สุขใจกลางกรุง ปลูกผักปลูกชีวิต

สุขใจกลางกรุง

สุขใจกลางกรุง ปลูกผักปลูกชีวิต

สุขใจกลางกรุง – บ้านหลังน้อยปลูกชิดริมบึงบัวหลวงเล็กๆ เบื้องหน้าเป็นแปลงผักสลัดนานาพันธุ์ หลังบ้านมีเล้าไก่ บ่อปลา ผักและผลไม้พื้นบ้านอีกหลายชนิด หากนึกภาพตามใครจะเชื่อว่าที่นี่คือใจกลางกรุงเทพ มหานคร

พ่อ แม่ ลูก เก็บผักยามเช้า

สวนผักนี้อยู่ในซอยพหลโยธิน 55 ข้างวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร หนึ่งในโซนที่ผู้คนไม่เคยหลับใหล อพาร์ตเมนต์ ร้านรวงน้อยใหญ่แน่นขนัดตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย

เด็กหญิงอันดา

เด็กหญิงอันดา ภูริชญา นิยมรัตน์ เกิดและเติบโตในย่านนี้ คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ความวุ่นวายแออัด แต่เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาเกิดความเปลี่ยนแปลง ของครอบครัว วางจังหวะชีวิตที่เคยรีบร้อน ค้นพบ ความสุขเรียบง่ายกลางเมืองใหญ่

“เมื่อก่อนเราอยู่บ้านทาวน์เฮาส์ ร้อนมากค่ะ พอย้ายมาอยู่บ้านนี้ก็ร้อนเหมือนกัน แต่รู้สึกสบายกว่า มันโล่ง มันกว้าง มีต้นไม้ มีผัก ได้ลองได้ทำอะไรใหม่ๆ เยอะเลยค่ะ”

ครอบครัวของน้องอันดาเคยเป็นเจ้าของกิจการร้าน ข้าวมันไก่ มีความฝันว่าสักวันหนึ่งอยากมีชีวิตเรียบง่าย ปลูกผัก พึ่งพาตนเองในแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ฝันมานาน จากวันเป็นเดือน จากเดือนมาเป็นปี ความฝันก็มีจืดจางลงไปบ้าง จึงเติมเต็มด้วยการปลูกผักสวนครัวไว้หน้าบ้าน

แต่แล้วเมื่อโชคเข้าข้าง มาเจอที่ดินรกร้างในซอยพหล โยธิน 55 เจ้าของที่ดินใจดีให้เช่าพื้นที่ ครอบครัวของน้อง อันดาจึงตัดสินใจผันตัวจากพ่อค้า แม่ค้า เป็นเกษตรกรเต็มตัว

แม่แอน พรมศักดิ์ เล่าว่า “หลายปีก่อนเรามีชีวิตบนความเร่งรีบ รีบตื่น รีบกิน รีบนอน รีบทำงาน พอได้เที่ยวก็รีบเที่ยว รีบกลับ บอกลูกให้เร่ง ให้เร็ว พอมาเป็นเกษตรกรมันเปลี่ยนทุกอย่างเลย ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับใคร เหนื่อยกว่า ร้อนกว่า แต่มีความสุข”

แรกเริ่มลงแรง ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย เพราะขยะที่ถูกทับถมและดินที่เหนียวจนแทบไม่มีอินทรียวัตถุ เกษตรกรมือใหม่ใจกลางกรุง ทั้งคุณพ่อคุณแม่และน้องอันดาจึงพากันศึกษาหาความรู้ทั้งเรื่องการหมักดิน ปรุงดิน การทำน้ำหมักชีวภาพ การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ และการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ค่อยๆ เรียนรู้ ลงมือทำ ทดลองถูกผิด

เลือกเก็บต้นไหน แม่แอนบอกวิธี

ทุกวันนี้แปลงผักขนาด 3 งาน แวดล้อมไปด้วยแหล่งอาหาร พืชผักปลอดสาร เหลือกินก็แจก เกินแจกก็ขาย มีปลาในบ่อ มีไข่ในเล้า พึ่งพาตนเองแบบง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยปุ๋ย ยา และเครื่องมือราคาแพง แต่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า นอกจากนำมาซึ่งสุขภาพกายใจของผู้ปลูกแล้ว ผักแปลงเล็กๆ แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาอย่างมีความสุขร่วมกัน

“ตื่นเช้าหนูก็จะให้อาหารไก่ค่ะ แล้วก็มารดน้ำผัก ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะช่วยพ่อกับแม่เก็บผักบ้าง บางทีก็เพาะผักสลัดบ้างค่ะ” น้องอันดาบอกเล่าถึงกิจกรรมในสวนผักของตนเองด้วยแววตาสดใส

สุข เรียบ ง่าย

“ช่วงแรกลูกอาจจะงงๆ ไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตแบบนี้ ไม่เคยขุดดิน ไม่เคยปลูกผัก แต่พอเขาได้เห็นผลผลิต ได้กินผักที่ช่วยกันปลูก ได้เห็นว่าเราสามารถสร้างอาหารเองได้นะ เขาก็จะค่อยๆ เปิดใจ ค่อยๆ เรียนรู้ไปกับเรา” แม่แอนกล่าวทิ้งท้าย

สวนผักของครอบครัวนี้จึงไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ปลูกผัก แต่เป็นที่ปลูกชีวิตให้เติบโตงดงาม แม้ว่าอาหารบางอย่างไม่ได้มาจากการผลิตของเราโดยตรง แต่อย่างน้อยก็สามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารมากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้วยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองอีกด้วย

ทุ่งแสงตะวันสัปดาห์นี้ชวนรู้จักสวนผักกลางกรุง สวนเล็กๆ ที่ปลูกด้วยมือและใจ เช้าวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน เวลา 06.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมแลกเปลี่ยนทาง www.payai.com และเฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวัน

โดย….กนกวรรณ อำไพ

บทความก่อนหน้านี้ชวนชิมกินดื่ม : เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ/เครื่องหวานลานไทย/ราดหน้าฮ่องกง/ฤดูหน่อไม้ฝรั่งขาว
บทความถัดไปสุขภาพฟันของคนทำงาน ทันตแพทย์แนะต้องหมั่นดูแล