จากใบเตยที่หลายคนมองว่าเป็นพืชไม่มีราคา แต่สำหรับ คุณยุ้ย-วีณา เทศนา เจ้าของแบรนด์ “เตยย์” เธอยกระดับ “ใบเตยธรรมดา” สู่ “สินค้าพรีเมียมได้สำเร็จ” และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก

หลาก&หลายเกษตร

วีณา เทศนา

 

คุณยุ้ยเล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจเบเกอรี่ นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทั้งเนยฝรั่งเศส ช็อกโกแลตเบลเยียม แต่ช่วงโควิด-19 ทุกอย่างสะดุด จึงมองว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งแต่วัตถุดิบต่างประเทศ หากกลับมามองวัตถุดิบไทยใกล้ตัว ก็น่าจะต่อยอดได้ไม่แพ้กัน

ใบเตยอยู่คู่ครัวไทยมานาน ปลูกง่าย โตไว มีกลิ่นอายความเป็นไทยชัดเจน แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกถึงความเป็นไทย เธอจึงหยิบใบเตยมาเป็นวัตถุดิบหลักสร้างสรรค์เมนูภายใต้แบรนด์ La Veena และพัฒนาต่อยอดอย่างจริงจังในเชิงธุรกิจ จนนำไปสู่เส้นทางใหม่ของการยกระดับใบเตยให้มีคุณค่า

และไม่ใช่กลิ่นของใบเตยเท่านั้นที่จุดประกาย หากเพราะพ่อของเธอเป็นคนปลูก จึงนำมาผสมในขนมเบเกอรี่ต่างๆ แต่เมื่อพ่อประสบอุบัติเหตุปลูกต่อไม่ได้ คุณยุ้ยก็เกือบวางมือ เนื่องจากไม่เคยปลูกและไม่รู้วิธีดูแล แต่คุณพ่อคอยถ่ายทอดความรู้ ทำให้คุณยุ้ยตัดสินใจสานต่อ

หลาก&หลายเกษตร

ค่อยๆ ศึกษา เริ่มขยายพันธุ์ และมองหาแนวทางทำงานร่วมกับเกษตรกรใน จ.พิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนา โดยมองหาคนที่ทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี เพื่อนำใบเตยไปปลูกในแปลงของเขาแล้วรับซื้อผลผลิตกลับมาเป็นวัตถุดิบผลิต นอกจากเราได้ผลผลิตที่ดี ยังเป็นการเพิ่มรายได้เสริมให้คนในชุมชน

ปัจจุบันจึงเกิดเป็นเครือข่าย มีอยู่ประมาณ 10 ราย และยังขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาตรฐานอินทรีย์อย่างเป็นทางการ ล่าสุด ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 4 ไร่ ตั้งใจพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ และจะกันพื้นที่ 1 ไร่สำหรับปลูกใบเตยโดยเฉพาะ เพื่อเป็นทั้งฐานการผลิตและแหล่งเรียนรู้อนาคตของใบเตยไทยอย่างยั่งยืน

หลาก&หลายเกษตร

ข้อดีที่สำคัญของเตยคือปลูกครั้งเดียว แต่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ยาวนาน 10 ปี เมื่อตัดใบออกต้นจะค่อยๆ แตกหน่อใหม่มาทดแทนอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสลับเวียนกันไปได้ ลงทุนครั้งเดียวสร้างผลผลิตระยะยาวได้หลายปี โดยทั่วไปหลังตัดประมาณ 1 เดือน ต้นเตยก็แตกหน่อและให้ผลผลิตรอบใหม่อีกครั้ง

การคัดเลือกสวนคู่ค้า ต้องเป็นสวนที่เรามั่นใจได้ว่าให้วัตถุดิบที่มีคุณภาพจริง ไม่ยัดไส้ใบที่ไม่ได้มาตรฐานมาให้ เราจึงกำหนดมาตรฐานชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว อายุใบ ขนาด ความกว้าง รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมจัดทำเอกสาร SOP ให้สวนยึดตามข้อกำหนดเดียวกัน เมื่อเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานที่กำหนดก็ช่วยลดการสูญเสีย และมั่นใจได้ว่าใบเตยที่ส่งเข้ามาเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับการผลิต

หลาก&หลายเกษตร

ซึ่งแบรนด์ไม่ได้มองเพียงตลาดในประเทศเท่านั้นแต่กำลังขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งใบเตยจากไทยได้รับความนิยมมาก เนื่องจากหลายประเทศไม่สามารถปลูกใบเตยที่มีกลิ่นหอมเทียบเท่าของไทยได้ โดยเฉพาะเมื่อสินค้าของเราเป็นธรรมชาติ 100% ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์

ล่าสุดแบรนด์ได้รับการสนับสนุนจากโครงการสตาร์ตอัพของฮ่องกง จึงมีโอกาสทดลองตลาดจริง ผลตอบรับดีเกินคาด ขนมและเบเกอรี่รสใบเตยกลายเป็นกระแสฮิต ติดอันดับ Top 3 ในฮ่องกง ทั้งสังขยาใบเตย เค้กใบเตย และขนมปังใบเตย

