การศึกษาทันโลก โรงเรียนนานาชาติ SPGS กรุงเทพฯ ให้มากกว่าความเป็นเลิศด้านวิชาการ มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวม เสริมแกร่งจิตใจ ยืดหยุ่นเป็น

“เราปรารถนาให้นักเรียนประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังเปี่ยมด้วยความมั่นใจในตัวเอง ยึดมั่นในคุณค่าที่ดี พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อเติบโตและก้าวทันโลกที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น”

เป็นคำกล่าวของ เบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานแถลงเปิดตัว โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ (SPGS International School Bangkok) ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ

Ben Taechaubol

เขาอธิบายว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีความซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากแต่ต้องเติมเต็ม พัฒนาเด็กจากภายใน ทั้งการสร้างความอดทน รู้จักยืดหยุ่น เพื่อให้แข็งแกร่งจากภายใน ล้มแล้วลุกได้

โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ นำรากฐานการศึกษาระดับโลกจาก St Paul’s Girls’ School, London สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศอังกฤษ ที่หล่อหลอมความเป็นเลิศมากว่า 120 ปี และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอังกฤษด้านความเป็นเลิศทางวิชาการถึง 13 ปี จาก 14 ปีที่ผ่านมา พร้อมมาตรฐานทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับในเวทีสากลมาสู่ประเทศไทย

โดย St Paul’s Girls’ School, London เป็นหนึ่งในสถานศึกษาชั้นนำของอังกฤษ ที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก ด้วยจำนวนนักเรียนที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ 100 อันดับแรกของโลกได้สูงถึงร้อยละ 92 และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าอย่าง มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวีลีก รวมกันถึงร้อยละ 54

อีกทั้งยังมีผลการสอบ GCSE (General Certificate of Secondary Education) ที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยสัดส่วนเกรด 9-7 (เทียบเท่า A*-A) สูงถึงร้อยละ 99 พร้อมรักษามาตรฐานผลการสอบระดับ A*-A มากกว่าร้อยละ 90 มาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ

ซึ่งการันตีถึงความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หากแต่เป้าประสงค์การเปิด โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ต้องการให้มากกว่าความเป็นเลิศเรื่องของผลการเรียน

ซึ่งเป็นเหตุผลต่อความร่วมมือกับ St Paul’s Girls’ School, London โดย เบน เตชะอุบล กล่าวว่า “ผมไปดูโรงเรียนมาแทบจะทั่วโลก ขณะที่ในอังกฤษมีโรงเรียนหลายแห่งที่โด่งดัง มีชื่อเสียง แต่ระดับท็อปๆ มีไม่กี่แห่ง หากแต่การตัดสินเลือกที่จะร่วมมือกับ St Paul’s Girls’ School, London ง่ายที่สุด เพราะนอกจากเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของอังกฤษแล้ว ที่ประทับใจที่สุดคือการมีมุมมองบวก

การสอนให้คิด สอนให้แสดงตัวตนและมีจุดยืน เป็นมายด์เซ็ตที่ดีมากๆ ด้วยหลักคิดแบบนี้จะพัฒนาเด็กนักเรียนสำหรับอนาคตได้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน commitment ที่สร้างความมั่นใจระหว่างกัน คือความตั้งใจและการวางเป้าหมายของสองฝ่าย ที่เน้นเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน ไม่ใช่แค่การนำตราโรงเรียนมาแปะ” เบน เตชะอุบล กล่าว

เขากล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีโรงเรียนนานาชาติหลากหลายแห่ง และเต็มไปด้วยคุณภาพ ขณะที่วิสัยทัศน์ของเราคือการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์โรงเรียนที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์การศึกษาตามแบบดั้งเดิมของ St Paul’s Girls’ School ได้ที่ประเทศของเรา

ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง St Paul’s Girls’ School เรามุ่งมั่นที่จะนำปรัชญาการเรียนการสอนที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานกว่า 120 ปี ทั้งด้านแนวความคิดก้าวหน้า ความมุ่งมั่นทางวิชาการ และการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด มาสู่กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เพียงการนำหลักสูตรการเรียนการสอนมาเท่านั้น แต่คือการนำปรัชญาและอัตลักษณ์มาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก St Paul’s Girls’ School และเรามีความมุ่งหวังร่วมกันในการสร้างโรงเรียนที่ขับเคลื่อนด้วยความใฝ่รู้ทางปัญญา ความเป็นอิสระทางความคิด และเสริมสร้างคุณค่าของนักเรียนเองจากภายใน

