เมืองนี้ผีดุ!

คอลัมน์ ขนหัวลุก

ใบหนาด

‘คนเก่า’ เล่าเรื่องขนหัวลุกในอดีต

กรุงเทพมหานครนี่แหละครับ ที่ขึ้นชื่อลือชานักว่าเป็นเมืองผีดุสุดๆ ของไทย!

ชาวกรุงตัวจริงเสียงจริง ขนานแท้และดั้งเดิม โดยเฉพาะท่านที่มีอายุ 60-70 ปีขึ้นไป ล้วนแต่ยืนยันมั่นคงตรงกันว่า เมืองที่ผีดุเหลือหลายในประเทศไทยก็คือกรุงเทพฯ นี่เอง

สาเหตุเพราะมีผู้คนมากมาย หรือเกิดอุบัติเหตุล้มตายมากกว่าจังหวัดอื่น ไหนจะเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น อหิวาตกโรค หรือโรคห่า! ตั้งแต่ยุคสร้างกรุงได้ไม่นาน กับเมื่อราวกึ่งพุทธกาล คร่าชีวิตผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

เรียกขานกันว่า ‘ห่าลง’

ล้มตายกันชนิดเผาไม่ทัน มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายชัดเจนว่าเผาศพกันที่วัดสระเกศ เห็นภาพอีแร้งเกาะอยู่ตามต้นไม้บ้าง บนกำแพงวัดบ้าง คอยจิกกินซากศพ ที่กองพะเนินอยู่ตรงลานวัด บรรยากาศเย็นยะเยือกไปทั้งกรุงเทพมหานคร

ครั้งหลังก็มีการเผาศพที่ตายเพราะโรคระบาดชนิดนี้ที่ท่าดินแดง ธนบุรี หนังสือพิมพ์ลงรูปศพนับร้อยๆ ที่ก่ายเกยกันเป็นภูเขาเลากาเหมือนกับสมัยโบราณไม่มีผิด

ผู้คนล้มตายรวดเร็วและมากมายขนาดเขียนชื่อไม่ทัน ต้องใส่หมายเลขผูกข้อมือศพก็แล้วกัน!

ไม่มีการตามหาญาติมิตรอีกแล้ว เพราะตายด้วยโรคระบาดที่ต้องเผาทิ้งโดยเร็ว ก่อนที่จะแพร่เชื้อนรกไปให้ผู้อื่น บรรดาผู้คนที่ยังรอดชีวิตก็แทบหายใจไม่ทั่วท้อง ส่วนหนึ่งถึงกับอพยพออกจากกรุงเทพฯ หนีตายกันจ้าละหวั่นไม่ผิดกับสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

กรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นเมืองร้างก็ว่าได้!!

พูดถึงสงครามตอนที่มีเสียงหวอโหยหวนชวนสยอง ฟังเหมือนเปรตร้องขอส่วนบุญ ทำให้ชาวบ้านร้านช่องแทบจะกระโจนออกจากบ้าน รีบวิ่งเข้าหลุมหลบภัยกันหัวซุกหัวซุน เสียงหวอเขย่าขวัญเหลือหลาย ทำให้คนขวัญอ่อนเกิดอาการปวดท้องหนักท้องเบาขึ้นมาชนิดปัจจุบันทันด่วน สาเหตุมาจากความหวาดกลัวสุดขีดนั่นเอง ไม่ใช่อะไร

แม่อุ้มลูกเล็กๆ วิ่งไปที่หลุมหลบภัย หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง แต่โดนสะเก็ดระเบิดตัดคอขาด เลือดพุ่งเป็นน้ำพุ แม่ที่ไร้หัวก็ยังอุ้มลูกไปอีกไกลกว่าจะล้มลง

สงครามสงบแต่เกิดข้าวยากหมากแพง ทำให้มีโจรผู้ร้ายฉกชิงวิ่งราว จี้ปล้น เข่นฆ่าเจ้าทรัพย์ไม่เว้นแต่ละวัน พวกวัยรุ่นก็แข่งรถกันตอนกลางคืนเหมือนสมัยนี้ ทำให้เกิดเรื่องดงผีดุขึ้นมาจนได้

