จากตัวเมืองเชียงใหม่และจราจรอันจอแจ ค่อยๆ กลายเป็นทางสายสีเทาโล่งและคดเคี้ยว มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านหล่ายแก้ว อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ภูเขาสูงซับซ้อนชวนย้อนเป็นภาพจำของอดีต “กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง” ที่เคยใช้ชีวิตพึ่งตนเอง มีไร่ข้าว ทำนา พึ่งพิงฐานทรัพยากรธรรมชาติ ป่าและสายน้ำในลำห้วยในวิถีดั้งเดิม ควบคู่กับเรื่องราวเรื่องเล่าเกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองรองรับผู้คนที่แตกกระจายจากรกรากเดิม พื้นที่ลุ่มน้ำลำห้วยและหมู่บ้าน อพยพขึ้นไปอยู่บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำ แต่ไปตรงไหนก็ล้วนมีชุมชนผู้คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

คุณตาชาวโผล่งสวมโสร่งสีสดใส

 

สมัยก่อนมีคนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ในหย่อมย่านป่ารอยต่อจังหวัดตาก เชียงใหม่ หมู่บ้านหล่ายแก้ว อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชาวกะเหรี่ยงโผล่ง เล่าว่าชุมชนตนเองไม่เคยโยกย้ายมาจากไหน อยู่ละแวกนี้มาหลายชั่วคน แต่ได้เห็นการอพยพโยกย้าย น้ำท่วมจนข้าวของเก็บแทบไม่ทันของคนหลายหมู่บ้าน เพราะเมื่อหกสิบปีก่อนไม่มีใครนึกว่าหมู่บ้านจะเกิดน้ำท่วมได้อย่างไร ความทรงจำเก่าๆ มีหลายรูปแบบหลายเนื้อหา เป็นเรื่องเล่าวิถีความเป็นอยู่และเหตุการณ์ต่างๆ ตามประสบการณ์ของแต่ละคนที่พอจะเล่าเรื่องราวได้ก็ต้องอายุราว 70-80 ปี

ปัจจุบันถนนหนทางการคมนาคมสะดวกสบายขึ้น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถตู้ประจำทาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าถึงชุมชน วิถีใหม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิม จากระบบเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง กลายเป็นต้องพึ่งพา “เงิน” มากขึ้น พื้นที่สูงในวันนี้ไม่ใช่สังคมที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่ต้องปรับตัวห้วงสองสามชั่วคนต้องการโอกาส ทุน การศึกษา และการพัฒนาตนเองในโลกสมัยใหม่

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

พี่นกนิรมลเยี่ยมเยียนคุณยายถึงบ้าน

 

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

สาวเปรี้ยวแต่งตัวสวยปั่นฝ้ายใต้ถุนเรือน

 

เมื่อก้าวเข้าสู่หมู่บ้านหล่ายแก้ว คล้ายได้สัมผัสความรู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน ชุมชนแห่งนี้มีร่องรอยวิถีกะเหรี่ยงโผล่งดั้งเดิมที่เคยดำรงชีวิตอยู่ห่างไกลในภูดอยเมื่อหกสิบปีก่อน ผสมผสาน กับความพยายามปรับตัวเพื่ออยู่บนโลกสมัยใหม่ หมู่บ้านค่อนข้างเงียบ นานๆ มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับเฟี้ยวฟ้าวแล้วจางหายไปในสายลม ใต้ถุนเรือนยกพื้นสูง มีแคร่ไม้ มีผู้สูงอายุนั่งเคี้ยวหมากสนทนาพยักพเยิดกันว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ของลูกหลานบ้านไหน เสียงวิทยุทรานซิสเตอร์แว่วมาจากบ้านอีกหลังหนึ่ง แม่เฒ่าวัย 70-80 ที่ทำให้ผู้มาเยือนตกตะลึงกับชุดโผล่งโบราณ เสื้อลายกราฟิกซิกแซ็ก ผ้านุ่งลายละเอียดด้วยสีสันที่งดงาม แถมด้วยกำไลหลายวงเต็มแขนสองข้าง กำไลบ่าต่อม กำไลเงิน กำไลทองเหลือง บางอันมีห้อยตุ้งติ้งเหมือนชาร์มน่ารักๆ ที่สาวๆ ในเมืองฮิตกันเป็นช่วงๆ แถมด้วยลูกปัดหลายสิบเส้นประดับร่างกาย คุณย่าคุณยายบางท่านสักรูปดอกไม้ รูปเรขาคณิต ที่มือแขนและหน้าแข้ง ดูเท่เหลือเชื่อ

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

รอยสักรูปดอกไม้ ลายเรขาคณิต

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

ก้อนฝ้ายแน่นๆ ฝีมือคุณยายจันทร์

 

“สมัยก่อนนานๆ จะมีช่างสักเข้ามาในหมู่บ้าน พวกผู้ชายจะสักทั้งตัว ยิ่งท่อนล่างสักดำเหมือนนุ่งกางเกงขาสั้น ถึงจะถือว่าเท่เป็นลูกผู้ชาย พอเขาสักกันเสร็จ พวกผู้หญิงก็จะขอสักบ้าง ส่วนมากเขาจะสักให้ฟรี เพราะเขารับเงินค่าสักจากพวกผู้ชายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ถูกๆ” คุณยายปุ๊ด ฮ่องกือ วัย 86 เล่าให้ฟัง พลางเปิดชายผ้านุ่งให้คนรุ่นใหม่ดูลายสักเป็นขวัญตา ระหว่างสนทนาก็ปั่นเส้นฝ้ายจากที่เป็นพวงๆ ให้กลายเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณลูกเทนนิส เอาไว้ให้ลูกหลานนักทอผ้านำไปใช้ในขั้นตอนต่อไป “เดี๋ยวนี้ บ่ได้ทอผ้าแล้ว ตาบ่ดีแล้ว”

จะถือว่าเข้าวัยเกษียณเต็มรูปแบบก็ไม่ขนาดนั้น เพราะยังช่วยเกี่ยวกับงานทอผ้า ทั้งทำก้อนฝ้ายเป็นด้ายยืนและปั่นฝ้ายเข้าหลอดเป็นเส้นพุ่งสำหรับการทอของลูกหลาน ใต้ถุนเรือนเกือบทุกหลังในหมู่บ้านมีกี่ทอผ้า บางกี่ใช้งานทุกวัน แต่บางกี่เก็บม้วนไว้เงียบเชียบ เพราะบางคนออกจากหมู่บ้านไปทำงานในเมืองใหญ่

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

คุณยายแกละสวมกำไลลูกปัดเต็มแขน

 

ตามประเพณีคนโผล่ง ลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือลูกสาวคนเล็ก มักจะรับภารกิจการดูแลปรนนิบัติชีวิตประจำวันให้บุพการี คนที่แต่งงานบ้างก็ออกเรือนไปไกล แต่ถ้าเลือกได้ก็จะปลูกเรือนใหม่ใกล้ๆ พ่อแม่ เรียกว่าวัฒนธรรมครอบครัวเดี่ยวที่เกี่ยวกันเป็นกลุ่มก้อน แต่ละหย่อมบ้านจึงมักจะมีเรือนดั้งเดิมแล้วแวดล้อมด้วยเรือนของลูกหลาน เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่า ลูกหลานที่มีบ้านอยู่ใกล้ก็จะส่งข้าวส่งน้ำให้ท่านมิได้ขาด หลายคนที่ระหกระเหินต่อสู้ในเมืองใหญ่จึงมีความผูกพันกับบ้านเกิด มีความฝันผจญภัยและหาเงินสักก้อนกลับมาอยู่บ้านเกิด ความฝันที่บางครั้งก็เหมือนเข้ามาใกล้ บางวันก็รู้สึกว่าไกลจนอาจเอื้อมไม่ถึง

แต่ที่นี่มีความจริงที่เกิดจากความฝัน ความหวัง และการลงมือทำ ชุมชนหล่ายแก้วมีการรวมกลุ่มกันสำรวจค้นและนำภูมิปัญญาดั้งเดิมเรื่องการทอและการย้อมสีธรรมชาติจากพืชพรรณในท้องถิ่นขึ้นมาปัดฝุ่น ผสมผสานกับการทดลองใหม่ๆ ขับเคลื่อนจนเกิดเป็นกลุ่มอาชีพที่สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน พัฒนามาหลายปีจนปัจจุบันถือเป็นรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะสร้างสรรค์ผลงานผ้าทอแบบดั้งเดิมควบคู่กับผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

คุณยายปุ๊ดปั่นฝ้ายให้ลูกสาวถักทอ

 

ความสำเร็จของกลุ่มผ้าทอนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ สามารถดึงดูดให้ลูกหลานคนรุ่นใหม่ตัดสินใจเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดได้ง่ายขึ้น หลายคนเมื่อถึงวัยแต่งงานสร้างครอบครัวก็กลับบ้าน สมทบกลุ่มทอผ้า รื้อฟื้นความสามารถด้านการทอที่เคยเรียนรู้ใต้ถุนเรือนจากแม่ๆ ป้าๆ ร่วมสืบสานและขับเคลื่อนงานชุมชน สิ่งนี้ช่วยเติมพลังใจให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านอย่างมหาศาล บรรยากาศการใช้ชีวิตของคนสามวัย พ่อแม่ ลูก หลาน กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง อยู่พร้อมหน้า ทำให้ผู้สูงอายุในหล่ายแก้วส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ความทรงจำ ความรู้ ความคิด ภาษา จิตวิญญาณแบบโผล่ง ที่อยู่ในตัวผู้สูงวัยในชุมชน เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า โมเดลการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติร่วมสมัยของหล่ายแก้วที่เริ่มจากคนวัยหนุ่มสาวหารือสืบค้นจากคุณยายสูงวัย ช่วยกันฟื้นฟูจนประสบความสำเร็จ เป็นตัวอย่างการนำองค์ความรู้มาพัฒนาจัดการอย่างเป็นระบบ มีกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ภายในชุมชน ประสานพลังเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก ทำให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสามารถดำรงคุณค่าวัฒนธรรมชาติพันธุ์

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

ฝ้ายยืนสีคราม ใบไม้ให้สีที่ไม่เคยห่างหาย

 

สดจากเยาวชน - เยี่ยมบ้านโผล่ง ย่ายายสบายดี

ก้อนฝ้ายหลากสีสันจากใบไม้รากไม้

 

เรื่องราวทั้งหมดนี้ทำให้การเยือนหล่ายแก้ว เยี่ยมย่ายายสูงวัย ได้คำตอบกลับมาว่า ย่ายายสบายดี

ติดตามชมซีรีส์กะเหรี่ยงโผล่งดอยเต่า สดจากดอย หลากหลายประเด็น ทางแพลตฟอร์มออนไลน์เพจเฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวันและ YouTube PayaiTV

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน