เช็ก 5 สัญญาณสุขภาพดี!? กูรูฟิตเนสชี้กล้ามโต-หุ่นเป๊ะยังไม่ใช่คำตอบ

ปัจจุบันคนยุคใหม่ตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทั้งหันมาออกกำลังกายและเริ่มกินอาหารคลีน ส่วนจะแข็งแรงดูดีกันได้มากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตและการจัดสรรเวลาของแต่ละคน

บางคนคิดว่าตราบใดที่ไม่อ้วน ไม่เป็นโรค ก็พอใจแล้ว ขณะที่อีกคนวางเป้าหมายการมีซิกซ์แพ็ก นอกจากนี้ยังมีทั้งคนที่ออกกำลังกายและดูแลอาหารการกินไปพร้อมๆกัน โดยมีปลายทางเดียวกัน คือ การมีสุขภาพดี

แล้วการมีสุขภาพดี หมายถึงอะไร?

03-muscular-strength

ที่ผ่านมาคงเคยได้ยินข่าวคนที่ดูแข็งแรงสุขภาพดี แต่กลับเข้าโรงพยาบาลล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บ่อยๆ หรือผู้ชายบางคนดูภายนอกมีกล้ามโต แต่พอใช้แรงยกของหนักๆ กลับหมดแรงเร็วกว่าผู้ชายหุ่นผอมๆ บางคนซะอีก

จึงทำให้หลายคนมีคำถามว่า แล้วเราจะใช้เกณฑ์อะไรวัดว่าการมีสุขภาพดีต้องมีอะไรบ้าง

ครูดอน-ทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จากฟิตเนส เฟิรส์ท กูรูเรื่องสุขภาพ ไขข้อสงสัยไว้ดังนี้

%e0%b8%ad%e0%b8%99

การจะดูว่าใครสุขภาพดี ไม่ได้ดูจากน้ำหนักตัวว่าอ้วนหรือผอม และก็ไม่ได้ดูมวลกล้ามเนื้อ แต่จะต้องพิจารณาองค์รวมทั้งหมด โดยเกณฑ์หนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าสุขภาพร่างกายดีหรือไม่ คือ สมรรถภาพทางกายกับสุขภาพ

02-muscular-strength

เนื่องจากร่างกายที่สามารถใช้งานกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมสะท้อนถึงลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันที่สัมพันธ์กับอารมณ์ความรู้สึกด้วย ดังนั้นการมีสมรรถภาพทางกายที่ดีจึงส่งผลให้มีสุขภาพดี

ทั้งนี้ สมรรถภาพทางกายกับสุขภาพ (Health-Related Physical Fitness) มีองค์ประกอบ 5 อย่าง

01-muscular-strength

1.ความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต (Cardiovascular endurance) คือ สมรรถภาพของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ การทำงานของหัวใจและปอดที่สอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ขณะที่ร่างกายใช้งานอย่างต่อเนื่องได้อย่างเพียงพอ

สังเกตจากการใช้ชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น เดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าแล้วหอบหรือเปล่า ตอนปั่นจักรยานที่สนามเขียว (ซึ่งมีระยะทาง 23.5 กิโลเมตร) ต้องแวะจุดพักเพื่อหายใจกี่ครั้ง หัวใจจะระเบิดออกมานอกซี่โครงหรือยัง เป็นต้น

ถ้าความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตดี ร่างกายลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปสู่ส่วนต่างๆ ได้ดี ระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพ ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย และความเครียดจะลดลง

02-cardiovascular-endurance

2.ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular strength) คือ กำลังสูงสุดหรือแรงต้านของกล้ามเนื้อขณะใช้งานรูปแบบต่างๆ ในความพยายามครั้งหนึ่ง เช่น การยกน้ำหนัก การผลักประตูบานใหญ่ การยกเก้าอี้ เป็นต้น

นอกจากจะใช้แรงในการผลัก ยก หรือดึง สิ่งของต่างๆแล้ว เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงจะช่วยพยุงข้อต่อและเส้นเอ็นต่างๆ ขณะเคลื่อนไหวจึงไม่บาดเจ็บง่าย ถือเป็นการป้องกันความปวดเมื่อยและการเจ็บปวดเรื้อรังสุดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างดี

02-body-composition

ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรง จะช่วยทำให้ความสามารถและประสิทธิภาพในการทำทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเองดีขึ้น การบาดเจ็บหรือปวดเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อจะลดลง บุคคลิกภาพและการจัดวางท่าทางและตำแหน่งของร่างกายจะดีขึ้น

3.ความทนทานของกล้ามเนื้อ (Muscular endurance) คือ ขีดความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเป็นระยะเวลาหนึ่งโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งการใช้อยู่กับที่และการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ลองนึกถึงเวลายกของหนักค้างไว้ การขึ้นบันไดหลายชั้น การปั่นจักรยานระยะไกล เป็นต้น

03-cardiovascular-endurance

ถ้ากล้ามเนื้อทนทาน เราจะมีความสามารถในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายต่อเนื่องโดยไม่บาดเจ็บ และยังช่วยเสริมความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตอีกด้วย

4.ความยืดหยุ่น (Flexibility) คือ ขีดความสามารถของการขยับข้อต่อหรือกลุ่มข้อต่อขณะเคลื่อนไหว ร่างกายที่มีความยืดหยุ่นสูงจะสามารถเคลื่อนไหวผ่านข้อต่อในมุมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คงเคยเห็นนักยิมนาสติกหรือนักบัลเล่ต์ที่มีความยืดหยุ่นตัวมากๆ กันมาแล้ว

01-flexibility

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่คิดว่าจะเตะขาสูงหรือฉีกขาอะไรขนาดนั้น แต่การยืดหยุ่นก็ช่วยให้เราเส้นไม่ยึดตอนก้าวขาข้ามน้ำขัง หรือเอี้ยวตัวหลบมอเตอร์ไซค์บนฟุตปาธ แถมไม่เป็นตะคริวเวลาวิ่งออกกำลังอีกต่างหาก

บางคนอาจจะตัวอ่อนตามธรรมชาติ บางคนต้องหมั่นพัฒนาตัวเองจนตัวอ่อนในที่สุด ดังนั้นความยืดหยุ่นจึงไม่เกี่ยวกับรูปร่างและอายุ บ่อยครั้งเราถึงเห็นว่า สาวๆ พลัสไซซ์ตัวอ่อนและยืดหยุ่นได้ดีกว่าพ่อรูปหล่อกล้ามใหญ่บางคนก็ได้

ถ้าร่างกายยืดหยุ่น จะเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหว ร่างกายมีความสมดุล รักษาสภาพการทำงานของข้อต่อ และลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

5.องค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) คือ อัตราส่วนของน้ำ มวลกระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน ในร่างกายเมื่อเทียบกับส่วนสูงและน้ำหนักตัว คำนวณเบื้องต้นจากดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index)

01-muscular-endurance

องค์ประกอบร่างกายไม่ได้วัดกันแค่น้ำหนักเท่านั้น เพราะบางคนมีรูปร่างและส่วนสูงใกล้เคียงกัน อีกคนน้ำหนักน้อยกว่าเพราะไม่ค่อยมีมวลกล้ามเนื้อ ขณะที่อีกคนมีน้ำหนักมากกว่าเพราะมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่า

น้ำหนักจึงไม่ได้บอกว่าใครมีสุขภาพดีกว่ากัน เพราะมวลกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่ามวลไขมันอยู่แล้ว

ถ้าองค์ประกอบร่างกายดี จะมีสัดส่วนรูปร่างเหมาะสม กระบวนการทำงานของอวัยวะมีประสิทธิภาพ สุขภาพโดยรวมดี ลดความเสี่ยงของโรค เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

02-muscular-endurance

รู้อย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ใย ลุกขึ้นสำรวจตัวเองแล้วค่อยๆปรับไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกายอย่างจริงจัง เพื่อก้าวสู่การเป็นคนสุขภาพดีอย่างแท้จริง! 

บทความก่อนหน้านี้ไม้ ทางการเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถึง วิษณุ เครืองาม
บทความถัดไปคืบหน้าคดีปล้น5ล้าน ล่าสุดเจอเงินแล้วกว่า4ล้านบาท – พร้อมเปิดเผยคลิปขณะจับกุม