เมื่อเอ่ยถึง “ทุเรียนครบุรี” จะมีเอกลักษณ์ที่ต่างไปจากทุเรียนภาคตะวันออก ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากทุเรียนครบุรี จะมีเนื้อหนาแน่น เม็ดเล็ก เส้นใยน้อย ละมุนลิ้นคล้ายครีม หวานมันกรอบนอกนุ่มใน กลิ่นไม่ฉุน
สวนทุเรียนทองสนั่น ของนายอาทิตย์ เชยสำโรง วัย 43 ปี เกษตรกรบ้านหนองจาน ต.ตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ตัดทุเรียนครบุรีออกจำหน่ายในท้องตลาดก่อนใคร ตั้งแต่ต้นพ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สวนอื่นๆ ใน อ.ครบุรี หรือแม้แต่พื้นที่อื่นในภาคอีสานส่วนใหญ่กำลังรอเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนมิ.ย. ที่จะถึง

เนื่องจากเจ้าของสวนพยายามทำทุเรียนนอกฤดูกาล เพื่อลดปัญหาเรื่องการแข่งขันทางการตลาดในพื้นที่ จะได้คงราคาตามมาตรฐานที่ตั้งเอาไว้ โดยราคาจำหน่ายทุเรียนของสวนทองสนั่นอยู่ที่กิโลกรัมละ 130-150 บาท ที่สำคัญคือรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากทุเรียนจากภาคตะวันออกที่หาซื้อได้ทั่วไป
นายอาทิตย์ ตั้งใจเร่งผลผลิตนอกฤดูเพราะอยากให้ได้ราคา เนื่องจากทุเรียนภาคตะวันออกให้ผลผลิตมาตั้งแต่มี.ค. ขณะที่ทุเรียนในภาคอีสานและทางภาคใต้จะให้ผลผลิตช่วงเดือนมิ.ย. ถึงเดือนส.ค. เขาจึงเลือกให้ทุเรียนที่สวนเก็บผลผลิตได้ช่วงพ.ค.

นายอาทิตย์กล่าวว่า ทุเรียนภายในสวนปลูกมานานประมาณ 8 ปีแล้ว เดิมจะให้ผลผลิตพร้อมๆ กับทุเรียนในภาคอีสานและทางภาคใต้ คือ ช่วงมิ.ย.ถึงส.ค. ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแข่งขันสูงในตลาด ส่งผลต่อราคาทุเรียนที่อาจได้ราคาต่ำกว่าปกติ
จึงตัดสินใจเร่งการติดดอกที่เร็วขึ้น โดยเริ่มทำดอกช่วงปลายเดือนก.ค. ปี 2568 แต่ก็มีปัญหาจากสภาพอากาศที่ยังคงร้อนจัดทำให้การติดดอกยากกว่าปกติ จึงต้องควบคุมการให้น้ำอย่างเหมาะสม ไม่ให้มากหรือน้อยไป รักษาความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์

ถือว่าต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร เพราะยังมีปัจจัยอื่นอย่างเรื่องของโรคและแมลงอีกส่วนหนึ่ง ทำให้ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งเป็นปีแรกที่เริ่มทำทุเรียนนอกฤดู แต่ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะผลผลิตไม่แพ้จากช่วงปกติเท่าใดนัก
ส่วนข้อได้เปรียบการทำทุเรียนนอกฤดู หากมองเรื่องคุณลักษณะผลผลิต ทุเรียนครบุรีหรือทุเรียนภูเขาไฟ มีเอกลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากทุเรียนภาคตะวันออกและภาคใต้ ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากมาได้ระยะหนึ่งแล้ว การแข่งขันในตลาดส่วนใหญ่จึงเป็นการสู้กับทุเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยกันเอง

การทำทุเรียนภาคอีสานให้ออกช่วงนี้ จะเป็นช่วงที่ทุเรียนภาคตะวันออกเริ่มลดจำนวนลง ขณะที่ทุเรียนภาคอีสานและภาคใต้ยังคงอยู่ระหว่างรอลุ้นให้ผลผลิตในช่วงปลายเดือนมิ.ย. ดังนั้น การเร่งผลผลิตในเดือนพ.ค. จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะยังทำให้ขายได้ราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด ตอนนี้ทุเรียนที่สวนยังขายได้ในราคากิโลกรัมละ 130- 150 บาท แล้วแต่เกรด
ทั้งนี้ แนวโน้มสถานการณ์พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก คาดการณ์ว่าหากเกษตรกรสามารถดูแลผลผลิตได้ดี ไม่ประสบปัญหาภัยแล้งและวาตภัย ผลผลิตก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ปัญหาเรื่องของราคาจะมีมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี

ราคาที่คุ้มทุนควรอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 100 บาท ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนจริงๆ ควรเข้ามาดูเรื่องลดต้นทุนการผลิต อย่างค่าปุ๋ย ค่ายา และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดมากกว่าจะเข้ามาในรูปแบบอื่น และจะทำให้เกษตรกรสามารถขายทุเรียนได้ในราคาคุ้มทุน ผู้บริโภคจะได้รับประทานทุเรียนในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

สำหรับทุเรียนสวนทองสนั่นของนายอาทิตย์ มีอยู่ประมาณ 50 ต้น เนื้อที่เพาะปลูก 3 ไร่เศษ คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 6 ตัน ช่วงต้นพ.ค. ได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายหน้าสวน และเปิดหน้าร้านในตัว อ.ครบุรี ไปแล้วกว่า 2 ตัน และยังคงเป็นเพียงสวนเดียวของ อ.ครบุรี ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาด

ขณะที่ข้อมูลจากทางสำนักงานเกษตร อ.ครบุรี ระบุว่า อ.ครบุรี ตอนนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ประมาณ 568 ราย พื้นที่เพาะปลูกกว่า 3,000 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วประมาณ 2,000 ไร่ ปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิ.ย. ประมาณ 1,085 ไร่ และช่วงเดือนก.ค. อีกประมาณ 928 ไร่
คาดการณ์ผลผลิตรวมประมาณ 1,500 ตัน ส่วนราคาหน้าสวนช่วงนั้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 85 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกจะอยู่ที่ 100-110 บาทต่อกิโลกรัม
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
จ.นครราชสีมา