ระวัง! เช็กด่วน อาการและพฤติกรรมเสี่ยง ที่ทำให้ป่วยเป็นโรค “มะเร็งกระเพาะอาหาร” โรคร้ายที่พรากชีวิตของคนไทยไปหลายพันคนต่อปี

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของมะเร็งทั้งหมดทั่วโลก และยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในลำดับต้น ๆ ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก ระบุว่าโรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโรคมะเร็งทั่วโลก แม้ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยในอันดับที่ 6 ของมะเร็งในเพศชาย แต่ผู้ป่วยจำนวนมากมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว เนื่องจากอาการระยะแรกไม่ชัดเจนและคล้ายโรคกระเพาะทั่วไป เช่น ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย

มะเร็งกระเพาะอาหารคืออะไร

มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer) คือ ภาวะที่เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนมะเร็ง และสามารถลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรอดชีวิตระยะยาวอาจสูงกว่า 80% โดยเฉพาะเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

สถานการณ์ในประเทศไทย

ข้อมูลทะเบียนมะเร็งของไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 3,185 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 รายต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคและความสำคัญของการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง

แม้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายประการที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การรับประทานอาหารปิ้งย่างหรืออาหารที่ไหม้เกรียมบ่อยครั้ง
  • การบริโภคอาหารหมักดองเป็นประจำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกระเพาะอาหาร
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมในบางราย

อาการที่ควรสังเกต

  • ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการชัดเจน หรือมีอาการคล้ายโรคกระเพาะ เช่น
  • แน่นท้อง ท้องอืดหลังรับประทานอาหาร
  • กลืนลำบาก
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน

หากโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม อาจพบอาการรุนแรงขึ้น เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระสีดำ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีเลือดปนอุจจาระ ซึ่งควรรีบพบแพทย์ทันที

การวินิจฉัย

แพทย์สามารถตรวจหามะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy) และตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา นอกจากนี้อาจทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อประเมินการกระจายของโรค

การป้องกันและลดความเสี่ยง

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปิ้งย่างหรือไหม้เกรียมบ่อย ๆ
  • ลดการบริโภคอาหารหมักดอง
  • หากมีอาการปวดแสบท้องเรื้อรังหรืออาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • เข้ารับการตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

การใส่ใจพฤติกรรมการบริโภคและสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน