ไต้หวัน-ไทย จัดเวทีประลองเครื่องเทศ แชร์มิตรภาพผ่านอาหาร
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมแลกเปลี่ยนอาหารจีน และ โครงการสุขสยาม จัดกิจกรรม “ศึกประลองเครื่องเทศ ไต้หวัน-ไทย” (The Spice Battle – Taiwan vs Thailand) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารระหว่าง 2 ประเทศ ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569
ในงานรวบรวมเชฟชั้นนำจากทั้งไต้หวันและไทยขึ้นเวทีประชันฝีมือ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคด้านการประกอบอาหาร ตลอดจนร่วมกันนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารจากไต้หวันและไทย

ภาพจาก TECO
นายปีเตอร์ หลัน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดว่า อาหารไต้หวันมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก การแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับแวดวงผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าไต้หวันไม่เพียงเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีชิป แต่ยังเป็นดินแดนที่มีซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารอันมีเอกลักษณ์ โดยกิจกรรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไต้หวันกับไทย ภายใต้แนวคิด “สร้างมิตรภาพผ่านอาหาร” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“อาหารถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางภาษา ในอนาคตสำนักงานฯ จะเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานทุกภาคส่วนของไทยได้เข้าใจถึงมรดกทางวัฒนธรรมและศักยภาพด้านนวัตกรรมของไต้หวันมากยิ่งขึ้น” นายปีเตอร์กล่าว

ภาพจาก TECO
พิธีเปิดยังมี ดร.ลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการเมืองสุขสยาม, คุณวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย รองกรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม, และ คุณเฉินซู่ชิว ประธานสมาคมแลกเปลี่ยนอาหารจีน เข้าร่วม รวมถึงคณาจารย์และนักศึกษาจาก สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา (CDTI) ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประกอบอาหาร และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างเป็นรูปธรรม

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ “ศึกประชันฝีมือการทำอาหาร” ระหว่างเชฟไต้หวันและไทย ซึ่งต่างฝ่ายต่างสาธิตการทำงานกันสดๆ บนเวที โดยฝั่งไต้หวันนำโดย เชฟจางซุ่นเหยา และ เชฟจวงอวี้เสียน ซึ่งบินตรงจากไต้หวันมาร่วมงาน ขณะที่ฝั่งไทย เชฟชาณุวัฒณ์ ฉันทดิลก และ เชฟภัฏ จารึกฐิติ คนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญอาหารไทย

ทีมเชฟไต้หวัน นำเสนอเมนูที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ไก่สามถ้วยสูตรโบราณ บะหมี่เนื้อตุ๋น และ ไก่ตุ๋นเหล้าสมุนไพรไต้หวัน

ขณะที่เชฟไทย จัดเมนูต้นตำรับ อาทิ แกงจืดน้ำมะพร้าวหมูบะช่อ น้ำชุบหยำ (น้ำพริกโจร) และ ข้าวซอยไก่เส้นกรอบ โดยเชฟจากทั้งสองฝ่ายได้ร่วมสาธิตการประกอบอาหารสดบนเวที สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงเท่านี้เชฟทั้งสองประเทศ ยังเตรียมจานเด็ดหลากหลายมาให้ผู้ร่วมงานได้อิ่มอร่อยชนิดจัดเต็ม ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ผู้ประกอบการด้านอาหาร คณะผู้แทนจากสมาคมแลกเปลี่ยนอาหารจีน ฯลฯ






คุณริชาร์ด เชีย ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชาวไต้หวัน เผยว่า จุดเด่นของอาหารไต้หวันคือ ความสดใหม่ของวัตถุดิบและเครื่องปรุง ไม่เน้นของแปรรูป โดยเมนูที่ขึ้นชื่อและเป็นซิกเนเจอร์คือ ไก่ตุ๋นเหล้าสมุนไพรไต้หวัน ถือเป็นอาหารแนวโฮมเมดที่ทำกินกันตามบ้าน จุดเด่นคือเหล้าสมุนไพรที่ใช้ตุ๋น หมักโดยวิธีทางธรรมชาติสูตรเฉพาะของไต้หวัน ซึ่งช่วยบำรุงร่างกาย เรียกได้ว่าอร่อยและดีต่อสุขภาพด้วย


ส่วนอาหารไทยนั้น โดดเด่นเรื่องความเผ็ดร้อน รสจัดจ้าน ซึ่งเมนูที่คนไต้หวันชื่นชอบอันดับต้นๆ คือ ต้มยำกุ้ง เพียงแต่บางร้านอาจมีการปรับให้เข้ากับลิ้นคนไต้หวันบ้าง เช่น ลดเผ็ด เพิ่มความเปรี้ยว และลดกลิ่นของกุ้งลงเล็กน้อย
ถามถึงการสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อร้านอาหารไต้หวันมากน้อยเพียงใด คุณริชาร์ดกล่าวว่า มีกระทบบ้างเรื่องเม็ดพลาสติก แต่เล็กน้อย ต้องยกเครดิตให้รัฐบาลไต้หวันที่บริหารจัดการดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมเกษตรกรรมในประเทศ ทั้งข้าว ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ต่างๆ ทำให้ผลกระทบต่อต้นทุนน้อยมาก แทบไม่มีปัญหาอะไร