หลาก&หลายเกษตร

ปัจจุบันใบเตยสดส่งออกมีราคาสูงขึ้นหลายเท่า แต่ก็เผชิญปัญหาเรื่องคุณภาพ เพราะต้องผ่านกระบวนการฟรีซทำให้กลิ่นและสีค่อยๆ ลดลง ขณะที่ใบเตยสดมีอายุคุณภาพเพียงประมาณ 3 วัน เมื่อเรานำ “ผงใบเตยพรีเมียม” ไปให้ทดลองใช้ จึงได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะให้กลิ่นและรสชาติใกล้เคียงใบเตยสดถึงราว 80% และลดปัญหาเรื่องการเก็บรักษา จึงเป็นโอกาสสำคัญในการรุกตลาดฮ่องกงและจีนในอนาคต

อย่างตลาดจีนก็เห็นชัดว่าสนใจ “สมุนไพรไทย” สูงมาก และเชื่อมั่นในมาตรฐานการปลูกของไทย โดยเฉพาะหากยกระดับสู่มาตรฐานออร์แกนิก และไม่ใช่แค่ปลูกให้ปลอดภัยแต่ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของใบเตย ทั้งแง่สรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระ

หลาก&หลายเกษตร

เรื่องของ “มาตรฐาน” เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการก้าวสู่ตลาดส่งออก คุณยุ้ยจึงกลับมาให้ความสำคัญกับการยกระดับโรงงานอย่างจริงจัง โดยกำลังขอมาตรฐาน GHP และ HACCP เพื่อยืนยันความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ต้นทางในแปลงปลูก การคัดเลือกใบเตย ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปเป็นผงใบเตย

ส่วนเหตุผลที่เลือกพัฒนาเป็น “ผงใบเตยพรีเมียม” เพราะคิดว่า หากต้องการบุกตลาดต่างประเทศในวงกว้าง สินค้าควรมีคุณสมบัติที่เหมาะต่อการขนส่ง น้ำหนักเบา ใช้งานได้หลากหลาย เดิมทีทดลองผลิตหลายรูปแบบ ทั้งการทำขนมและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ก่อนจะมองเห็นศักยภาพว่า “ผงใบเตย” เป็นวัตถุดิบ (Ingredient) ที่เข้าไปอยู่ในอาหาร ขนม และเครื่องดื่มได้แทบทุกประเภท และยังช่วยเกษตรกรในเครือข่ายได้จริง

สิ่งที่ทำให้ผงใบเตยของแบรนด์เตยย์ โดดเด่น คือกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี Freeze Dry ที่ช่วยรักษาสี กลิ่น และคุณค่าของสารสำคัญให้ใกล้เคียงใบเตยสดมากที่สุด จนได้รับการรับรองเป็นแบรนด์แรกที่ อย. ให้ใช้คำว่า “ผงใบเตยพรีเมียม” จากผลทดสอบคุณภาพด้านกลิ่นและสีที่ใกล้เคียงใบเตยสดสูงถึง 80% พร้อมสารสำคัญอย่าง 2AP ซึ่งเป็นตัวให้ความหอม มีปริมาณสูงกว่าข้าวหอมมะลิถึง 10 เท่า (จากทั่วไปประมาณ 0.34 แต่ผลิตภัณฑ์ของเตยย์อยู่ที่ 4.8)

หลาก&หลายเกษตร

หากผงใบเตยเติบโตในตลาดต่างประเทศได้จริง ก็เป็นโอกาสสำคัญที่จะเปิดทางให้สมุนไพรไทยชนิดอื่นๆ ก้าวตามไปได้ ไม่เพียงช่วยเกษตรกรผู้ปลูกใบเตยเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนพืชสมุนไพรไทยทั้งระบบในระยะยาว จึงเป็นการสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแรง สร้างมาตรฐานให้สมุนไพรไทยยืนหยัดได้บนเวทีโลก

การทำการตลาดของคุณยุ้ย คือพาแบรนด์ออกไปให้คนได้เห็นตัวจริง ผ่านการเข้าร่วมและส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการต่างๆ หนึ่งในเวทีสำคัญคือโครงการ ‘นิลมังกร’ แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ จากจังหวัดพิจิตร แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าของดี ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในเมืองใหญ่

เดิมราคาใบเตยสดเคยอยู่ที่กิโลฯ ละ 15-20 บาท ปัจจุบันเมื่อรับซื้อจากเกษตรกรภายใต้มาตรฐานที่กำหนด ราคาอยู่ที่ 25-30 บาทต่อกิโลฯ เมื่อนำใบเตยมาแปรรูปและพัฒนาเป็น “ผงใบเตย” เพิ่มมูลค่าได้สูงถึงกิโลฯ ละ 2,500 บาท ถือเป็นการยกระดับจากพืชธรรมดาไปสู่สินค้าพรีเมียมที่สร้างโอกาสใหม่ให้กับเกษตรกร

สนใจสอบถามข้อมูล หรือเลือกชมผลิตภัณฑ์ ติดต่อได้ทาง Facebook Page : เตยย์ – ผงใบเตยพรีเมียมจากประเทศไทย | Thai Premium Pandan แหล่งรวมเรื่องราวของใบเตยและผลิตภัณฑ์คุณภาพ สัมผัสคุณค่าของสมุนไพรไทยในรูปแบบใหม่

เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.facebook.com/technologychaoban/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน