‘ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม’ ผลไม้ขึ้นชื่อของจ.สมุทรสงคราม หรืออีกชื่อพันธุ์หอมลำเจียก มีลักษณะเด่น “หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง” อีกทั้งผลสีแดงก่ำ ด้านในเป็นร่องชาด คือเปลือกด้านในจะสีแดงออกชมพู ผลกลมรูปไข่ออกแป้น หรือรูปหัวใจ เนื้อกรอบหวาน แห้ง ไม่แฉะ และมีกลิ่นหอม ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของแม่กลอง

การปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีไม่ง่าย ชาวสวนต้องลุ้นทุกปีจะให้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่เพราะต้องอาศัยทั้งสภาพอากาศที่เป็นใจ และการดูแลของเกษตรกร
เพราะจะติดผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้าเป็นช่วงที่อุณหภูมิระหว่าง 18-20 องศา ต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ก็ติดผลง่าย แต่ติดผลแล้วก็ต้องลุ้นต่อให้ฝนอย่ามาตกช่วงนี้ เช่นนั้นหากผลอ่อนไม่ร่วงไปก่อนก็จะโตไม่เต็มที่ ที่ชาวสวนเรียกกันว่าลิ้นจี่กะเทย มีผลเล็ก ไม่มีเม็ด รสชาติออกเปรี้ยวฝาด

ปกติลิ้นจี่ค่อมถือเป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดคือในช่วงปลายมี.ค.ถึงพ.ค. ออกผลดกในช่วงสงกรานต์ โดยปีนี้ลิ้นจี่ค่อมให้ผลผลิตต้นแรกมาแล้วที่สวนของนายภาณุวัฒน์ รุ่งรัศมี อายุ 43 ปี พื้นที่ ม.2 ต.บางขันแตก อ.เมือง คาดจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แห่งแรกในจ.สมุทรสงคราม ซึ่งผลลิ้นจี่เริ่มออกสีแดงแล้ว
ล่าสุด นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม นายชูศักดิ์ นาเจริญ กำนัน ต.บางขันแตก, นายณัฐวุฒิ ควรศิริ ส.อบต.ม.2 ต.บางขันแตก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้คำแนะนำ ซึ่งนายภาณุวัฒน์ปลูกลิ้นจี่ไว้ 14 ต้น บนพื้นที่ 1 ไร่ แต่ฝนตกจึงติดผลแค่ 2 ต้น
นายภาณุวัฒน์กล่าวว่า ปีนี้ลิ้นจี่สวนตนติดผลแค่ 2 ต้น เพราะที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ช่วงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ ส่วนการบำรุงดูแลต้นลิ้นจี่ที่ผ่านมาปล่อยให้โตตามธรรมชาติ ไม่ได้ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงใดๆ จึงรับรองได้ว่าผลผลิตมีความปลอดภัย 100% แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ลิ้นจี่ 2 ต้นนี้พระเมธีวัชรประชาทร หรือ รศ.ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย เจ้าอาวาสวัดอินทารามได้เหมาจองไว้หมดแล้วในราคากิโลกรัมละ 400 บาท เพื่อนำไปใส่แกงเขียวหวานเป็ดย่างให้ญาติโยมรับประทานฟรีในงานพุทธเกษตรชิมส้มโอขาวใหญ่อัมพวา ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 18 มี.ค.-19 เม.ย.นี้
ด้านนายประสิทธิ์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงครามให้ความสำคัญกับผลผลิตลิ้นจี่ค่อมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด จากข้อมูลการสำรวจพบว่าเรามีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั้งหมด 5,057 ไร่ ในช่วงแรกมีต้นลิ้นจี่แทงช่อดอกถึง 1,281.55 ไร่ แต่เนื่องจากมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 17-18 ก.พ.ที่ผ่านมาส่งผลให้ลิ้นจี่ที่ติดผลขนาดเล็กร่วงหล่นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันเหลือพื้นที่ที่ติดผลจริงเพียง 180.54 ไร่

