เรื่องราวของสองล้อปั่นยังเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขว้าง ด้วยความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว (อย่างน้อยก็เร็วกว่าสองเท้าเดิน) ทำให้กลายเป็นพาหนะคู่กายของหลายต่อหลายคน การออกแบบที่มีรูปทรงหลากหลาย ทั้งจักรยานเสือหมอบ เสือภูเขา กระทั่งจักรยานสำหรับแม่บ้าน สองล้อปั่นจึงกลายเป็นที่นิยมมาหลายทศวรรตและด้วยความนิยมมาอย่างช้านาน ทำให้นักประดิษฐ์อย่าง “อมรชัย ชัยรัตน์” จึงสานต่อนวัตกรรมดั่งเดิมออกแบบรูปทรงเจ้าสองล้อให้แปลกตาและเขาขอเรียกมันว่า “จักรยานแคระ” (Dwarf Bike)

จักรยานแคระของอมรชัย มีรูปร่างและขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา คล่องตัว ความสูงสมส่วนสำหรับผู้ใช้วัยตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป โดยออกแบบตามสรีระร่างกาย ยึดหลักการเคลื่อนไหวอวัยวะตามกฏธรรมชาติ ลดทอนความเทอะทะจากคันใหญ่ยักษ์ลดหลั่นลงมากเพื่อสามารถนำติดตัวไปได้ในทุกที่
“จากคำท้าทายของกลุ่มเพื่อนเมื่อ 10 ปีก่อน ผมจึงเกิดไอเดียที่จะลองทำจักรยานคันเล็กๆ สักคันเพื่อฉีกกฏและรูปทรงเดิมๆ โดยได้แนวคิดมาจากจักรยานล้อเดียวที่คณะกายกรรมเขาใช้ปั่นโชว์ ตอนนั้นคิดว่าจะทำให้ความสูงและความยาวตัวจักรยานให้เท่ากันวงล้อขนาด 24 นิ้ว โดยตั้งโจทย์ไว้ว่าทำอย่างไรให้มันขี่ได้และผู้ใช้จะต้องหาอะไหล่เปลี่ยนได้ตามท้องตลาด คิดไปคิดมาก็เลยตกผลึกจนกลายมาเป็นจักรยานรูปร่างหน้าตาแปลกๆ แบบที่เห็น”

อมรชัย เล่าว่า เขานำเศษจักรยานเด็กสองคันมาดัด ตัด แต่งและผสานเข้าด้วยกัน โดยนำตัวถังมาตัดครึ่งนำส่วนของเฟรมส่วนหน้ามาเชื่อมยึดติดกันและวางตำแหน่งให้จานปั่นมาอยู่ด้านหน้า วงล้อใช้ขนาด 12 นิ้ว ติดตั้งคันโยกระหว่างคอบังคับเลี่ยวโยงไปที่แกนตัวถังเพื่อให้ล้อหลังเป็นตัวกำหนดทิศทาง

คำว่าแคระไม่ใช่จักรยานคันเล็กหรือจักรยานไซส์มินิ แต่แคระในความหมายของอมรชัย คือ เล็กแต่ได้อัตราส่วน ทำให้สามารถบังคับจักรยานได้อย่างคล่องแคล่ว
จากการลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ เสียค่าอะไหล่ไปไม่น้อย จักรยานแคระคันแรกของอมรชัยก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ถือเป็นก้าวแรกที่นักประดิษฐ์รายนี้ประสบความสำเร็จแต่อมรชัยไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เขานำโมเดลแรกมาพัฒนาต่อยอดและเพิ่มสมรรถณะให้ดีขึ้น โดยยังคงความเป็น Dwarf Bike เอาไว้ในขณะที่เสริมความแข็งแรงของตัวถังให้สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น รวมไปถึงพิถีพิถันในการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การสรรหาวัสดุ ความประณีตในการประกอบ ลวดลายและสีสันเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเยาวชน

“ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่นำจักรยานแคระไปนำเสนอในงานวันนักประดิษฐ์ วันนั้นผู้คนให้ความสนใจเยอะมากอาจจะเพราะรูปร่างแปลกตา มันประหลาดหรือคิดว่ามันเท่ห์แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้งานได้จริงจึงทำให้ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มาลองขี่จักรยานแคระบางคนรบเร้าให้แม่ซื้อกลับบ้าน คือวันนั้นทั้งงานวุ่นวายไปหมดเพราะเด็กนำจักรยานที่ผมประดิษฐ์ไปขี่เล่นทั่วงานแต่ก็คึกคักดี ผมภูมิใจมากที่ได้เห็นแบบนั้น จึงเกิดความคิดว่าจะทำขายดีมั้ยจึงกลับมาพัฒนาต่อจากโมเดลแรก หลักการเหมือนกันทั้งหมด ขับเคลื่อนล้อหน้า บังคับเลี้ยวล้อหลัง แต่สามารถปรับระดับของอานนั่งได้ วัสดุที่ใช้แข็งแรงขึ้นสามารถรับน้ำหนักได้ 70 กิโลกรัมแบบสบายๆ ต่อมาก็กลายมาเป็นโมเดลที่ 3 ที่ได้เพิ่มในส่วนของการปรับระดับอานนั่งได้มากกว่าเดิม ตัวถังแข็งแรงขึ้น บังคับง่ายขึ้น โดยเน้นเจาะตลาดกลุ่มเด็กจนถึงวัยรุ่น และไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีเยี่ยมขนาดนี้”

อมรชัย ยอมรับตามตรงว่า เขาไม่ได้ร่ำเรียนมาด้านการออกแบหรือวิศวกรรมโดยตรง แต่อาศัยการเรียนรู้งานวิชาช่างจากครอบครัวที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการต่อเติมบ้าน งานไม้ และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจึงเข้าใจในการออกแบบและระบบกลไกล บวกกับความหลงใหลเจ้าสองล้อปั่นมาตั้งแต่เล็กจึงต้องการสานฝันของตัวเอง และเมื่อทำสำเร็จจึงต้องการส่งต่อนวัตกรรมที่ต่อยอดจากรูปแบบจักรยานดั่งเดิมให้ผู้ชื่นชอบได้ครอบครอง นอกจากนี้ ยังได้รับการจดสิทธิบัตรเป็น 1 ใน 5 ผลงานการประดิษฐ์ของโลก
กว่า 50 ปีที่อมรชัยคว่ำหวอดในแวดวงสองล้อปั่น เขารับว่าความซ้ำเดิมยังคงอยู่ อาจจะเปลี่ยนไปบ้างในแง่ของสีที่ใช้ สติ้กเกอร์ที่ติดเป็นลวดลาย หรือวัสดุที่นำมาผลิต แต่นักประดิษฐ์ผู้นี้ขอแหวกกรอบแนวคิดของจักรยานนำ Dwarf Bike ออกสู่ท้องตลาดวางจำหน่ายในราคาย่อมเยาทำให้ลูกค้าติดต่อขอซื้อต่อเนื่อง ยืนยันอีกเสียงระหว่างพูดคุย ลูกค้าโทรศัพท์สั่งออเดอร์สินค้าเข้ามาไม่ขาดสาย
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมตัวอย่างสินค้าได้ที่ Innovative Bike.com หรือใครอยู่ใกล้ระแวกถนนประชาชื่น ซอยประชาชื่น 33 ก็แวะเวียนไปเลือกซื้อได้ตามสะดวก

ทีมข่าวสดเฉพาะกิจ รายงาน