ติ่ง ไท้ ฝู อาหารจีน เซี่ยงไฮ้-เสฉวน หลากหลายความจัดจ้าน เผ็ดร้อน ฉบับคอไทยไฟแรง ครบเครื่อง เข้มข้น ละมุนม้วนลิ้นระดับภัตตาคาร แต่ราคาดีต่อใจ
“ติ่ง” หมายถึง ภาชนะใส่อาหารของราชวงศ์ “ไท่” หมายถึง คนไทย และ “ฝู” หมายถึง ความสุข ความเจริญ สามคำประกอบกันเป็นสัญลักษณ์สีทองอร่ามหน้าร้านอาหารจีนสไตล์เซี่ยงไฮ้-เสฉวน ที่ตกแต่งอย่างโมเดิร์น ตั้งอยู่ริมถนน ย่านพุทธมณฑลสาย 2
ติ่ง ไท้ ฝู เสิร์ฟความอร่อยตามแบบฉบับเซี่ยงไฮ้-เสฉวน ด้วยรสชาติเสฉวนแท้ เข้มข้น จัดจ้าน เผ็ดร้อนแบบถึงเครื่อง ถูกปากคนไทย บรรยากาศร้านสบายๆเหมือนทานอยู่บ้าน คุณภาพระดับภัตตาคาร แต่ราคาสบายกระเป๋า
อิทธิพันธุ์ อิทธิรัตนะโกมล หรือ อ๋อง เจ้าของร้าน เชื้อสายจีน ผู้รักในอาหารจีนเล่าว่า
“สำหรับผมร้านนี้เกิดมาเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว แต่ ติ่ง ไท้ ฝู จริงๆ เนี่ยเกิดขึ้นมา 10 กว่าปีแล้ว อยู่ที่หน้ารามฯ เจ้าของชื่อ ‘เฮียตี้’ ผมไปทานกับแฟนแล้วมีความรู้สึกว่ามันอร่อยมาก ตอนนั้นร้านเขาเป็นแค่ห้องแถวห้องเดียว ผมเลยรู้สึกเสียดาย เลยตัดสินใจเข้าไปขอเขาเปิดร้านเพิ่ม เขาก็ให้ผมเลย บอกว่าเดี๋ยวส่งพ่อครัวให้ด้วย”
“ผมชอบทานอาหารจีนมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เราเข้าภัตตาคารจีน กินเหลา กินอะไรมาเยอะ แต่พอมาเจออาหารจีนแบบนี้ เฮียตี้แกบอกว่ามันเป็นอาหารจีนอีกรูปแบบหนึ่ง เรากินแล้วเราก็รู้สึกว่ามันง่ายๆนะ จานไม่ใหญ่มาก ตอนหลังผมก็มาเปลี่ยนเอาเอง ให้ชื่อว่าเป็นอาหารจีนพื้นบ้าน เซี่ยงไฮ้-เสฉวน”
เชื่อว่าหลายคนคงชินกับการเดินเข้าร้านอาหารจีนในลักษณะแบบ “โต๊ะจีน” หรือ “กินเหลา” ซึ่งจะเริ่มเสิร์ฟจากออเดิร์ฟ ไล่ไปเรื่อยๆ อย่างเป็ดปักกิ่ง แมงกะพรุน คะน้าผัด เห็ดหอม ซึ่งเราก็จะกินอย่างนั้นมาเป็นสิบยี่สิบปี แต่พอมาเจออาหารแบบนี้ เขารู้สึกว่ามันถูกปากคนไทยมากกว่า
“ของเราเป็นอาหารแบบเซี่ยงไฮ้-เสฉวน แต่จริงๆแล้วมีจีนหลากหลายแบบมาก ตอนนี้เรามีเมนูทั้งหมดประมาณ 50 เมนู ที่ผมเชื่อว่าอร่อยหมด ร้านนี้โตได้ด้วยรสชาติของอาหารมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเรื่องราคาเราค่อนข้างที่จะถูก”
