มรดกไทย สู่สายตาชาวโลก สยามพารากอน ผนึกพันธมิตร จัดงาน Siam Paragon The Art of Royal Craft
สยามพารากอน ผนึกความร่วมมือกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย และ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เปิดเวทีแห่ง มรดกไทย สู่ สายตาโลก รวมความวิจิตรแห่งหัตถศิลป์ในงาน “Siam Paragon The Art of Royal Craft: Explore Thai Heritage Experience” ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2569
ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก หรือ The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

เป็นโอกาสที่ผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตามจะได้สัมผัสความงดงามของมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และงานหัตถศิลป์ไทย ผ่านมุมมองร่วมสมัย พร้อมสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่สามารถผสานรากเหง้าทางวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างโดดเด่น
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีพิธีเปิดงาน “Siam Paragon The Art of Royal Craft: Explore Thai Heritage Experience” และได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ ผู้แทนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ทวีเดช ทองอ่อน ผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), เอ็ดเวิร์ด กิตติ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย, ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ มาร่วมงาน โดยมี ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ และโสภิดา กิติโกมลสุข ผู้บริหารสยามพารากอน ร่วมต้อนรับ

นิทรรศการ “Thai Heritage and Artistry Exhibition” ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 นำเสนอ มรดกไทย ความประณีตของงานศิลป์และหัตถศิลป์ไทย ผ่านเรื่องราว 50 ปีศิลปาชีพ, สถาบันสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน (Arts of the Kingdom Museum) จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ไทยชั้นสูง และผลงานจากช่างฝีมือระดับครู, อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงชุดไทยผลงานของอาจารย์ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พ.ศ.2562
งานนี้ได้รับเกียรตินำผลงานมาร่วมจัดแสดงโดย อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์- เครื่องประกอบฉาก) พ.ศ.2566 ซึ่งสะท้อนความงดงามของงานช่างฝีมือไทยที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน นอกจากการชมนิทรรศการ ผู้ร่วมงานยังสามารถสัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิดผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย เวิร์กชอปลงมือทำจริง

ได้แก่ การสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าด้วยเทคนิคโบราณที่เรียกว่าการปัดทอง เทคนิคที่ยังคงใช้อยู่ในแผนกจิตรกรรมโขนมูลนิธิฯ การประดิษฐ์ตุ๊กตากระดาษแต่งกายไทย และการสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบไทยจากพรรณไม้และสมุนไพรไทย ผู้ร่วมงานจะได้นำผลงานของตนกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย


และมีอีกหนึ่งงานที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ นิทรรศการ “Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition” หรือ “นิทรรศการไหมไทยสู่สากล” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย นำผ้าไหมไทยเชื่อมโยงงานออกแบบจากดีไซเนอร์นานาชาติ 6 ภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ เอเชีย, ยุโรป, แอฟริกา, ตะวันออกกลาง, อเมริกา, และอเมริกาใต้

สมาคมฯ ส่งผ้าไหมไทยไปยังเครือข่ายดีไซเนอร์กว่า 100 ประเทศ เพื่อให้นำไปออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกายขึ้นใหม่โดยเฉพาะ พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และประเพณีของแต่ละประเทศผ่านผ้าไหมไทย เกิดเป็นผลงานแฟชั่นที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองของนักออกแบบจากทั่วโลก ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-18 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 และ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 สยามพารากอน สะท้อนความงดงามของผ้าไหม มรดกไทย

พร้อมกันนี้ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ยังจัดงาน “Future Craft Experience: Craft to Impact: Ten Wisdoms, One Sustainable Future” นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มงานหัตถศิลป์ไทยที่สะท้อนพลังแห่งภูมิปัญญาไทยในการสร้างอาชีพ สร้างชุมชน และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่าน workshop จักสาน โดยวัสดุธรรมชาติ พร้อมทั้งการจัดแสดงผลงานศิลปะจาก Eco material ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569
ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีการจัดเวิร์กชอประดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกผู้ลงทะเบียนพิเศษ โดยความร่วมมือกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก เพื่อนำเสนอแนวคิดด้าน Craftsmanship และความเป็นเลิศทางงานฝีมือ สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกกับคุณค่าของมรดกไทยได้อย่างงดงาม
สยามพารากอน มุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก ไม่เพียงในมิติการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยง Thai Heritage, Creativity และ Global Experience เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความประทับใจและมอบ Extraordinary Experience ให้แก่ผู้มาเยือน