ที่สนามเสือป่าหน้าเขาดินวนา ตอน 3-4 ทุ่มซึ่งถือว่าดึกแล้วในสมัยนั้น มักมีรถเก๋งเข้ามาจอดใต้ต้นไม้เงียบเชียบมืดสลัว หนุ่มสาวอาศัยเป็นที่พลอดรักหรือวิมานชั่วคราว พวกมิจฉาชีพรู้แกวก็ไปคอยดักซุ่มแอบมอง ได้โอกาส ก็เข้าไปทำร้ายหรือฆ่าผู้ชาย ข่มขืนผู้หญิง ก่อนจะชิงทรัพย์หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล

ใกล้ๆ กันคือลานพระรูปทรงม้า หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ถนนกว้างขวางกลายเป็นลู่แข่งรถยนต์เย้ยมฤตยู…ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อมรณะ บาดเจ็บล้มตายกันแทบ ทุกคืน

ในที่สุดก็เป็นชุมทางผีดุ เพราะมีคนขับรถผ่านตอนกลางคืนได้ยินเสียงกระหึ่มของรถยนต์นับสิบๆ คันรอบตัว แต่เมื่อหันไปมองก็ไม่เห็นอะไรเลย!

ถนนอังรีดูนังต์ในอดีตก็ได้ชื่อว่าผีดุนักหนา ทั้งที่อยู่ใจกลางเมืองแท้ๆ

ตั้งแต่ข้างโรงพยาบาลตำรวจขนาบด้วยสยามสแควร์ ตอนนั้นยังเป็นถนนแคบๆ มีคูน้ำทั้งสองข้างทางไปยันสนามม้าสระปทุม กับโรงเรียนเตรียมอุดมฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…สาเหตุมาจากจ๊อกกี้เกิดอุบัติเหตุตกม้าคอหักตายคาที่บ้าง ถูกม้าตัวหลังยั้งไม่ทันย่ำขยี้จนไส้แตกตายบ้าง เลยเชื่อกันว่ามีผีสิงอยู่แถวนั้นมากมายเอาการ

หนักกว่านั้นก็คือคนที่ขับรถผ่านตอนกลางคืนต้องประสบกับเรื่องราวน่าขนหัวลุกหลายต่อหลายรายเต็มที!

สมัยก่อนรถน้อยคนน้อย ถนนแคบ มักจะเสียหลัก ตกคูน้ำตายนับไม่ถ้วน มีบ้างที่รอดชีวิตก็เล่าตรงกันว่า เห็นคนขี่ม้าตัดหน้าเลยหักหลบจนรถพุ่งลงไปในน้ำ หรือไม่ก็ชนต้นก้ามปูพังยับเยิน

หลายๆ รายบอกว่าเห็นถนนโล่งๆ แถมกว้างขวางจนลืมเฉลียวใจ ก็เลยตะบึงรถตามใจชอบ ปรากฏว่าตกลงไปในคูน้ำหวิดตาย เชื่อกันว่าผีบังตาจนเห็นคูเป็นถนนไปได้

เมื่อมีคนตายมากเข้าเลยต้องตั้งศาลพระภูมิในน้ำ ฝั่งสนามม้า ดูเหมือนจะเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวใน เมืองไทย นับวันก็ต้องตั้งศาลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้วิญญาณดุร้ายเลิกร่อนเร่ ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งเสียที ทำให้อุบัติเหตุดังกล่าวค่อยๆ ซาไป

จนกระทั่งมีการถมคูเพื่อขยายถนนตามความเจริญของบ้านเมือง…รถติดบ้าเลือดแทบทั้งวันทั้งคืน ในปัจจุบันนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าภูตผีปีศาจจะสาบสูญไปหมดสิ้นแล้วหรือยัง?

บทความก่อนหน้านี้คณิน ห่วงกม.พรรคการเมืองสกัดพรรคใหญ่ หวั่นแจ้งทะเบียนสมาชิกไม่ทัน เมื่อยังถูกห้ามเคลื่อนไหว
บทความถัดไปเศร้าสลด…พบชายหนุ่มนั่งร้องไห้ฟูมฟาย กอดตุ๊กตาแน่น – ออกตามหาเมียกับลูกที่หนีไป