เพราะมีจุดแข็งเรื่องร้านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ เลยทำให้ เกษรวิลเลจ กลายเป็นฟู้ดเดสติเนชั่นของเหล่านักชิมที่พิถีพิถันเรื่องการกิน
จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Gaysorn Food Culture 2018 “Where Your Taste Comes to Life” เปิดประสบการณ์ทางด้านอาหารที่มีสีสันจากหลากหลายวัฒนธรรมการกินดื่ม
โดยทางศูนย์การค้าได้รวบรวมร้านอาหารชั้นนำถึง 20 ร้าน หลากหลายสไตล์ อาทิ Thai Food Culture, International & Asian Food Culture, Wine & Spirit Culture, Coffee Culture, Tea Culture ฯลฯ
แต่ละร้านต่างรังสรรค์เมนูใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลอง เพื่อให้เหล่านักชิมผู้มีสไตล์ได้ค้นพบ A Must-Try List!
พร้อมกันนี้บอสหญิงคนเก่ง คุณป๋อม-กรกฎ ศรีวิกรม์ กรรมการบริหาร เกษรวิลเลจ ยังจัดทริปพิเศษเชิญสื่อเยี่ยมชมร้านอาหารที่หลากหลายภายในอาณาจักรเกษรวิลเลจ
ไม่ว่าร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ ที่กระจายเต็มเกษรเซ็นเตอร์ และเกษรทาวเวอร์ พร้อมชิมเมนูใหม่ที่จัดพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
แต่เดี๋ยวก่อน! หากจะให้ชิมทั้ง 20 ร้านรวดอาจพุงแตกตายได้ เบื้องต้นคุณป๋อมเลยจัดนำร่องก่อน 5 ร้าน ซึ่งกำลังดีสำหรับการเดินทัวร์ชิมสั้นๆครึ่งวัน
เริ่มจาก KUB KAO’ KUB PLA (กับข้าว’ กับปลา)
เป็นร้านอาหารและสวีต คาเฟ่ คอนเซ็ปต์เดียวกันกับกิจการร้านไอศกรีม iberry ร้านตกแต่งให้นั่งสบายๆ อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เช่นเดียวกับอาหารก็ใช้วัตถุดิบคุณภาพในแบบทำกินเองที่บ้าน
เจ้าของคือ คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ ชื่นชอบการทำอาหารและขนมหวานอยู่แล้ว เลยคิดค้นเมนูและสูตรอาหารเอง แน่นอนว่าแต่ละเมนูทั้งไทยและฝรั่ง รสชาติเข้มข้นในแบบไม่หวงเครื่องและไม่ยั้งมือ
สำหรับเมนูใหม่นี้นำเสนอ “โรตีมัสมั่นขาแกะ” เป็นเมนูไทยสไตล์อินเตอร์ฯ พิถีพิถันทุกขั้นตอนการปรุง นำขาแกะที่ผ่านการหมักและย่างเรียบร้อยแล้ว เข้าเครื่องซูวีนานถึง 48 ชั่วโมง ให้สุกอย่างสมบูรณ์แบบและคงความชุ่มฉ่ำ เนื้อแกะที่ได้จึงมีความนุ่มลิ้น ไร้กลิ่นสาบ รสชาติซึมซับเข้าไปยังขาแกะอย่างทั่วถึง กรุ่นกลิ่นหอมหวานเครื่องแกงสูตรเฉพาะที่ตำเอง
เสิร์ฟพร้อมโรตีทอดกรอบในรูปแบบมัสมั่นไทย เพิ่มความกลมกล่อมด้วยน้ำจิ้มอาจาดสูตรเด็ดของทางร้าน
จานนี้ 480 บาท
ร้านอยู่ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์ เปิดทุกวัน เวลา 10.30-22.00 น. โทร.02-075-2660
ร้านที่สอง SUSHI MORI (ซูชิ โมริ)
ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม จัดเมนูพิเศษ Mori Uni Sawa Shu เป็นการผสมผสานสุดยอดวัตถุดิบของอาหารฝั่งตะวันออกและตะวันตก นั่นคือ ไข่หอยเม่น (Uni) สายพันธุ์ Bafun แบรนด์ Ogawa ส่งตรงจากเมืองฮอกไกโด กับ ขนมปังซาวร์โด (Sourdough) วัตถุดิบสุดพิเศษของอาหารตะวันตก มาจับคู่กันอย่างลงตัว
