โอกาสสำคัญที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด เมื่อสองนักสะสมแถวหน้า “อุเทน พัฒนานิผล” และ “พิริยะ วัชจิตพันธ์” เปิดคอลเล็กชั่นส่วนตัวอันทรงคุณค่า นำผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมมาจัดแสดงร่วมกันใน “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” เปิดพื้นที่ให้ผลงานศิลปะจากต่างพรมแดน ต่างยุคสมัย และต่างวัฒนธรรม ร่วมสร้างบทสนทนา พร้อมเชื้อเชิญผู้ชมให้เข้ามามีส่วนร่วมสานต่อความหมายผ่านประสบการณ์และจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต วันนี้-2 สิงหาคม 2569 ณ ท่าพิพิธภัณฑ์

LINECENSOR เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์
จุดเริ่มต้นของนิทรรศการเกิดขึ้นจากมิตรภาพระหว่างนักสะสมสองคนที่พบกันโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปชมงาน Art Basel ที่ฮ่องกง ก่อนจะค้นพบว่าต่างหลงใหลในศิลปะเหมือนกัน แม้จะมีแนวทางการสะสมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
พิริยะ วัชจิตพันธ์ มุ่งสะสมผลงานที่สะท้อนประวัติศาสตร์ศิลปะไทย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ อุเทน พัฒนานิผล ให้ความสำคัญกับศิลปะร่วมสมัย ทั้งศิลปินไทยรุ่นใหม่และศิลปินต่างประเทศระดับแนวหน้าของโลก ความแตกต่างนี้กลายมาเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของนิทรรศการ “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ”

อุเทน พัฒนานิผล – พิริยะ วัชจิตพันธ์
“ปกติเราสองคนสนทนากันด้วยคำพูดอยู่แล้ว ครั้งนี้เราอยากลองเปลี่ยนมาสนทนากันด้วยงานศิลปะดูบ้าง” พิริยะกล่าว
นิทรรศการ “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” เปิดพื้นที่ให้ผลงานจากหลากหลายยุคสมัย วัฒนธรรม และบริบท นำมาจัดวางเคียงกัน เพื่อให้ผู้ชมค้นพบความเชื่อมโยงใหม่ๆ ด้วยตนเอง ในงานนี้ผลงานของศิลปินไทยระดับครู อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ถวัลย์ ดัชนี มณเฑียร บุญมา ประเทือง เอมเจริญ ขรัวอินโข่ง และ ศิลป พีระศรี สนทนากับผลงานร่วมสมัยของศิลปินนานาชาติ Andre Butzer, Christian Rex van Minnen, Alexander James, Jason Boyd Kinsella และ Matias Sanchez

Andre Butzer ศิลปินเยอรมัน


“เราทลายกรอบเดิมๆ ที่แบ่งว่าต้องเป็นศิลปินไทยหรือต่างชาติ รุ่นใหญ่หรือรุ่นใหม่ หากผลงานมีมิติที่เชื่อมโยงกันได้ก็สามารถเกิดเป็นบทสนทนาที่น่าสนใจได้เสมอ” อุเทนเผยถึงแนวคิดการจัดงาน
ขณะที่ พิริยะ วัชจิตพันธ์ สะท้อนมุมมองเพิ่มเติมว่า “ศิลปะไม่มีเวลา ไม่มีสัญชาติ และไม่มีพรมแดน มันคือภาษาสากลที่ทำให้ผลงานต่างยุคสมัยหันมาคุยกันได้อย่างน่าทึ่ง” และ “งานศิลปะไทยบางชิ้นที่คนอาจมองว่าเป็นเรื่องของอดีต เมื่อนำมาวางคู่กับงานร่วมสมัยระดับโลกกลับทำให้เห็นว่าศิลปะเป็นภาษาสากลที่ไร้พรมแดน และศิลปินไทยก็มีคุณภาพไม่แพ้ใครในโลก”
หนึ่งในความพิเศษของนิทรรศการนี้คือผลงานจำนวนมากไม่เคยจัดแสดงมาก่อน บางชิ้นหายไปจากสายตาผู้คนมานานหลายทศวรรษ และบางชิ้นเก็บรักษาอยู่ในคอลเล็กชั่นส่วนตัวมาโดยตลอด การนำผลงานเหล่านี้ออกสู่สาธารณะสะท้อนมุมมองของนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการแบ่งปันงานศิลปะให้สังคม มากกว่าการเก็บรักษาไว้เพื่อชื่นชมเพียงลำพัง จึงทำให้เกิดนิทรรศการนี้ขึ้นมา พิริยะมองว่า “งานศิลปะยิ่งมีผู้คนได้ชื่นชมมากเท่าไรก็ยิ่งส่งต่อคุณค่าและความสุขออกไปมากเท่านั้น”

นิทรรศการครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักสะสม ศิลปิน และผู้ชมทั่วไป “ศิลปินไทยสามารถมาศึกษาผลงานระดับโลกจากของจริงได้โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ นี่คือประโยชน์ที่อยากส่งต่อกลับคืนสู่แวดวงศิลปะไทย” อุเทนกล่าว
ขณะที่พิริยะมองว่า “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการแบ่งปันคอลเล็กชั่นส่วนตัวในวงกว้าง “นักสะสมที่ดีไม่จำเป็นต้องเดินตามกระแส แต่ควรมีแนวทางที่เป็นตัวเอง และพร้อมแบ่งปันคุณค่างานศิลปะให้คนอื่นสัมผัส”

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์
ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่หาชมยากจากทั้งไทยและต่างประเทศ ประกอบกับแนวคิดการจัดแสดงที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะต่างยุคต่างวัฒนธรรมสนทนากันอย่างอิสระ “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ แต่คือประสบการณ์การมองศิลปะผ่านมุมมองใหม่

กรกมล วัชจิตพันธ์

Gongkan กันตภณ เมธีกุล
ร่วมชมและเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่ปรากฏผ่านผลงานศิลปินไทย และนานาชาติกว่า 100 ชิ้น พร้อมค้นพบความหมายใหม่ๆ ผ่านมุมมองของคุณเอง วันนี้-2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท นักเรียน นักศึกษา 150 บาท เด็กความสูงไม่เกิน 90 ซ.ม. 150 บาท กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะ กรุณาติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โทร. 08-2896-1929