มุมกูรู-หมู อาซาว่า แคทรีโอนาและชุดนิ้ง : สกู๊ปหน้าสตรี

แคทรีโอนาและชุดนิ้ง

มุมกูรู-หมู อาซาว่า แคทรีโอนาและชุดนิ้ง : สกู๊ปหน้าสตรี

มุมกูรู-หมู อาซาว่า แคทรีโอนาและชุดนิ้ง : สกู๊ปหน้าสตรี – “ตามโผเป๊ะ! เลย นางงามฟิลิปปินส์โดดเด่นมาตั้งแต่ประกวดในบ้าน สวยมาก เตรียมตัวมาดี พร้อมมาก วันที่ลงจากเครื่องบินเข้ากองวันแรก ใส่ชุดสีเขียว เป็นสไบ เข็ม ขัดทองแบบไทย เตรียมตัวมาเป็นที่หนึ่งด้วย และเตรียมตัวว่าเขากำลังจะมาที่ไหน เขาเอาใจเจ้าของประเทศ ผู้หญิงที่เตรียมตัวแบบนักการทูตนี้ เขาพร้อมทำงานให้ระดับจักรวาล”

แคทรีโอนาและชุดนิ้ง
แคทรีโอนา เกรย์

กูรูนางงาม หนุ่ม ประเสริฐ เจิมจุติธรรม วิเคราะห์ผ่านรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทางช่อง 28 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. หลังการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ซึ่งจัดขึ้นที่ไทยจบลง โดย แคทรีโอนา เกรย์ มิสฟิลิปปินส์คว้ามงกุฎไปครอง ในขณะที่ นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์ ทำผลงานเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

รอบ 3 คนสุดท้าย เวเนซุเอลา แอฟริกาใต้ และฟิลิปปินส์ หนุ่ม ประเสริฐ เผยว่า “เชียร์เวเนฯ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้หญิง 18 มีความคิดความอ่าน ได้คุยกับเขาเป็นการภายในรู้สึกว่าเขาเป็นคนไนซ์ อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนักแต่พยายามสื่อสารกับเรา ใครขอถ่ายรูปก็ ยิ้มแย้มแจ่มใส พอๆ กับมิสฟิลิปปินส์

แคทรีโอนา เกรย์
นาทีประกาศ

มิสฟิลิปปินส์คนนี้คนไทยรัก ในฮอลล์พอไทยไม่เข้าปั๊บ หันไปเชียร์ฟิลิปปินส์เลย เชียร์ดังมาก ทุกครั้งที่ฟิลิปปินส์เดินหรือตอบคำถาม คนไทยช่วยกันเฮ ทั้งๆ ที่ไทยกับฟิลิปปินส์เหมือนจะเป็นคู่แข่งกันในด้านวงการประกวดนางงาม แต่กลายเป็นว่าคราวนี้คนไทยเทใจไปเชียร์เขา ด้วยความที่เขาไนซ์ ใครได้เจอเขา สัมผัส พูดคุย ถ่ายภาพ เห็นนิสัยใจคอ จะรักเขา คนแบบนี้ที่มิสยูนิเวิร์สต้องการ เพราะเขาต้องเดินทางไปทั่วโลก เขาสนุกกับการเจอผู้คน แบบนี้คือคนที่ทางนี้ต้องการ

เวเนซุเอลาไม่มีอะไรพลาดเลย อย่างเดียวที่อาจจะด้อยกว่าสองคนนี้คือใช้ล่ามในรอบตอบคำถาม แม้จะไม่ถูกหักคะแนนอะไร แต่เมื่อคำนึงถึงการทำงานกันจริงๆ ถ้าภาษาเป็นอุปสรรคก็ทำงานลำบากนิดหน่อย ตรงนี้อาจมีส่วน

แคทรีโอนาและชุดนิ้ง
ประเสริฐ เจิมจุติธรรม

ส่วนแอฟริกาใต้ คนนี้เพอร์เฟ็กต์ที่สุด วันประกวดรอบพรีลิมฯ ใส่ชุดสีขาวผ้าชีฟองธรรมดา คิดว่าผ้าเขาราคาถูกที่สุด แต่เขาใส่แล้วราคาแพงที่สุด ชุดส่งคน ทัศนคติดีเหลือเกิน ที่ไม่ได้อาจเพราะปีที่แล้วมิสแอฟริกาใต้เพิ่งจะได้ บางคนก็พูดว่ามีกฎว่าไม่ค่อยซ้ำสองปีติดต่อกัน ในประวัติศาสตร์มีแค่ครั้งเดียวที่ทำได้คือเวเนฯ สองปีติดกัน ส่วนประเทศที่ครองมงกุฎมากสุดคือสหรัฐอเมริกา 8 ครั้ง

