“พระหยกเชียงราย” หรือ “พระพุทธรตนากร” มีชื่อเป็นทางการว่า “พระพุทธรตนากร นวุตติวัสสานุสรณ์มงคล” ประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ หอ พระหยก วัดพระแก้ว พระอารามหลวง จ.เชียงราย วัดเก่าแก่ศิลปะล้านนา เดิมชื่อ วัดป่าเยี้ยะ (ป่าไผ่) ซึ่งเป็นสถานที่พบพระแก้วมรกต แล้วอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ

 

ชาวเชียงรายจึงเรียกขานนามวัดว่า วัดพระแก้ว สืบมา

ตามประวัติกล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.1897 สมัยที่พระเจ้าสามฝั่งแกน ครองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะออกจึงพบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างด้วยหยก ซึ่งก็คือพระแก้วมรกต

หลังจากนั้นได้รับการอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่างๆ ตามลำดับ ดังนี้ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.2321 จนถึงปัจจุบัน

จนถึงปี พ.ศ.2533 เนื่องในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชชนนี ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ใน วันที่ 21 ตุลาคม 2533 และเพื่อรำลึกถึงองค์พระแก้วมรกต ซึ่งมีการค้นพบ ณ สถานที่แห่งนี้จึงได้มีการจัดสร้าง “พระหยกเชียงราย” ขึ้นแทนองค์ พระแก้วมรกต อันเป็นที่เคารพศรัทธา พร้อมทั้งเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงเปรียบประดุจประทีปนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่เมืองเชียงรายในคราวเดียวกัน

พระหยกเชียงราย เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิราบ ฐานเขียง พุทธศิลปะแบบเชียงแสนทรงเครื่อง ขนาดหน้าตักกว้าง 47.9 เซนติเมตร สูง 65.9 เซนติเมตร ซึ่งเป็นส่วนสัดที่ใกล้เคียงกับพระแก้วมรกต องค์พระแกะสลักจากหินหยกที่ดีที่สุดของประเทศแคนาดา เครื่องทรงสร้างด้วยอัญมณีและทองคำ รองรับฐานเขียงด้วยฐานบัวศิลปะเชียงแสนที่แกะสลักด้วยหินหยกสูงประมาณ 1 ศอก

โดยมี อาจารย์กนก วิศวะกุล เป็นผู้ปั้นหุ่นต้นแบบ แล้วส่งแกะสลักโดยช่างผู้ชำนาญที่โรงงานวาลินนานกู ประเทศจีน เมื่อแล้วเสร็จได้ประกอบพิธีรับมอบ ณ พระวิหารวัดกวางจี้ มหานครปักกิ่ง โดยสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานนามว่า “พระพุทธรตนากร นวุตติวัสสานุสรณ์มงคล”แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นอากรแห่งรัตนะ เป็นอนุสรณ์ 90 พรรษา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามสามัญว่า พระหยกเชียงราย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรี รัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 20 กันยายน 2534 ทรงเจิม ทรงพระสุหร่าย และทรง จุดเทียนชนวนถวาย สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) เพื่อทรงจุดเทียนชัย

ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ หอพระหยกวัดพระแก้ว ในวันที่ 19 ตุลาคม 2534 โดยประกอบพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่

พระหยกเชียงราย หรือ พระพุทธรตนากร แม้จะเป็นพระพุทธรูปยุคใหม่ แต่นับเป็นพระพุทธปฏิมาศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวเชียงรายและใกล้เคียงยิ่ง ด้วยถือเป็นองค์แทนพระแก้วมรกต อีกทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี มิ่งขวัญของชาวเชียงรายทั้งปวง

นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถพระวัดแก้วยังประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญอีกองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าล้านทอง พระพุทธปฏิมาที่สวยงามสง่าองค์หนึ่งของไทย รวมทั้งพระเจดีย์เก่าแก่ ที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ.2478 และ โฮงหลวง แสงแก้ว อาคารทรงล้านนาประยุกต์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพุทธรูปองค์สำคัญๆ เช่น พระพุทธสิหิงค์ (จำลอง)

รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกมากมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน