เชฟนูรอ มือปั้นSoft Power อาหารไทยเข้าถึงใจต่างชาติ
อาหารไทยไม่น้อยหน้าชาติใด ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก
แต่หากเป็นเมื่อ 40 กว่าปีก่อนในยุโรป อาหารไทยยังไม่ปังขนาดนี้ เป็นแค่เมนูเสริมในร้านอาหารเอเชีย และอาจไม่ใช่คนไทยทำ จึงได้หน้าตาและรสชาติแปลกๆ ไม่ใช่รสแท้ที่แท้จริง

กระทั่งการเกิดขึ้นของ Blue Elephant ร้านอาหารไทยรสแท้ระดับชาววัง ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อพ.ศ.2523
พริกเครื่องแกงชั้นดี วัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมจัดจานอาหารและตกแต่งร้านอย่างสวยงาม สื่อถึงวัฒนธรรมความเป็นไทยได้อย่างวิจิตร ก็สร้างความว้าวอเมซิ่งให้กับนักชิมต่างแดน

นับจากนั้นอาหารไทยจึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย ขณะที่ร้าน “บลู เอเลเฟ่นท์” ก็เปิดสาขาในประเทศแถบยุโรปอีกหลายแห่ง อาทิ เดนมาร์ก และมอลตา
ปรบมือดังๆ ให้กับ “มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้” เจ้าของร้านบลู เอเลเฟ่นท์ ผู้ผลักดันอาหารไทยสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เจ๋งไม่เจ๋งอย่างไรได้รับเครื่องราชย์จากประเทศเบลเยียม ทั้งในฐานะผู้ทำคุณให้กับเบลเยียม และผู้สร้าง “ซอฟต์พาวเวอร์” ให้แก่อาหารและวัฒนธรรมไทย

จากลูกแม่ค้าข้าวแกงชาวฉะเชิงเทรา โดนคุณแม่ใช้ตำน้ำพริกตั้งแต่ 9 ขวบ เป็นลูกมือทำครัวมาตลอด จึงซึมซับทักษะทำอาหารโดยไม่รู้ตัว
ชีวิตเริ่มพลิกตั้งแต่ตามพี่ชายไปเบลเยียมเมื่อปี 2523 ได้เรียนทำอาหาร ทำให้เจอสามี “คาร์ล สเต็ปเป้” ก่อนเปิดร้านอาหารไทยจนประสบความสำเร็จอย่างงาม

ทำเครื่องแกงขายก็ปัง ส่งออกไปเกือบ 40 ประเทศทั่วโลก มาจับงาน “แคทเทอริ่ง” ก็ออกงานนอกสถานที่ไม่ว่างเว้น
เปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร ลูกศิษย์ลูกหาโดยเฉพาะต่างชาติก็แห่จองคอร์สบินมาเรียน ขณะที่ มาดามนูรอ ก็เดินสายสอนในต่างประเทศคิวยาวข้ามปี


ภัตตาคาร Blue Elephant ในไทยมี 3 สาขา เป็นกรุงเทพฯ 2 สาขาคือ สาทรใต้ และ สุขุมวิท 13 อีกสาขาอยู่ที่ภูเก็ต
ทั้งยังนำวัตถุดิบจากโครงการหลวงและชุมชนเกษตรกรไทยมารังสรรค์เป็นอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง

เกือบ 50 ปีบนเส้นทางอาหาร มาดามนูรอ บอกว่ามาถึงจุดนี้น่าจะเป็นเพราะ ความขยัน อารมณ์ศิลปินรักงานดีไซน์ ช่างสังเกต และตามโลกให้ทัน
ก่อนแจกสุดยอดคาถาให้กับบรรดาเชฟรุ่นน้องไว้ดังนี้
“รักในสิ่งที่คุณทำ สนุกกับมัน และภูมิใจกับอาชีพนี้”
มาดามคูซีน



พานาคอตต้าต้มข่าไข่ปลาคาร์เวียร์

#คอลัมน์สวรรค์ในครัว