สำหรับมิสเวียดนามที่ทะลุเข้ามาได้ หลังส่งประกวดตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 11 คนถ้าจำไม่ผิด เคยได้ตำแหน่งดีที่สุดคือเข้ารอบ 15 คนสุดท้ายปี 2008 ซึ่งปีนั้นเวียดนามเป็นเจ้าภาพ เท่ากับผ่านเข้ารอบ 15 คนในบ้านตัวเอง มีครั้งนี้อยู่ๆ ทะลุเข้ารอบ 5 คนไปเลย

ถ้าเทียบมิสเวียดนามกับเวเนซุเอลา ฟาสต์สเต็ป ต่อสเต็ปเลย เวเนฯเดินอย่างไร เวียดนามก็สับแข่งกันเลย เวเนฯ เป็นเจ้าแห่งการประกวดนางงามอยู่แล้ว ได้มาครบทุกเวทีแล้ว ใครเห็นชื่อเวเนฯ ต้องกลัว แต่เวียดนามคนนี้ไม่กลัว เวเนฯ สับแค่ไหน เวียดนามสับเท่านั้น รูปร่างไม่ได้แพ้เขานะ ก้นสวยมาก เอาแก้วแชมเปญวางได้เลย”

กูรูนางงามกล่าวถึงชุดประจำชาติยอดเยี่ยมของลาวว่า ลาวส่งประกวดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 อรอนงค์ หอมสมบัติ มิสยูนิเวิร์สลาว พูดภาษาอังกฤษดีมาก ชุดประจำชาติของ เขา คนไทย ทำเป็นตำแหน่งแรกบนเวทีนางงามจักรวาลของประเทศลาว ถือเป็นตำนานได้เลย ส่วน โรส มิสยูเอสเอ ที่ตกรอบ 20 คน โรสอาจเอ็นจอยข้าวเหนียวมะม่วง น้ำหนักขึ้นพรวดๆ อวบเชียว คิดว่าขึ้นอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 กิโลฯ เขาบวมน้ำดอกไม้ (หัวเราะ)

แคทรีโอนาและชุดนิ้ง
ชุดนิ้งโดยหมู อาซาว่า

“สำหรับ นิ้ง โศภิดา เข้ารอบ 10 คนถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว น้องเบียดเข้ามาลำบาก เพราะคู่แข่งแต่ละคนแข็งแรงทั้งนั้น นิ้งภาษาดีมาก ตอบคำถามเป๊ะ ทัศนคติดี ในรอบนี้สเต็ปดี สนุกกับการประกวด ส่วนที่มองกันว่าชุดไม่โดน เราไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ ไม่มีความรู้เรื่องชุดเสื้อผ้า แต่รู้ว่าใช้คริสตัลในการปักเยอะมาก ประมาณ 5 พันเม็ด ระยิบระยับไปหมด”

ด้าน หมู อาซาว่า พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์ชื่อดัง กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ชุดราตรีเกาะอกสีแดงของนิ้งว่า ทำมาปีนี้เป็นปีที่ 4 ชินกับกระแสอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะโดนวิพากษ์วิจารณ์ ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงเสื้อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในช่วง 60, 70 เป็นช่วงที่ไทยได้รับชื่อเสียงและคำร่ำลือมากว่าประเทศไทยผนวกเอาความงามแฟชั่นในแบบตะวันตกมาผสมกับตะวันออกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แคทรีโอนาและชุดนิ้ง
หมู อาซาว่า

ส่วนที่มองว่าชุดสีแดงมีเพชรเต็ม ไปหมดเหมือนชุดนางรำ หมู อาซาว่า กล่าวว่า “สีแดงเป็นสีที่น้องนิ้งเลือกเอง เพราะเป็นสีนำโชคของน้อง เรื่องรสนิยมเป็นสิ่งที่คนมองมากกว่า พี่ทำงานมานานแล้ว การน้อมรับคำติชมเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนปีหน้าจะทำอีกมั้ย จริงๆ บอกว่าไม่ทำทุกปี แต่ปีหน้าคงไม่ทำแล้วจริงๆ ปีนี้ตกปากรับคำทำเพราะผู้ใหญ่บอกว่าจัดประกวดที่เมืองไทย เราเป็นเจ้าภาพก็อยากให้ทำอีกสักปี แต่พอพูดไปคนก็จะบอกว่า อ้าว! ไหนบอกว่าไม่ทำแล้วกลับมาทำอีก แต่คิดว่าคงไม่ทำแล้ว”

หนุ่ม ประเสริฐ ทิ้งท้ายสำหรับแฟนๆ นางงามว่า “ดูนางงามให้สนุก วิจารณ์ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแล้วก็พัฒนาจิตใจให้สวยงามเวลาชมสิ่งสวยงาม”

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

บทความก่อนหน้านี้เนื้องอกในโพรงมดลูก เรื่องที่ผู้หญิงควรใส่ใจ : รายงานพิเศษสุขภาพ
บทความถัดไปผลิตภัณฑ์หอยชักตีน โรงเรียนหาดปากเมง