ทุ่งแสงตะวัน สารคดีที่บันทึกเรื่องราวชีวิตเด็กไทยในชนบทและทำงานต่อเนื่องกับเด็กๆ จากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อติดตามการเติบโตของพวกเขาพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวชุมชนที่น่าสนใจไปพร้อมกัน
ตั้งแต่ต้นปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ทุ่งแสงตะวันเริ่มซีรีส์ชุดมาหา สารคาม ออกพบปะเยี่ยมเยียนเด็กเก่า แหล่งข่าว สถานที่ที่เคยถ่ายทำรายการ และเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไปเยือน EP นี้เรามาตามหางานคราฟต์ฝีมือย่ายายที่กำลังกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่๊ “พระไหล”

ต้นกกหรือต้นไหล
บ้านดงน้อย ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม หมู่บ้านเกษตรกรรมที่ชีวิตยังคงผูกพันกับจังหวะของฤดูกาล เช้าผู้เฒ่าผู้แก่ไปวัด สายหน่อยก็ลงนา เกี่ยวหญ้าเลี้ยงวัว บางบ้านเกี่ยวข้าว บางบ้านตากข้าว ส่วนช่วงบ่ายหลังแดดอ่อน งานหัตถกรรมในครัวเรือนก็เริ่มต้นขึ้น
เสื่อ กระติบข้าว หรือเครื่องจักสานต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ แต่เป็นร่องรอยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น สะท้อนความรู้ที่สั่งสมมาจากการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ

พระไหล งานคราฟต์จากย่ายาย
ตรงทางเข้าหมู่บ้านมีพระองค์ใหญ่ตั้งเด่นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของบ้านดงน้อย พระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้หล่อจากโลหะหรือแกะจากไม้ แต่สานขึ้นจาก “ต้นไหล” หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “ต้นกก” คนอีสานเรียกต้นกกว่า “ไหล” จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “พระไหล”
นอกจากองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านแล้วชาวบ้านยังสานพระไหลในขนาดและรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่องค์เล็กที่วางบูชาในบ้านไปจนถึงองค์ใหญ่ที่ใช้ประดับสถานที่

ต้นไหลขึ้นอยู่หนาแน่นรายรอบหมู่บ้าน ชอบพื้นที่ชื้นอย่างริมหนอง คลอง หรือบึง ดูแลง่าย ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือสารเคมี เส้นใยเหนียว ยืดหยุ่น และทนทาน เหมาะสำหรับงานจักสานหลากหลายชนิด
แม่สำริด ดาราช หนึ่งในช่างฝีมือของหมู่บ้านกำลังอธิบายกับหลานๆ วัยประถมที่ตามติดมาวิ่งเล่นช่วยงานว่าการเลือกต้นไหลเป็นขั้นตอนสำคัญ “ต้องเลือกต้นที่ไม่แก่เกินไป ถ้าแก่จะหักง่าย พอเก็บมาแล้วก็เอาไปตากแดดให้แห้ง พอแห้งมันจะเหนียว ดึงไม่ขาด”

แม่สำริด ดาราช
จากต้นไหลสีเขียวสด เมื่อผ่านแดดแรงก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนนวลตา พร้อมสำหรับการนำไปสาน
เมื่อวัตถุดิบพร้อม ลานบ้านจึงกลายเป็นเหมือนเวิร์กช็อปเล็กๆ แม่สำริด ยายมะลิ ยายหงวน และเพื่อนบ้านอีกหลายคนมานั่งล้อมวงสานพระไปพร้อมกับพูดคุยกันอย่างออกรส

คุยกับช่างฝีมือรุ่นใหญ่
บางองค์ใช้เวลาเพียงวันเดียว บางองค์ต้องใช้เวลาหลายวัน ขึ้นอยู่กับขนาดและรายละเอียดของรูปทรง
แต่สำหรับย่ายายหลายคน งานสานพระไหลไม่ได้มีแค่เรื่องของฝีมือ แต่คือกิจกรรมที่ทำให้ช่วงเวลาหลังฤดูทำนาไม่เงียบเหงาจนเกินไป เสียงหัวเราะเบาๆ ระหว่างการสาน เสียงพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกลายเป็นบรรยากาศคุ้นเคยที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน

เซียง ปรีชา การุณ
การต่อยอดงานจักสานในหมู่บ้านเริ่มต้นขึ้นจากความคิดของ เซียง ปรีชา การุณ ศิลปินและนักทำหุ่นละครจากกระติบข้าว ผู้ทำงานร่วมกับเด็กและชุมชนในอำเภอนาดูนมานานกว่าสิบห้าปี เขาเคยพัฒนากระติบข้าวธรรมดาให้กลายเป็นหุ่นหมอลำจากฮูปแต้ม จนเกิดเป็นคณะการแสดง “หมอลำเด็กเทวดา” ที่กลายเป็นภาพจำของมหาสารคาม เบื้องหลังงานศิลปะเหล่านั้นล้วนต้องพึ่งพาฝีมือจักสานของแม่ๆ และยายๆ ในหมู่บ้าน

พระไหลองค์ใหญ่หน้าหมู่บ้านดงน้อย
สำหรับเซียง ผู้ผลักดันงานนี้ เขามองเห็นต้นทุนสำคัญของชุมชนตั้งแต่ต้น “เราเริ่มจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว ทั้งวัตถุดิบและทักษะของคุณยายคุณแม่ จากนั้นก็ช่วยกันสร้างงานที่เชื่อมคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ให้เกิดทั้งคุณค่าและมูลค่า”
ตลอดสามปีที่ผ่านมา แม่ๆ ยายๆ บ้านดงน้อยช่วยกันสร้างพระไหลมากกว่าหนึ่งร้อยองค์ งานสานพระจากต้นไหลทำให้ย่ายายมีรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนกว่านั้นคือรอยยิ้มและความภูมิใจ
“ตอนแรกก็กลัวว่าจะทำไม่สวย จะขายได้ไหม” แม่สำริดเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ “แต่พอคนบอกว่าสวยก็ภูมิใจ”

หัตถศิลป์จากสองมือ
พระไหลจากบ้านดงน้อยจึงไม่ได้เป็นเพียงงานจักสานธรรมดา หากเป็นเรื่องราวของชุมชนที่ถ่ายทอดผ่านสองมือของช่างฝีมือรุ่นใหญ่
พระพุทธรูปที่สานจากต้นไหลธรรมดากลับมีเสน่ห์เรียบง่าย อบอุ่น และงดงามในแบบเดียวกับวิถีชีวิตของชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ทำความรู้จักงานคราฟต์จากย่ายายเมืองสารคามพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม เวลาบ่ายโมงตรง บนแพลตฟอร์มออนไลน์ กดติดตามทางเพจทุ่งแสงตะวัน และยูทูบช่อง PayaiTV คลิกชมได้ทุกที่ทุกเวลา ติดต่อฝ่ายได้ที่ 08-1809-6906 [email protected] หรือทาง Inbox Facebook
กนกวรรณ อำไพ