แนะดูแลสายตายาวตามวัย บวกยุคสมัยดิจิตอล สำหรับคนอายุ40อัพ
จากงานฉลองครบรอบ 60 ปี เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟแบรนด์ วารีลักซ์ เอสซีลอร์ ผู้ผลิตเลนส์แว่นตาคุณภาพสูงจากฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีผู้เชี่ยวชาญและคนดังมาร่วมให้คำแนะนำ ระหว่างการเสวนาสุขภาพดวงตา ในหัวข้อ “ปัญหาและการดูแลสายตาในวัย 40+”
งานจัดขึ้นที่ลานอีเดน ศูนย์สรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ คนดังที่มาร่วมงานยินดีในโอกาสพิเศษนี้ อาทิ ภัทร จึงกานต์กุล, มิษฎา สุขกนิษฐ์, กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย ฯลฯ

ส่วนผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ พญ.วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, ดร. มายูมิ ฟาง ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา และอาจารย์พิเศษภาควิชาทัศนมาตรศาสตร์ ม.ราม และ ม.นเรศวร ร่วมด้วย ปริษา ปานะนนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, ป๋อ–ณัฐวุฒิ สกิดใจ และ พนิตนาฏ ฉัตรวิไล พิธีกร อาจารย์ และผู้ก่อตั้งสถาบัน The SpokenArts

ดร.มายูมิ ฟาง กล่าวถึงสาเหตุของสายตายาวตามวัยว่า เกิดจากกล้ามเนื้อเลนส์ตา ที่ควบคุมความโค้งของเลนส์เพื่อมองระยะใกล้ ไม่ยืดหยุ่นเท่าเดิม อาจจะเรียกว่า หย่อนไปตามวัย ยิ่งเพ่งมองใกล้ๆ หรือยิ่งใช้งานมากขึ้นยิ่งรู้สึกตาล้า โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัล ทั้งเพ่งจอมือถือ ดูคอมพิวเตอร์ ใช้จำนวนชั่วโมงมากขึ้น จอจ้า จอเล็ก ตัวเล็ก ทั้งหมดทำให้กล้ามเนื้อต้องเพ่ง

ดร.มายูมิ ฟาง
ดังนั้น สิ่งที่จะบอกไปถึงคนรุ่นใหม่ทั้งหลายคือ พฤติกรรมดังกล่าวนี้จะทำให้สายตายาวตามวัยเร็วขึ้น เพราะสถิติล่าสุดพบว่าอายุ 37 ปี ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะนี้แล้ว เราเลือกปักหมุดจุดเปลี่ยนของสุขภาพสายตาที่เลข 4 เพราะเป็นช่วงวัยที่เราจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของกำลังการมองเห็นที่ไม่ดีเหมือนเดิมได้ชัดเจนที่สุด
อาการที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ มองระยะใกล้ไม่ชัดเหมือนเดิม พอต้องเพ่งมอง จึงทำให้เกิดอาการปวดเกร็งตา ปวดศีรษะ ตึงขมับ ท่านที่เป็นรุนแรงอาจปวดกล้ามเนื้อ ปวดไมเกรน ผู้ป่วยบางคนก็คิดว่าเป็นอาการออฟฟิศซินโดรม แต่พอตัดแว่นไปใช้ก็หาย

ยิ่งเราได้เริ่มใช้เลนส์ที่เหมาะสมช่วยเสริมกำลังดวงตาได้เร็วเท่าไหร่ ก็เป็นการถนอมดวงตาได้เร็วขึ้น ดวงตาคนอายุ 20, 40, 60 ก็ไม่เหมือนกัน เช่น ความใสของเลนส์ตา หรือสภาพของจอประสาทตาก็มีการเสื่อมตามอายุ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจสุขภาพดวงตาอื่นๆ ประกอบการวินิจฉัย เพราะบางกรณี เราแก้ความผิดปกติของดวงตาได้ด้วยเลนส์ แต่บางกรณีต้องใช้หัตถการทางแพทย์ร่วมด้วย
สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ คือ เลนส์หลายโฟกัส เนื่องจากเลนส์มีการออกแบบให้ค่าสายตาหลายๆ ค่า มาอยู่บนเลนส์เดียวแบบไม่มีรอยต่อ และมองได้ไหลลื่นทุกโฟกัส ผู้ใช้จึงต้องสร้างความเคยชินกับแต่ละระยะของเลนส์ เพื่อใช้ได้คล่อง ที่เรียกว่าต้องปรับตัว

การเลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับสายตาและไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันทำได้ไม่ยาก ก่อนอื่นต้องดู ไลฟ์สไตล์เพื่อรู้ลักษณะการใช้งานประจำวัน เช่น ใช้ดิจิทัลหนักมั้ย ต้องการกรองแสงสีน้ำเงินอันตราย หรือต้องการ UV protection เพราะเข้าออกที่ร่มกลางแจ้งบ่อยครั้งขนาดไหน มีอาการที่พบเวลาใช้สายตาอย่างไรบ้าง เช่น อาการแพ้แสงจ้า จะต้องปรับตาเวลาออกจากที่มืดไปที่สว่างกว่า
หรือ บางคนมีปัญหาเวลาขับรถตอนกลางคืน จะพบว่าค่าสายตาตอนกลางคืน ไม่เท่ากับตอนกลางวัน เพราะรูม่านตาเซนซิทีฟต่อแสงมาก
ปัจจุบันเรามีเครื่องมือตรวจวัดสายตา ที่เรียกว่า WAM เป็นสุดยอดเครื่องมือตรวจสุขภาพตาแบบครบจบในเครื่องเดียว ช่วยให้การวินิจฉัยสุขภาพดวงตาได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนในเคสที่มีค่าสายตาซับซ้อน หรือมีความผิดปกติทางสรีระดวงตาร่วมด้วย เราต้องคำนวณโครงสร้างเลนส์เฉพาะทางเพื่อสั่งผลิต จึงจะได้เลนส์ที่ใช้แล้วมีประสิทธิภาพสูงสุดในการมองเห็น ความสบายตา และการปกป้องดวงตา
ด้านปริษา ผู้บริหารหญิงเก่งจากไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้อายุจะ 50 ในอีกไม่กี่วัน จึงมีสายตาผิดปกติตามวัย โดยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทำเลเซอร์แก้ปัญหาค่าสายตาแล้ว พอทำแล้วก็ติดกับการไม่ใส่แว่นตา แม้ตอนนี้จะเริ่มมีภาวะสายตายาวแล้ว และคิดว่าต้องใช้แว่นสายตา ก็ยังไม่อยากใส่แว่นติดตา ถ้าตัดแว่นแล้วใส่ๆ ถอดๆ ได้หรือไม่ หรือควรใส่ตลอดเวลา

ปริษา ปานะนนท์
มาถึงตรงนี้ พญ.วชิรา จักษุแพทย์ แนะนำว่า เมื่อทำเลเซอร์มาเกือบ 20 ปี แล้วกลับมาสายตาสั้นนั้นเป็นไปได้ ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อเลนส์ตาที่ไม่หยุดหยุ่นตามวัย จึงมีค่าสายตายาวร่วมด้วย อยากแนะนำให้ใช้โปรเกรสซีฟเลนส์เพราะเหมาะกับการใช้งานของคุณปริษา การใช้ช่วงแรกต้องมีการปรับตัว แต่เมื่อปรับตัวได้แล้ว ก็สามารถใส่ๆ ถอดๆ ได้ ไม่มีปัญหา แต่ค่าสายตาที่ยาวจะเพิ่มเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติตามวัยอยู่แล้ว
การใส่ๆ ถอดๆ แว่นตาก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ อาจทำให้ต้องเพ่งสายตามาก อาจทำให้สายตาคุณน้ำยาวกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่ใส่แว่นสายตาตลอดเวลา ดังนั้นแนะนำให้ใส่แว่นตลอดดีกว่า
สำหรับพิธีกรคนเก่ง พนิตนาฏ กล่าวว่า แม้อายุเธอจะเพิ่งเริ่มต้นเลข 4 ก็ตาม แต่ก็มีปัญหาเรื่องสายตาเช่นกัน เพราะสายตาสั้น 600 ต้องใส่คอนแทคเลนส์แบบใช้วันเดียวแล้วทิ้ง ล่าสุดกำลังคิดว่าจะตัดแว่นสายตายาวเพิ่มดีไหม เพราะเริ่มอ่านหนังสือแล้วเบลอๆ อ่านไม่ชัด แต่พอยืดมือออกไปไกลหน่อยกลับเห็นชัดขึ้น