โดยท็อปด้วยไข่หอยเม่น เพิ่มความพิเศษด้วยซอสสูตรลับที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ ให้ความเค็มมันด้วยเนื้อสัมผัสแบบเข้มข้น
ราคา 650 บาท
ร้านมีแค่สาขาเดียว อยู่ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์
เสิร์ฟทั้งแบบ “อาลาคาร์ต” และ “โอมากาเสะ” คือแบบตามใจเชฟ แล้วแต่เชฟ
โปรโมชั่นเด็ดมีทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. โทร.02-014-7441
ร้านต่อมา RIEDEL WINE BAR & CELLAR (รีเดล ไวน์ บาร์ แอนด์ เซลลาร์)
คอไวน์ทั้งหลายเห็นแล้วอยากจะหยุดโลกไว้ตรงนี้
เพราะนี่คือ “อาร์ทิซาน ไวน์บาร์” แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก เสิร์ฟไวน์ชั้นเลิศด้วยแก้วแบรนด์ดังระดับโลก RIEDEL ตำนานแห่งแก้วไวน์ที่มีจุดเริ่มต้นจากแคว้นโบฮีเมีย หรือสาธารณรัฐเช็กในปัจจุบัน บนความเชี่ยวชาญนานกว่า 260 ปี
พร้อมคัดสรรความพริวิเลจของไลฟ์สไตล์สุดลักชัวรี่ ด้วย Exclusive Artisan Wine มากกว่า 200 เลเบิล และยังมีเมนูไวน์แบบแก้ว (Wine by the Glass) กว่า 40 เลเบิล โดยเทคโนโลยี Wine Dispenser (ไวน์ ดิสเพนเซอร์) ที่ช่วยรักษาคุณภาพและรสชาติของไวน์ไว้ได้อย่างยาวนาน
นอกจากนั้น ด้วยความหลงใหลในความสดใหม่และรสชาติเฉพาะ ทำให้ปัจจุบัน RIEDEL มีอีกหนึ่งบทบาทคือ ผู้เสาะหาอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมในประเทศไทย โดยมุ่งมั่นค้นหาและคัดเลือก “ของขวัญจากท้องทะเล” หลากหลายชนิดมาไว้อย่างครบครัน
ภูมิใจเสนอความยิ่งใหญ่ด้วยเมนู The Ultimate Seafood Tower ประกอบด้วย หอยแมลงภู่ (Black Mussels), ปูจักจั่น (Spanner Crab), กุ้งแลงกูสทิน, สโม้คแซลมอน, เครย์ฟิช และแคนาเดียนล็อบสเตอร์
ทั้งหมดนี้เพิ่มรสชาติด้วยซอสรสเผ็ดร้อน ที่ขับเน้นรสชาติจากท้องทะเลให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ชั้น 2 เกษรเซ็นเตอร์ เปิดทุกวัน 11.00-24.00 น. โทร.02-656-1133
ร้านอาหารไทย PASTE (เพสต์)
จากตำนานความอร่อยแห่งต้นตำรับอาหารไทยโบราณ สู่ความภาคภูมิใจในฝีมือคนไทย กับการเป็นร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่ได้รับการันตีในเรื่องคุณภาพ ควรค่าแก่การแวะชิม
PASTE ฉีกกรอบอาหารไทยดั้งเดิม ด้วยการรังสรรค์รสชาติแปลกใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากอาหารชาววัง อาหารหายาก และอาหารพื้นบ้าน ในช่วงรัชกาลที่ 4 โดยนำสูตรอาหารของต้นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารการกิน การจดสูตร และการริเริ่มพัฒนานำวัตถุดิบใหม่ๆ เข้าสู่ครัวเรือนมาศึกษา
