ชื่อนี้การันตี! ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง ฝึกดีเอ็นเอ ปิดจุดอ่อน-เสริมจุดแข็ง

ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง 76 จังหวัด ฝึก ดีเอ็นเอ เพิ่มทักษะความรู้ด้านกฎหมาย ปิดจุดอ่อน พัฒนาจุดแข็ง เผยเป็นหลักสูตรที่เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ระบุเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ถูกคัดเลือก ต้องเป็นมือหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ค่ายเพชรโยธิน ส่วนแยกชะอำ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวถึงโครงการฝึกอบรมจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองระดับจังหวัดในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ด้านกฎหมาย ว่า จุดอ่อนของผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หลักสูตรชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัด เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการบังคับใช้กฎหมาย หรือทางด้านยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า จุดอ่อนสำคัญที่เป็นปัญหาของผู้บังคับใช้กฎหมาย คือ การขาดองค์ความรู้และความเข้าใจในองค์ประกอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งวิธีการแสวงหา รวบรวมพยานหลักฐานแบบหวังผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินคดี รวมทั้งขาดการทักษะในการวางแผนปฏิบัติการ ทีมวิทยากรจึงได้พัฒนาหลักสูตร ถ่ายทอดองค์ความรู้จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อปิดจุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็ง ให้สามารถดำเนินคดีได้จริง และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตัวจริง เพื่อหวังผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินคดีอย่างแท้จริง

“หลักสูตรชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัด เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการบังคับใช้กฎหมาย หรือทางด้านยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ชื่อนี้การันตีได้ว่าทุกคดี สืบจริง จับจริง ได้ผู้ต้องหาตัวจริง และดำเนินคดีได้สำเร็จจริงทุกคดี” นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ด้วยลักษณะพิเศษของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ถูกคัดเลือกเข้ามาทำงาน ต้องเป็นมือหนึ่งที่มีคุณสมบุติพิเศษ คือ ความเชี่ยวชาญในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ความซื่อสัตย์ โปร่งใส ไม่รับเคลียร์ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ถือเป็น ดีเอ็นเอ เฉพาะ และถูกถ่ายทอดไปยังเมล็ดพันธุ์พนักงานฝ่ายปกครองในระดับภูมิภาค ให้เป็นแกนนำจัดตั้ง ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง 76 จังหวัด

นายรณรงค์ กล่าวว่า ซึ่งปีนี้ถือเป็นรุ่นที่ 2 การฝึกยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นการปกปิดจุดอ่อน พัฒนาจุดแข็งให้กับพนักงานฝ่ายปกครองอย่างแท้จริง ผู้เข้ารับการถ่ายทอดดีเอ็นเอในครั้งนี้ได้รับการคัดเลือกพิเศษมาจากทั่วประเทศ ต้องเป็นเจ้าพนักงานปกครองหรือปลัดอำเภอ ระดับปฏิบัติการขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด หรือ รองผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด หรือ อำเภอ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

ด้าน นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา 1 ส่วนการสอบสวนคดีอาญา เปิดเผยว่า หลักสูตรในการอบรวมครั้งนี้แบ่งความสำคัญออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.เทคนิคการสืบสวนเเละการวางเเผนจับกุม ใช้วิธีการถ่ายทอดแบบ Learning by Doing เรียนรู้และลงมือทำ โดยผู้เข้าอบรมต้องลงพื้นที่จริง แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนมาทำเป็นแผนปฏิบัติการ

2.การฝึกยุทธวิธี จับกุม ปราบปราม ตรวจค้น ในมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งเป็นการฝึกในภาคสนามตั้งแต่การใช้อาวุธปืน การเผชิญเหตุ การเอาตัวรอดของเจ้าหน้าที่ การควบคุมยานพาหนะ คนร้าย รวมถึงการต่อสู้กับคนร้ายในระยะประชิด หรือการเข้าตรวจค้นในอาคาร โดยทีมวิทยากรพิเศษจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DAI ร่วมกับ DOPA S.W.A.T.ทั้งภาคกลางวันและกลางคืน

3.การฝึกในสถานการณ์จำลอง หรือ Simulation คือ สร้างโจทย์จำลองสถานการณ์เสมือนจริง ให้ผู้อบรมฝึกการสืบสวนปราบปราม แบ่งหน้าที่การเผชิญเหตุ ควบคุมสถานการณ์ ตั้งข้อหา รวบรวมพยานหลักฐานจนถึงขั้นตอนทำบันทึกการจับกุม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวน ตรวจสอบว่า สามารถดำเนินคดีจริงได้หรือไม่

นายรัฐวิช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมในวิชาสำคัญ ได้แก่ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งการบริหารจัดการสื่อด้วย ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการประเมินทุกหลักสูตรในเกณฑ์ 80 คะแนน จาก 100 คะแนน และจะมีการรายงานผลการอบรมกลับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ทราบถึงศักยภาพของพนักงานฝ่ายปกครองที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ การฝึกอบรมยุทธวิธี เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างยิ่ง

นายราเยส ราย หัวหน้ากลุ่มงาน กำกับ สืบสวนและปราบปราม 1 สำนักการสอบสวนและนิติการ กล่าวว่า ตนเองเป็นปลัดอำเภอรุ่นพี่ที่ได้เข้ารับการอบรมจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดในรุ่นแรก ได้นำทักษะวิชาความรู้กลับไปใช้ในพื้นที่ฝึกยุทธวิธี ทั้งการยิงปืน จับกุม ปราบปรามอย่างเข้มข้น จังหวัดบุรีรัมย์ จนประสบความสำเร็จ และกลับมาถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ สู่รุ่นน้องในครั้งนี้

บทความก่อนหน้านี้กฐินประทาน‘พระสังฆราช’ วัดพระธาตุดอยสุเทพยูเอสเอ
บทความถัดไป‘เหรียญหลวงปู่คำ วัดสนามจันทร์’สุดยอดเหรียญมาแรง : วงการพระสุดสัปดาห์