ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยกลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก ผนึกกำลังภาคีด้านอาหารและการท่องเที่ยว จัดงาน “รสชาติ จินตนาการจานอร่อย” ระหว่างวันที่ 16-18 ต.ค.2569 บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หวังยกระดับอาหารริมทาง (Street Food) และอาหารท้องถิ่นไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบและอัตลักษณ์อาหารของแต่ละพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน

ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยกลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก และนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย อาจารย์อรุณ เกิดสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งภาคีเครือข่าย, นายนพดล นุชเจริญ ประธานที่ปรึกษาชมรมพ่อครัวชะอำ-หัวหิน, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ร่วมถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยวในพื้นที่

ดร.สิริกรกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการอาหารจากภูมิภาคได้แสดงศักยภาพ และนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นเมนูที่มีมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกันยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐานการบริการ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการอาหารกับภาคการท่องเที่ยว

“รสชาติ” จะรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง ร้านระดับตำนาน และร้านที่ได้รับรางวัลจากจังหวัดต่างๆ รวมถึงโรงแรมดัง ในพื้นที่หัวหิน-ชะอำ ซึ่งจะนำเมนูและเอกลักษณ์ด้านการบริการมาร่วมออกบูธ คาดว่าจะมีร้านอาหารและผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 40 บูธ

อาจารย์อรุณกล่าวว่า ภาคีเครือข่าย 8 จังหวัดมีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้ประกอบการระหว่างจังหวัด ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการจับคู่ทางธุรกิจ โดยนำจุดเด่นด้านวัตถุดิบและวัฒนธรรมอาหารของแต่ละพื้นที่มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกัน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการและชุมชน

ด้านนายนพดลกล่าวว่า ชมรมพ่อครัวชะอำ-หัวหินจะมีบทบาทในการสนับสนุนด้านมาตรฐานและความคิดสร้างสรรค์ โดยส่งเสริมการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาประยุกต์กับเทคนิคการปรุงอาหารสมัยใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติ รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค

นายสมชายกล่าวว่า ปัจจุบันอาหารเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งสามารถนำวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เช่น สับปะรดปัตตาเวีย มะพร้าว ขนุน และอาหารทะเลสดมาสร้างเรื่องราวและเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงผู้ประกอบการอาหารกับธุรกิจท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

นายกิติพงษ์กล่าวว่า การจัดมหกรรมอาหารจะช่วยเพิ่มกิจกรรมและสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังหัวหินและชะอำ รวมถึงมีโอกาสเพิ่มระยะเวลาพัก ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รถนำเที่ยว และร้านจำหน่ายของฝากในพื้นที่
“รสชาติ จินตนาการจานอร่อย” จึงเป็นงานสำคัญที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจของ 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตกเข้าด้วยกัน
พิมพร อยู่รุ่ง