Liz Hewer

“พูดได้เต็มปากเราเป็นโรงเรียนระดับท็อป แต่ไม่เฉพาะผลการเรียนเท่านั้น เพราะการศึกษาที่ดีคือการทำให้เด็กมีการพัฒนาแบบองค์รวม หมายรวมถึงบุคลิกภาพ ความมั่นใจ ความใฝ่รู้ ความคิดอิสระ ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนมีความคิดที่ดี” ลิซ ฮิวเออร์ (Liz Hewer) ครูใหญ่ (High Mistress) ของ St Paul’s Girls’ School, London กล่าวเสริม

เธอกล่าวอีกว่า การปูพื้นฐานการศึกษาของนักเรียนให้รับมือได้ดีกับโลกอนาคตที่มีความไม่แน่นอน เน้นให้นักเรียนมีความคิด เป็นตัวของตัวเอง การสอนที่ไม่ติดยึดกับการท่องจำอย่างเดียว แต่ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้จากครู เพื่อน การฟังทอล์กต่างๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยหล่อหลอมให้เด็กเติบโต โดยมีความคิดและเชื่อมั่นในตัวเอง

นอกจากนี้ SPGSI กรุงเทพฯ จะเป็นโรงเรียนแห่งเดียวนอกกรุงลอนดอนที่ได้รับอนุญาตให้สอนหลักสูตรพิเศษ “School Directed Courses” ในระดับ Key Stage 4 (อายุ 14-16 ปี) ซึ่งครอบคลุมวิชาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และศิลปะการแสดง ซึ่งออกแบบมาเพื่อต่อยอดจากหลักสูตรมาตรฐาน GCSE โดยมุ่งเน้นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

Leigh O’Hara

ด้าน ลีห์ โอฮารา (Leigh O’Hara) ครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง (Founding Headmaster) โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์ ในฐานะอดีตผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนในกรุงลอนดอนมานานกว่า 11 ปี กล่าวว่า “เราออกแบบหลักสูตรที่หลากหลาย เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้คิดอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับความร่วมมือระหว่างครูกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด

รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เคารพและเข้าใจวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เพื่อให้การศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพ เหมาะกับบริบทของเมืองไทย และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ผสานหลักสูตร English National Curriculum ที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับให้เข้ากับหลักสูตร IBDP (International Baccalaureate Diploma Programme) เพื่อหล่อหลอมความเข้มข้นทางวิชาการ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เสริมด้วยศูนย์การออกแบบและนวัตกรรมของโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลาย ครอบคลุมด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และดนตรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองในทุกมิติ

โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) มูลค่า 14,400 ล้านบาท บนถนนพระราม 3 ซึ่งผสานการศึกษาระดับพรีเมียมเข้ากับการอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีอย่างกลมกลืน สะท้อนแนวคิดการออกแบบพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ในทุกมิติ โดยออกแบบบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และการค้นหาความสนใจเฉพาะตัวของนักเรียนแต่ละคน

รองรับนักเรียนได้มากกว่า 1,800 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสากลที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก อาทิ หอประชุมขนาด 600 ที่นั่ง อัฒจันทร์ โรงละครแบล็คบ็อกซ์ สตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ สระว่ายน้ำในร่ม สนามฟุตบอล (Skyline Football Pitch) สนามเทนนิส ศูนย์การออกแบบและนวัตกรรม (Centre for Design & Innovation) ศูนย์สุขภาวะ (Wellbeing Centers) และพื้นที่สีเขียวเพื่อการเรียนรู้กลางแจ้ง (Forest School)

โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนสาขานานาชาติแห่งที่สองของ St Paul’s Girls’ School, London กำหนดเปิดภาคเรียนแรกในเดือนสิงหาคม 2569 รับนักเรียนชายและหญิงอายุระหว่าง 2-18 ปี

โดยปีการศึกษา 2569/2570 จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ถึงระดับประถมศึกษา (Pre-Nursery to Year 6) และมีแผนเปิดระดับมัธยมศึกษา (Senior School) ต่อในปีการศึกษา 2570/2571 การขยายตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน