‘ไอ-จาม-มีไข้’ เสี่ยงปอดอักเสบ : รายงานพิเศษ

เสี่ยงปอดอักเสบ

‘ไอ-จาม-มีไข้’ เสี่ยงปอดอักเสบ : รายงานพิเศษ

เสี่ยงปอดอักเสบ – โรคร้ายอาจมาเยือนทุกคนได้ แม้แต่อาการป่วยเพียงเล็กน้อยอย่างไข้หวัดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคที่ร้ายแรง อย่าง โรคปอดอักเสบโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำถือเป็นกลุ่มเสี่ยง

นพ.เดช จงนรังสิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่าโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม (Pneumonitis) เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ เกิดจากการติดเชื้อหรือที่เรียกว่า   นิวโมเนีย ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา จนทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งส่งผลอันตรายอย่างมากต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ

หากมีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอันตรายถึงชีวิตได้

ส่วนอีกสาเหตุไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การหายใจเอาฝุ่น ควัน หรือสารเคมีที่ระเหยได้ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจเข้าสู่ปอด อาทิ ควันไฟ ควันรถยนต์ หรือยาฉีดพ่นแมลง จนอาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบหรือปอดบวมได้เช่นเดียวกัน

โดยทั่วไปโรคปอดอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ในกรณีของปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษาภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ ในระหว่างการให้เคมีบำบัด หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็น เวลานาน

ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุ ต่างๆ ของการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากการไอ จาม หรือการหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศที่เป็นละอองฝอยขนาดเล็กเข้าสู่ปอดโดยตรง ตลอดจนการสำลักเชื้อที่สะสมอยู่ตรงบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด เช่น การสำลักน้ำลาย การสำลักอาหาร หรือการสำลักสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร

ปอดอักเสบ

นอกจากนี้หากผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อจากอวัยวะส่วนอื่นมาก่อนอาจเกิดภาวะการแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสเลือดจนลุกลามไปสู่ปอดและอวัยวะข้างเคียงได้

นพ.เดชกล่าวต่อว่า โดยปกติอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการเจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก ไอมีเสมหะ มีไข้ เหงื่อออก หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอ่อนเพลีย

หากเกิดกับผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ส่วนเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน เซื่องซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำ ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปตามผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคปอดอักเสบสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการไม่สูบบุหรี่ ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว หมั่นล้างมืออยู่เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือหากมีอากาศหนาวเย็นเมื่อเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยทิ้งไว้ควรรีบรักษาให้หายขาดโดยเร็ว

นอกจากนี้ควรสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผู้ที่เกิดอาการป่วยและมีอาการตามความเสี่ยงของการเกิดโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที

บทความก่อนหน้านี้ดวงใครดวงมัน : ประจำวันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2561
บทความถัดไป‘บี๋-คณาคำ’นำทีมโปรโมต คอนเสิร์ตเพื่อจัดตั้งมูลนิธิ : ห้องรับแขก