นักวิจัย ทช. ไขความลับ ภารกิจตรวจสุขภาพ “วาฬบรูด้า” พ่อปู่แห่งท้องทะเล ชูความสำเร็จทำ Photo ID – ตั้งชื่อให้วาฬบรูด้าในอ่าวไทยไปแล้วกว่า 118 ตัว
5 ต.ค. 69 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยเรื่องราวภารกิจงานวิจัยทางทะเลในการสืบประวัติและดูแลสุขภาพของ “วาฬบรูด้า” น.ส.พัชราภรณ์ เยาวสุต นักวิจัยด้านสัตว์ทะเล หรือ คุณอ้อ และสัตว์แพทย์หญิงราชาวดี จันทรา สัตวแพทย์ทางทะเล หรือ หมอบี สองนักวิจัยที่มีภารกิจออกเรือเดือนละครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพ และสำรวจประชากรวาฬบรูด้า คือการสานต่องานวิจัยทรงคุณค่าเป็นรุ่นที่ 3 นับตั้งแต่ยุคบุกเบิกของ ดร.กาญจนา อดุลยานุโกศล และนายสุรศักดิ์ ทองสุกดีจนถึงปัจจุบัน ทีมวิจัยได้ระบุอัตลักษณ์ประจำตัว (Photo ID) และตั้งชื่อให้วาฬบรูด้าในอ่าวไทยไปแล้วมากกว่า 118 ตัว

โดยใช้อัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกัน เหมือนลายนิ้วมือคน ทั้งลักษณะครีบหลัง ลายขอบปากจุดใต้คาง รอยแผลเป็น และจุดดำในช่องปาก โดยในปีนี้ถือเป็นข่าวดีเมื่อพบสมาชิกใหม่เพิ่มถึง 7 ตัว แต่ก็มีเรื่องน่าใจหายเมื่อพบวาฬบรูด้าตายไป 6 ตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ “เจ้ามาลี” ลูกของแม่กันยา วาฬบรูด้าในอ่าวไทยตายจากการถูกเรือชนอย่างรุนแรง
“งานสำรวจทะเลไม่ได้มีแค่ความสดใส การติดตามวาฬ สัตว์ทะเลหายากในผืนน้ำกว้างใหญ่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องราวของ แม่พาฝัน แม่วาฬที่เคยสร้างรอยยิ้ม และให้กำเนิดลูกน้อยอย่าง “เจ้าอิ่มเอม-เจ้าเปรมปรีดิ์ ” จนวันหนึ่งทีมงานพบว่าเธอเริ่มผอม และป่วย แม้จะพยายามใช้เครือข่ายช่วยกันติดตามอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ได้รับรายงานข่าวร้ายว่าแม่พาฝันได้จากไป”

น.ส.พัชราภรณ์ บอกว่า การตรวจสุขภาพวาฬบรูด้ากลางธรรมชาตินั้น สัตวแพทย์ และนักวิจัยต้องใช้การช่างสังเกตขั้นสูง ทั้งการเคลื่อนไหว การทรงตัว หรือแม้กระทั่งคอยฟังเสียงการหายใจ เพื่อบ่งชี้ความผิดปกติ วาฬปกติจะว่ายน้ำเอาครีบหลังขึ้น และรูหายใจอยู่ด้านบน แต่หากเริ่มว่ายตะแคง หงายท้องเป็นเวลานาน หายใจถี่ทั้งที่อยู่ในระยะพัก นั่นคือสัญญาณเตือนของความผิดปกติ

“หลับตาฟังเสียงการหายใจของวาฬ แทนการใช้หูฟังแตะที่อกแบบหมอ เพื่อที่จะสังเกตสุขภาพปอดของวาฬบรูด้า สำหรับวาฬ ถ้าสุขภาพดี เสียงหายใจแรงเร็วและเคลียร์ เสียงดังฟู่วจนคนบนเรือตกใจ แต่ถ้าวันไหนมีอาการป่วย อาจจะไม่ได้ยินเสียงหรือเสียงจะเปลี่ยนเป็นครืดคราด เหมือนคนมีเสลด”

ส่วนการประเมินความสมบูรณ์ของร่างกาย หรือความอ้วนผอมแบ่งเป็น 3 ระดับ โดยสังเกตจากด้านหลังของลำตัว หากผอมมาก ระดับ 1 จะเห็นแนวกระดูกสันหลัง สะบักและซี่โครงได้จากภายนอก แต่ถ้าสมบูรณ์ ระดับ 3 วาฬจะมีทรงโค้งกลมสวยงาม

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเป็นผู้บันทึกพฤติกรรมการกินของวาฬบรูด้าในไทย ทั้งการตะแคงกิน การชูหัวอ้าปากกินเหนือผิวน้ำ การผสมพันธุ์ การสอนลูกกินอาหาร ไปกระทั่งชนิดพันธุ์ปลาที่กระโดดเข้าปากวาฬเป็นอาหาร ซึ่งความน่ารักที่แตกต่างกันในแต่ละตัวนี้เอง ได้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและนักวิจัยทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง
น.ส.พัชราภรณ์ บอกถึงกรณีวาฬบรูด้าเริ่มว่ายขยับเข้าใกล้ชายฝั่งอย่างแถบบางแสนมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เพราะในอดีตชาวประมงขนานนามวาฬว่า “พ่อปู่” หรือ “ปลาเจ้า” เพราะหากเรือลำไหนเจอพ่อปู่ ถือเป็นโชคใหญ่ที่จะจับปลากลับมาได้เต็มลำ การปรากฏตัวของวาฬใกล้ฝั่งจึงยืนยันว่า ห่วงโซ่อาหารชายฝั่งกำลังฟื้นตัวอย่างดีเยี่ยม

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนการประกาศเขตอนุรักษ์ รณรงค์ชะลอความเร็วเรือ และสร้างการอนุรักษ์โดยชุมชน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้แม่วาฬเลี้ยงลูกได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ชุมชนอ่าวไทยตอนในสูงถึง 26.7 ล้านบาทต่อปี

นักวิจัยวาฬบรูด้า บอกด้วยว่า เสน่ห์ของการดูวาฬจริง ๆ ไม่ใช่เพียงการได้เห็นตัววาฬ แต่คือเสน่ห์ของการออกเดินทาง ตั้งแต่ปากแม่น้ำ ป่าชายเลน นกนานาชนิด ไปจนถึงวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ที่สำคัญที่สุดคือ “เสน่ห์ของการรอคอย” การแล่นเรือกลางทะเลกว้างใหญ่นับชั่วโมงเพื่อช่วยกันสอดส่อง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผืนน้ำแตกกระจาย แล้วยักษ์ใหญ่สีเข้มโผล่ขึ้นมาพ่นลมกลางแดดความเหนื่อยล้าจะหายไปทันที
วันนี้ ทีมวิจัยวาฬบรูด้า ยังต้องออกเรือเพื่อทำความรู้จัก และเฝ้าดูสุขภาพของวาฬทุกตัว เพราะทุกเสียงลมหายใจกลางคลื่นลม ไม่ใช่แค่ลมหายใจของวาฬ แต่คือสัญญาณชีวิตที่บอกว่า ท้องทะเลไทยยังสมบูรณ์ และเป็นบ้านที่ปลอดภัยของวาฬบรูด้า สัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของไทย