ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ จัดกิจกรรม “ใส่บาตรหนังสือ ครั้งที่ 17 : 100 วัน พระพันปีหลวงเพื่อปวงชน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย และสืบสานพระราชกรณียกิจในด้านการศึกษาและการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน

ในปีนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันทำบุญใส่บาตรหนังสือให้พระภิกษุและสามเณรจำนวน 51 รูป ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม จากวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และวัดยานนาวา เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร เลือกหนังสือและสื่อการศึกษาตรงตามความต้องการภายในศูนย์หนังสือจุฬาฯ สาขาสยามสแควร์

ภายในงานจัดปาฐกถาธรรม หัวข้อ “แม่พาอ่าน…ชีวิตลูกหลานจึงสมบูรณ์” โดยพระเทพวัชรญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ตอนหนึ่งว่าการอ่านทำให้เราพบความรัก ความหวัง แรงบันดาลใจ ที่ทำให้เราได้สาระในการปรับปรุงแก้ไขโลกของเรา ชีวิตของเรา ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า

สามเณรวรภัท แก้วสวัสดิ์ ชั้นม.1 วัดยานนาวา กล่าวว่า “วันนี้เลือกหนังสือเรื่องการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเอง การพัฒนาคุณภาพชีวิต อ่านสนุกไม่น่าเบื่อ ทุกวันนี้มี AI ที่ให้ค้นหาความรู้ หรือให้คำปรึกษาได้ก็จริง แต่เลือกอ่านหนังสือมากกว่า เพราะหนังสือเขียนจากข้อมูลและความรู้ของมนุษย์ที่มีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งตรงนี้ AI จะไม่มี”

สามเณรวรภัท แก้วสวัสดิ์
ด้าน สามเณรธนบูลย์ พรมกา ชั้นป.5 วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า “ครั้งที่แล้วเลือกหนังสือเกี่ยวกับประวัติ ศาสตร์จีน อยากได้หนังสือแนวนี้อีก เพราะสนุก และชอบเกี่ยวกับประวัติ ศาสตร์จีน สนใจการเรียนภาษาจีน วันนี้เลือกหนังสือประวัติศาสตร์จีนแบบเหมียวเหมียว เล่มที่ 6 ไปอ่านต่อ นอกจากนี้ ยังเลือกเครื่องเขียนไว้เรียนหนังสือด้วย”

สามเณรธนบูลย์ พรมกา
การใส่บาตรหนังสือจึงแตกต่าง จากการใส่บาตรข้าวปลาอาหาร เพราะหนังสือเปรียบเสมือนอาหารสมองที่ ต้องบ่มเพาะผ่านการอ่านจนก่อให้เกิดขุมทรัพย์ทางปัญญาที่มีคุณค่า การให้หนังสือจึงเปรียบกับการให้ปัญญา ก่อเกิดความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ตลอดจนส่งเสริมพระภิกษุ สามเณร เข้าถึงแหล่งการศึกษาทั้งทางธรรมและสายสามัญ ก่อเกิดศาสนทายาทสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป