้างต่าง ๆ และช่วยเพิ่มความคลีนความสะอาดให้ร่างกายได้
3. ซ่อนด้วยกลิ่นหอม
เพิ่มกลิ่นหอมให้ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม น้ำปรุง น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักผ้ากลิ่นหอม ๆ หรือแม้แต่ของใช้ส่วนตัวอย่างสบู่ลดแบคทีเรีย สบู่กลิ่นหอมติดผิว หรือบอดี้ออยล์ที่ช่วยเพิ่มความหอมติดผิวได้เช่นกัน