นายประสิทธิ์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่และนักวิชาการเกษตรได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลผลผลิตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังช่วงฝนตกต้องหมั่นดูแลและตัดแต่งกิ่งที่เริ่มมีปัญหาโรคเชื้อรา และป้องกันกระรอกเข้ามาทำลายผลผลิต
การดูแลลิ้นจี่หลังดอกบานจนถึงเก็บเกี่ยวเป็นสิ่งสำคัญมาก หลังดอกลิ้นจี่โรยสังเกตเห็นลิ้นจี่ติดเม็ด (ติดผล) ให้เริ่มรดน้ำจากน้อยไปหามาก โดยรดจากปลายทรงพุ่มลิ้นจี่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และคลุมโคนลิ้นจี่ด้วยใบไม้แห้ง หรือวัชพืช เพื่อรักษาความชื้น

เมื่อลิ้นจี่ติดผลขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวให้ดูแมลงศัตรูพืช ถ้าพบให้ฉีดพ่นหรือล้างช่อดอกด้วยสารป้องกันกำจัดหนอนและเชื้อรา รวมทั้งผสมฮอร์โมนช่วยให้ขั้วเหนียวทุกครั้งที่มีการฉีดพ่นปุ๋ยหรือสารเคมี
นอกจากนี้ ยังต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยทางดิน และรดน้ำสม่ำเสมอ ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีแนะนำให้แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน เพื่อให้ได้ผลขนาดใหญ่ควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตรและผสมฮอร์โมนช่วยให้ขั้วเหนียวด้วย
ระหว่างนี้ต้องหมั่นสำรวจแมลงศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหนอนเจาะขั้วลิ้นจี่ ช่วงที่ผลลิ้นจี่เริ่มเข้าสี ควรฉีดพ่นสารป้องกันหนอนเจาะขั้ว 1 ครั้ง เพราะเป็นช่วงที่หนอนเจาะขั้วระบาดมาก และใส่ปุ๋ยบำรุงเพิ่มเพื่อเพิ่มคุณภาพ (ความหวาน) รวมถึงการติดแผ่นซีดีสะท้อนแสงเพื่อป้องกันกระรอกมากัดกินทำลายผลลิ้นจี่

ส่วนการห่อผลเมื่อเข้าสีเต็มที่มักทำก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20 วัน แต่ทางจังหวัดไม่เน้นให้ห่อผลลิ้นจี่ เพราะต้องการให้ผลได้รับแสงและมีสีแดงเข้มตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม ที่ต้องมี “หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง ร่องชาด” รสชาติหวานอมฝาด กลิ่นหอม และมีค่าความหวานสูง
ช่วงเก็บเกี่ยวจะสังเกตคือ ลิ้นจี่ต้องมีลักษณะเด่นคือ มีร่องชาดเต็ม, หนังตึง เปลือกบางตึง สีแดงเข้มคล้ายน้ำหมาก, เนื้อเต่ง เนื้อหนาสีขาวอมชมพูเรื่อๆ กรอบ ไม่แฉะ และหนามตั้ง ไม่คมมากนัก ไม่ถี่ หรือดูที่ขั้วของลูกลิ้นจี่ ถ้ามีตุ่มลูกเล็กๆ เป็นสีเขียวแปลว่ายังติดฝาดและอมเปรี้ยวอยู่บ้าง แต่หากตุ่มเป็นสีแดงแปลว่ารสฝาดหมดไปแล้ว

สำหรับผลผลิตลิ้นจี่ในฤดูกาลนี้ทางเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองยืนยันว่าเป็นผลผลิตที่มาจากจังหวัดสมุทรสงครามแท้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ 100% คาดว่าจะมีผลผลิตในชุดแรกที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมี.ค.เป็นต้นไป ปริมาณรวมทั้งจังหวัดราว 2-3 ตัน
จึงอยากเชิญชวนให้ผู้สนใจรีบมาสั่งจองลิ้นจี่พันธุ์ค่อม หรือหอมลำเจียกแท้ของสมุทรสงคราม ที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองโทร. 0-3471-1607, สำนักงานเกษตรอำเภออัมพวาโทร. 0-3475-1375 และสำนักงานเกษตรอำเภอบางคนทีโทร. 0-3476-1814
ขจร โพธิ์นิ่มไทย