น้าชาติ ประชาชื่น
ข่าวว่า ทายาทแฝดสยามเดินทางมาเยือนบ้านเกิดบรรพบุรุษที่เมืองไทย ช่วยทบทวนประวัติแฝดสยามหน่อยค่ะ
ลูกน้ำ
ตอบ ลูกน้ำ
รายงานข่าวระบุว่า จากที่ จ.สมุทรสงคราม ร่วมกับกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงต่างประเทศ จัดกิจกรรม “คืนถิ่นแฝดสยามอินจัน” เมื่อวันที่ 10-12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรำลึกถึงแฝดสยามอิน-จัน และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมฉลองครบรอบ 185 ปี ในปี 2561 การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐอเมริกานั้น โอกาสนี้มีครอบครัว “บังเกอร์-Bunker” ซึ่งเป็นทายาทแฝดอิน-จัน เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย

เกี่ยวกับประวัติต้นตระกูล คือแฝดสยามอิน-จัน ขอนำเนื้อความที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก นายทหารนักค้นคว้าและนักเขียนเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เขียนไว้ในคอลัมน์ ภาพเก่าเล่าตำนาน : ญาติจากอเมริกา…ตามล่าหาปู่ทวดในแม่กลอง มติชนออนไลน์นำเสนอ มาสรุปเป็นคำตอบว่า อิน-จัน ชาวเมืองแม่กลองของแท้ ไปอยู่อเมริกาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2372 มีลูก หลาน เหลน โหลน ผ่านมา 5 ชั่วอายุคนแล้ว
ในรัชสมัยในหลวง ร.3 มีชาวจีนอพยพหนีตายจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาตั้งรกรากสร้างชีวิตใหม่ตามเมืองชายฝั่งทะเลของสยามจำนวนมหาศาล รวมถึงนายทีอาย ที่ลงเรือสำเภามาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตเป็นหนุ่มเต็มตัว ตัดสินใจอยู่กินกับสาวเมืองสยาม นามว่า นางนาก ทั้งสองอาศัยอยู่บนแพปากคลองแม่กลอง ตำบลแหลมใหญ่ แขวงสมุทรสงคราม มีอาชีพทำประมงและค้าขายเล็กๆ น้อยๆ มีลูกต่อเนื่องกัน 4 คน
ราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2354 ครบกำหนดคลอดท้องที่ 5 หมอตำแยยังคงทำหน้าที่ควบคุมการคลอดตามปกติตามวิถีชีวิตในชนบท แต่มาคราวนี้หมอตำแยถึงกับตกตะลึง เมื่อทารกเพศชายที่นางนากคลอดออกมานั้นเป็นเด็กแฝดที่มีลำตัวติดกัน โดยบริเวณหน้าอกของทารกมีหนังเป็นแผ่นเชื่อมร่างกายไว้เกือบแนบชิดติดกัน ร่างกายของเด็กแฝดทั้ง 2 ปกติสมส่วนทุกประการ มีอวัยวะครบสมบูรณ์ไม่ขาดตกบกพร่อง ส่งเสียงร้องไห้ประสานกัน 2 เสียงลั่นเรือนแพที่พักอาศัย

นางนากทะนุถนอมดูแลเอาใจใส่บุตรแฝดคนที่ 5-6 พร้อมฝึกฝนลูกให้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ให้จงได้ สอนให้เด็กน้อยเอาแขนคล้องคอกันเพื่อเดินพร้อมกันไปได้ไม่หกล้ม เด็กน้อยทั้ง 2 เจริญเติบโต เรียนรู้การเคลื่อนไหวใช้ชีวิตแบบประสานสอดคล้อง ธรรมชาติ ความสำนึก หล่อหลอมให้เด็กน้อยทั้ง 2 ใช้ชีวิต กิน อยู่ หลับ นอน เล่นซุกซนได้ กลายเป็นเด็กในชุมชนแม่กลอง และธรรมชาติยังสร้างให้อิน-จันเป็นเด็กเฉลียวฉลาด มีทักษะในการทำงาน เดิน วิ่ง แม้กระทั่งว่ายน้ำ ร่างกายอันเกือบแนบชิดของเขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนที่ได้พบเห็น คู่เด็กหนุ่มกลายเป็นตัวหลักในงานการค้าขาย การประมงของครอบครัว
ผ่านมาถึง พ.ศ.2369 ในรัชสมัยในหลวง ร.3 เช้าวันหนึ่งมีเรือชั้นดีจากบางกอกมาที่แพนางนาก แจ้งว่าในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้นำตัวเด็กแฝดอิน-จันไปเข้าเฝ้าฯ ในพระบรมมหาราชวัง การเข้าเฝ้าฯเป็นที่พอพระทัย ได้รับพระราชทานเงินและของมีค่าที่เด็กแฝดนำไปเป็นทุนรอนสร้างธุรกิจเลี้ยงเป็ดเพื่อขายไข่ กิจการขายไข่เป็ดและไข่เค็มก้าวหน้าด้วยแรงขยัน มุมานะ อดทน เก็บหอมรอมริบ
สมัยนั้น ฝรั่งอังกฤษชื่อโรเบิร์ต ฮันเตอร์ (ชาวสยามเรียกนายหันแตร) เข้ามาเป็นนายห้างใหญ่ค้าขายอาวุธ นายหันแตรทราบข่าวเรื่องเด็กประหลาดตัวติดกันที่เมืองแม่กลองจึงออกไปตามล่าหาแฝดอิน-จัน และเมื่อได้เห็นเด็กแฝดว่ายน้ำในแม่น้ำแม่กลองก็ถึงกับอึ้งทึ่งในความมหัศจรรย์ และมองเห็นธุรกิจการโชว์ตัวโชว์มนุษย์ประหลาดทำเงินก้อนใหญ่ในแผ่นดินอเมริกาและยุโรป
นายหันแตรรอเวลาจนแฝดอิน-จันอายุครบ 18 ปี จึงเอ่ยปากกับนางนาก ขอนำตัวแฝดอิน-จันไปอเมริกา เสนอเงินก้อนโตเป็นสิ่งตอบแทน และมีการลงนามในหนังสือสัญญา โดยแฝดอิน-จันลงนามเป็นภาษาจีน
1 เมษายน 2372 นายหันแตรร่วมหุ้นกับนายคอฟฟิน กัปตันเรือสินค้าชาวอเมริกัน นำตัวแฝดสยามไปลงเรือ นางนากมาส่งลูกแฝดด้วยความกังวลใจ แต่แฝดอิน-จันตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปทำเงินก้อนใหญ่ในอเมริกาและยุโรป และตั้งใจจะกลับมาหาแม่ตามสัญญา เรือสินค้าชื่อ ซาเค็ม (The Sachem) ออกจากบางกอก ใช้เวลา 138 วัน ไปขึ้นที่ท่าเรือลองวาร์ฟ บอสตัน อเมริกา
ฉบับพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) พบชีวิตของคู่แฝดผู้เป็นที่มานาม Siamese Twins ในอเมริกา จากเด็กเลี้ยงเป็ดเมืองแม่กลอง ชีวิตของคนทั้งสองเปลี่ยนไปแบบไม่มีวันกลับ