ปลาสลิดดอนกำยาน มีชื่อเสียงมานานกว่า 80 ปี ในปี 2466-2478 มีบันทึกไว้ว่าปลาสลิดจากคลองดอนกำยานมีรสชาติดีกว่าแหล่งอื่น เมื่อปี 2523 กรมประมงระบุว่า แหล่งปลาสลิดที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคกลางก็อยู่ที่ดอนกำยาน
ต่อมาในปี 2545-2546 เกษตรกรประสบปัญหาการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเนื่องจากโรคระบาด สำนักงานประมงจึงสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงปลาสลิดดอนกำยานแทนกุ้งก้ามกราม เนื่องจากมีความอดทนสูง ไม่เป็นโรคง่าย อธิบดีประมงท่านหนึ่งติดใจรสชาติความอร่อยของปลาสลิดดอนกำยานจึงได้นำพันธุ์ปลาชนิดนี้ไปเผยแพร่ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ทำให้เกิดการเลี้ยงปลาสลิดเชิงพาณิชย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ที่มาของชื่อปลาสลิดดอนกำยาน มาจากชื่อคลองดอนกำยาน ที่ไหลผ่าน 8 อำเภอ ใน จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ อ.เมือง ศรีประจันต์ สามชุก เดิมบางนางบวช ดอนเจดีย์ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอู่ทอง โซนนี้ปลาสลิดชุกชุมมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังนาน ทำให้ต้นกำยานหรืออบเชยเถาที่ขึ้นอยู่ทั่วไปเกิดการเน่าเปื่อย
เมื่อปลาสลิดมากินรากกำยานซึ่งเป็นส่วนที่หอม ทำให้ปลาสลิดดอนกำยานมีรสชาติหอมอร่อย เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 2 ของจ.สุพรรณบุรี ต่อจากแห้วสุพรรณ

ต้นกำยานปลูกอยู่ริมบ่อปลา
ในอดีตต้นกำยานพบได้ง่ายที่ ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงถูกเรียกว่า “ดอนกำยาน” โดยธรรมชาติแล้วต้นกำยานเป็นพืชไม้เลื้อยขนาดเล็ก มีใบเดี่ยว ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รากของกำยานจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงนำมาทำเครื่องหอมประเภท ธูปหอม เทียนอบ น้ำอบ และกระแจะ รวมทั้งใช้เผาให้เกิดกลิ่นเพื่อไล่แมลง
ปัจจุบันต้นกำยานธรรมชาติเหลือน้อย สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี มอบหมายให้อุทยานผักพื้นบ้านบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเดิมบางนางบวช ขยายพันธุ์ และนำมาแจกจ่ายให้ผู้เลี้ยงปลาสลิดในสุพรรณบุรี และประชาชนปลูกไว้ตามริมลำคลองต่างๆ ให้ปลากิน เพื่อคงความหอมอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ปลาสลิดดอนกำยาน

ปลาสลิดดอนกำยาน เป็นปลาสลิดพันธุ์พื้นเมืองของ จ.สุพรรณบุรี มีลักษณะรูปร่างคล้ายใบไม้ ลำตัวแบนยาว มีลายริ้วสีดำ เนื้อปลาสีขาวอมชมพู ช่องท้องมีไขมันน้อย รสชาติอร่อย แปรรูปขายหลากหลายรูปแบบ แบ่งออกเป็นปลาสลิดสด ปลาสลิดตัดแต่ง ปลาสลิดแดดเดียว และปลาสลิดทอดกรอบ วัยที่จับขายได้จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5-12 ตัว/ก.ก.
“คำว่าดอนกำยาน เราใช้เป็นกิมมิก (Gimmick) มันเป็นต้นกำเนิดของปลาสลิดดอนกำยาน เราเริ่มเพาะพันธุ์และอนุรักษ์ต้นกำยานหรือต้นอบเชยเถาที่เรียกว่า พญารากหอม ตัวนี้มีเสน่ห์ในเรื่องคุณค่าทางสมุนไพรและโภชนาการ ดูแลเรื่องเลือดลม โดยเฉพาะคุณผู้ชาย เขาบอกว่าชูกำลังคุณผู้ชาย ไวอากร้าสัญชาติไทย” ครูทม หรือ คุณอริสา เยือกเย็น ประธานกลุ่มชุมชนประมงท้องถิ่น-บ้านดูธรรม กล่าว

ครูทม
ปัจจุบัน ชุมชนประมงท้องถิ่น-บ้านดูธรรม สุพรรณบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตแปรรูปปลาสลิดดอนกำยานแบบครบวงจร ที่ได้รับมาตรฐานการเลี้ยงและแปรรูปปลาจากกรมประมง ชุมชนประมงแห่งนี้เน้นเลี้ยงปลาสลิดดอนกำยานกึ่งธรรมชาติ หลังจับปลาทุกครั้งจะทำความสะอาดบ่อ ลอกโคลน ปรับค่า PH น้ำให้เป็นกลาง ปลูกบัว ปลูกผักบุ้ง ในบ่อปลา เพื่อให้ปลาใช้เป็นที่กำบัง ปลาจะกินแพลงตอนพืชที่อยู่ในแหล่งน้ำ
ที่นี่เน้นเลี้ยงปลาแบบต้นทุนต่ำ คือให้อาหารธรรมชาติเป็นหลัก ที่เรียกว่าหลักการกสิกรรมธรรมชาติหรือ “แซนด์วิชปลา” หรือการทำฟางข้าวหมัก (แพอาหารปลา) ตามคำแนะนำของกรมประมง จะช่วยประหยัดต้นทุนการเลี้ยง เนื่องจากช่วยลดการใช้อาหารสำเร็จรูปได้ 30-50% โดยควบคู่ไปกับการให้อาหารสำเร็จรูปวันเว้นวัน หรือเสริมอาหารสมทบอื่นๆ ไปด้วย เช่น แหนแดง รำข้าว