อาหารแต่ละจานของเพสต์จึงมีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง ตั้งแต่ขั้นตอนคัดสรรวัตถุดิบที่พิเศษในแต่ละฤดูกาล วัตถุดิบหลายรายการส่งตรงมาจากป่าชื้นหรือตามเทือกดอย ยิ่งไปกว่านั้นส่วนผสมกว่า 50 ชนิดในอาหารแต่ละจานของเพสต์ มีรสชาติหลายระดับชั้น ละเมียดละไม จนผู้กินสามารถสัมผัสและรับรู้ถึงรสชาติของสมุนไพร และกลิ่นที่ส่งผ่านตามลำดับของรสชาติ
ทั้งหมดเป็นการรังสรรค์โดย เชฟบี-บงกช สระทองอุ่น ผู้มีแพชชั่นการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก และมีประสบการณ์ทำอาหารมืออาชีพมาเกือบ 20 ปี
บรรยากาศในร้านโปร่งโล่งและสว่างไสว ออกแบบตกแต่งสไตล์ไทยร่วมสมัย
มาพร้อมเมนูพิเศษจาก “ตำรากับข้าว” ในสมัย ร.ศ.109 ตำราอาหารของไทยที่เก่าแก่ที่สุด โดยหม่อมซ่มจีน (ราชานุประพันธ์)
นำเสนอ “ยำถั่วพูไก่ต๊อกรมควัน” ที่นำไก่ต๊อกรสชาติเลิศที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศชั้นดีอย่างลูกจันทน์ มาผสมผสานกับวัตถุดิบหลักอย่างถั่วพูหมักข้าวโพดย่าง และน้ำพริกเผาสูตรเก่าแก่ ออกมาเป็นจานอร่อยที่มีทั้งรสชาติและพรีเซ็นเทชั่นเยี่ยมยอดเหนือใคร
ราคา 1,300 บาท
นอกจากนี้เชฟบี ยังปรุงเมนูไทยชั้นเลิศมาให้ชิมอีกด้วย ไม่ว่า กุ้งแม่น้ำกับน้ำพริกมะหมากมาดและไข่มดแดง (700 บาท)
แกงเปลือกแตงโมกับฟองเต้าหู้ห่อปลากับมันแกว (750 บาท)
แกงปูปักษ์ใต้กับพริกไทยดำ (980 บาท)
แกงนางหวาน หรือแกงบอนกับกุ้งมังกร (1,800 บาท)
ชั้น 3 เกษรเซ็นเตอร์ เปิดทุกวัน 12.00-14.00 น. และ 18.30-23.00 น. โทร.02-656-1003
ปิดท้ายที่ร้าน BOYY & SON CAFE (บอย แอนด์ ซัน คาเฟ่)
จากแบรนด์กระเป๋าที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกอย่าง BOYY ถูกต่อยอดมาสู่คาเฟ่สุดเก๋ชื่อ BOYY & SON CAFE ที่รวมทุกความเท่มาไว้ในแบบอเมริกันไดเนอร์
กาแฟหอมกรุ่น ครัวซองต์รสชาติเยี่ยม ในส่วนผสมกลมกล่อมตามแบบฉบับของ BOYY ภายใต้การตกแต่งสุดชิค ให้นั่งชิลชิล
นำเสนอเมนูเครื่องดื่มสีเทอร์คอยซ์ สีหลักประจำแบรนด์ “ช็อกโกแลตมิ้นต์” (140 บาท) โกโก้ใช้ดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นผสมกับความเย็นหอมจากมิ้นต์
รับประทานคู่ ครัวซองต์มะพร้าว สูตรพิเศษ (130 บาท) เมนูขนมใหม่เสิร์ฟมาในแบบอุ่นร้อนเบาๆ ความกรอบจากขนมปังลงตัวกับครีมมะพร้าวรสชาติกลมกล่อมที่อบอวลอยู่ด้านใน หอมหวานพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการโรยมะพร้าวอบแห้ง สร้างลูกเล่นและความอร่อย
เป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบ BOYY ที่เซอร์ไพรส์นักชิมได้อยู่เสมอ
ชั้น G เกษรทาวเวอร์ เปิดทุกวัน 09.00-20.00 น. โทร.02-235-8300
ยลโฉมเมนูใหม่ไปแล้ว 5 ร้าน ที่เหลืออีก 15 ร้านคงต้องมอบภารกิจการชิมให้กับคุณๆผู้อ่านให้ฟินกับรสชาติความอร่อยของร้านดังในเกษรวิลเลจ



