พนิตนาฏ ฉัตรวิไล
เมื่อศึกษาหาข้อมูลดู ทราบว่าเป็นอาการของสายตายาวตามวัย แต่ถ้าใส่แว่นติดตาก็กลัวจะดูมีอายุ ซึ่งในกรณีคุณอาร์ต ได้รับคำแนะนำว่า หากใช้คอนแทคเลนส์ติดต่อกันนาน 8 ชั่วโมง จะมีความเสี่ยงเกิดอาการติดเชื้อที่กระจกตาได้ และยิ่งใส่คอนเทคเลนส์นานๆ จะยิ่งมีภาวะตาแห้งซึ่งมักตามมาด้วยอาการเคืองตา ไม่สบายตา สู้แสงไม่ไหว มองเห็นภาพเบลอได้เช่นกัน
ปัญหานี้มักเจอในผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เยอะๆ เพราะมีการกระพริบตาน้อยลง โดยปกติคนเราจะกระพริบตา 18 ครั้งต่อนาที แต่คนใช้คอมมักกระพริบตาแค่ 3 ครั้งต่อนาทีทำให้ตาแห้ง ดังนั้นการกะพริบตาบ่อยๆ ก็เป็นการช่วยเรื่องภาวะตาแห้งได้
คำแนะนำคือ 20/20/20 หมายถึงใช้งานหน้าจอ 20 นาทีแล้ว ควรพักตา 20 วินาที โดยให้มองออกไปไกล ๆ ราว 20 ฟุต เป็นวิธีช่วยบริหารตาได้ สำหรับปัญหาของคุณอาร์ต คุณหมอแนะนำให้ใช้โปรเกรสซีฟเลนส์ มีไว้ใส่สลับกับคอนแทคเลนส์ เพราะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ น่าจะช่วยตอบโจทย์ได้
++++++++++++
ข้อมูลทั่วไป
ดร.ศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น ประเทศไทย จำกัด เล่าถึงประวัติเลนส์วารีลักซ์ยังคงความเป็นผู้นำในวงการเลนส์แว่นตา ว่า นายแบร์นาร์ด เมเตอนาซ (Bernard Maitenaz) ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเลนส์แว่นตา ด้วยการสร้างนวัตกรรมเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่มีชื่อว่า Varilux (วารีลักซ์) ซึ่งเป็นโซลูชั่นเลนส์ที่ให้ความคมชัดหลายระยะบนเลนส์ที่ไร้รอยต่อ สบายตา ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการมองเห็น และยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านโซลูชั่นเลนส์ที่หลากหลายออกมาอยู่เสมอๆ

เช่น วารีลักซ์ รุ่นคอมฟอร์ท (Varilux Comfort) เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ได้ถูกพัฒนาด้านโครงสร้างเลนส์โดยคำนึงถึงเกณฑ์ด้านการยศาสตร์เพื่อให้ผู้ใช้ปรับการมองได้ง่าย และสบายตา หรือแม้แต่การปรับแต่งโครงสร้างแบบ Azio ให้เข้ากับดวงตาชาวเอเซีย
เช่นเดียวกับนวัตกรรมล่าสุดในวารีลักซ์ รุ่นเอ็กซ์ ซีรี่ส์ (Varilux X Series) ซึ่งเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟตัวแรกที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการมองในระยะช่วงแขน ซึ่งเป็นระยะการมองสำหรับผู้ใช้งานยุค 4.0 อย่างแท้จริง จึงช่วยให้ผู้ใช้ลดการขยับศีรษะเพื่อหาโฟกัสที่ชัด และเพื่อให้มีท่าทางการมองที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
ผู้บริหารเอสซีลอร์ กล่าวว่า ในฐานะที่เอสซีลอร์เป็นผู้นำอุตสาหกรรมเลนส์ระดับโลก นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเลนส์แล้ว ยังเน้นงานวิจัยพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดเพื่อผู้ประกอบแว่นและผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวัดสายตาทั่วโลกด้วย รวมทั้ง อุปกรณ์ตรวจวัดค่าสายตา สุขภาพดวงตา และพฤติกรรมการมองเห็น ตลอดจนเครื่องมือตัดประกอบแว่นตา เพื่อมอบประโยชน์แก่ลูกค้าของเอสซีลอร์ต่อไป
มั่นใจว่า เลนส์วารีลักซ์จะยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุดเช่นปัจจุบัน1 และเป็นแบรนด์เลนส์โปรเกรสซีฟอันดับ 1 ของโลก