เพราะการทำแซนด์วิสปลา จะทำให้เกิดอาหารจากธรรมชาติหลายชนิดที่เป็นอาหารปลา ได้แก่ ไรแดง, หนอนแดง, แพลงตอน, จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ ปลาสามารถกินฟางข้าวที่ย่อยง่ายได้อีกด้วย
การทำแซนด์วิชปลาเหมาะสำหรับการเลี้ยงปลากินพืช หรือ ปลาเบญจพรรณ ได้แก่ ปลานิล ปลาไน ปลายี่สก และปลานวลจันทร์ และยังช่วยลดการเผาวัสดุจากการเกษตรที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย
ที่ผ่านมา ครูทมจะใช้แซนด์วิสปลาเป็นอาหารเลี้ยงปลามาตลอด ทำให้ปลาสลิดที่เลี้ยงมีเนื้อหอมสะอาดไม่เหม็นโคลน เสริมด้วยอาหารเม็ดลอยสำหรับปลากินพืช ช่วงปลาเล็กจะเน้นให้อาหารโปรตีนสูง ส่วนปลาโตจะเน้นกลุ่มอาหารโปรตีนต่ำ

บ่อปลาโดยทั่วไปจะเน้นเลี้ยงปลาเชิงพาณชิย์ ปล่อยปลาแน่นบ่อ บางแห่งปลาเป็นแสนตัวอยู่ในบ่อเดียว แต่ชุมชนแห่งนี้เลี้ยงปลาแค่ไร่ละ 8 พันตัว ตามคำแนะนำของสำนักงานประมงจังหวัดสุพรรณบุรี จะทำให้ปลาเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โตไวตามมาตรฐานของกรมประมง น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 100-150 กรัม ใช้เวลาเลี้ยงปลา 1 ปี ก็สามารถจับปลาขาย
ครูทมกล่าวว่า เราจับปลาเป็นตัว ทำความสะอาดแล้วน็อกเย็นส่งเข้าโรงงานแปรรูปเลยเพื่อคงความสด นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังรับซื้อปลาสลิดดอนกำยานจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในท้องถิ่นด้วย แต่ต้องเป็นปลาสดสะอาด จับขึ้นจากบ่อมาน็อกเย็นไม่เกิน 6 ชั่วโมง ไม่มีคราบโคลน แช่น้ำแข็งส่งมาได้ที่บ้านดูธรรม รับซื้อในราคาประกัน กิโลกรัมละ 85 บาท ซึ่งสูงกว่าล้งปลาทั่วไปที่ซื้อขายกันที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ที่ผ่านมา ฟาร์มแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากสำนักงานประมงจังหวัดสุพรรณบุรีด้านต่างๆ เช่น การขึ้นทะเบียนฟาร์ม ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยง รวมทั้งการรับรองมาตรฐานฟาร์มเจเอพี การให้คำแนะนำเรื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์ จนได้การรับรองสินค้าประมงธงเขียว เพราะผลิตจากปลาสด สะอาด ปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ สามารถใช้ตราสัญลักษณ์จีไอ ติดไว้ที่ผลิตภัณฑ์สินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการบริโภคปลาสลิดดอนกำยานของสุพรรณบุรีเป็นสายพันธุ์แท้สายพันธุ์ดั้งเดิม
ครูทมบอกว่า ทุกวันนี้สินค้าขายดีอันดับหนึ่งคือ ปลาสลิดแดดเดียว เป็นปลาที่ตัดหัว ควักไส้แล้วตากแดด สะอาดด้วยโดมพลังงานแสงอาทิตย์ และแพ็กสุญญากาศแช่แข็งก่อนส่งขาย ขายดีอันดับสอง คือ ผงโรยข้าวปลาสลิด ซึ่งนำปลาสลิดตัวเล็กมานึ่งและบดละเอียดก่อนนำไปคั่วด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน จนได้ผงปลาสลิดอบแห้งรสชาติหอมอร่อย ยังมีปลาสลิด 3 รส เป็นเมนูอาหารพร้อมทานที่มีรสชาติจัดจ้าน

กลุ่มของครูทมขายสินค้าผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ และนำสินค้าไปออกบูธจำหน่ายร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและตลาดชุมชน ผู้สนใจศึกษาดูงานได้ โดยติดต่อล่วงหน้ากับครูทม ที่เบอร์โทร. 08-2203-3149
เรื่อง/ภาพ : เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/