อิทธิพันธุ์ยืนยันเต็มเสียงเลยว่า อาหารราคาถูกจริง แถมคุณภาพไม่ธรรมดา ลูกค้าสามารถมองเห็นกรรมวิธีการทำอาหารได้จากการนั่งรออาหารได้ เนื่องจากที่ร้านดีไซน์เป็นห้องครัวเปิด ให้เห็นกันจะจะ ทุกขั้นตอนเลยทีเดียว โดยจะแบ่งครัวออกเป็น 4 ครัว มีครัวบะหมี่ ครัวเสี่ยวหลงเปา ครัวผัด และครัวเตรียม
“เมนูเด็ดจากครัวบะหมี่ของผม คือบะหมี่แห้งเสฉวน เป็นบะหมี่เส้นสด แป้งเรามาจากแป้งผงๆมาตีเป็นก้อน แล้วค่อยเอามาดึงเป็นเส้นๆ”
เคล็ดลับอีกหนึ่งอย่างของ ติ่ง ไท้ ฝู ที่สำคัญคือ “การดึงบะหมี่” ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญ อิทธิพันธุ์แอบกระซิบบอกมาว่า ผู้จัดการร้านเคยฝึกดึงบะหมี่อยู่เดือนกว่าๆ ถึงขั้นเป็นลมกันเลยทีเดียว
ทางร้านทำเส้นบะหมี่แบบชามต่อชาม นั่นหมายความว่า เมื่อมีลูกค้าสั่ง ก็จะต้องนวดแป้ง ดึงบะหมี่กันชามต่อชามแบบทั้งวัน ร่างกายต้องแข็งแรงมาก คนที่มีฝีมือหน่อย นวดครั้งหนึ่งจะได้ 4-5 ชาม ขณะที่คนที่ยังไม่ชำนาญจะได้ 1-2 ชามเท่านั้น
“เคยมีครั้งหนึ่งช่วงสงกรานต์ ลูกค้าเข้าร้านมารอต่อคิวแน่นมาก ออเดอร์เยอะมาก จนลูกน้องผมที่ชื่อ อาหลง แทบจะวิ่งหนีออกจากร้าน บอกว่าไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องสู้(หัวเราะ)”
“ครัวที่สองเป็นครัวเสี่ยวหลงเปา ไส้หมู ไส้กุ้ง เสี่ยวหลงเปาแป้งต้องบาง น้ำซุปต้องหอม ไส้ต้องอร่อย เพราะฉะนั้นเสี่ยวหลงเปาของผม ผมเชื่อว่าอร่อยมาก ลูกค้าบางคนมาจากไต้หวันยังบอกว่าของที่นี่อร่อยกว่าของไต้หวันซึ่งเป็นต้นฉบับ ความจริงของเราอาจจะทำให้ถูกปากคนไทยด้วยล่ะมั้ง”
ความพิเศษและเด็ดดวงของครัวเสี่ยวหลงเปา ยังมีหมั่นโถวที่เป็นสุดยอดของขึ้นชื่อประจำร้าน “ผมท้าทั้งประเทศได้เลยว่า หมั่นโถวที่ไหนอร่อยกว่าผม ผมจะรีบไปกินเลย” อิทธิพันธุ์กอดอกประกาศท้าสาวกหมั่นโถวไว้ว่าอย่างนั้น
นอกจากนี้ ยังมีครัวผัด เป็นครัวผัดร้อน อาหารสด และครัวเตรียม เป็นครัวสำหรับทำอาหารที่ต้องมีการเตรียมล่วงหน้า และต้องใช้เวลาในการทำ เช่น ซี่โครงหมูน้ำแดง เนื้อตุ๋นน้ำแดง
ความเผ็ดร้อน จัดจ้าน และเข้มข้นของที่นี่ เป็นที่ยอมรับของลูกค้ามากมาย แต่ด้วยความเป็น เซี่ยงไฮ้-เสฉวน หลายคนคาดหวังจะได้พบเจอกับความเผ็ดแบบ “หมาล่า” ซึ่งอิทธิพันธุ์ก็ทำให้ลูกค้าเกิดคำถามในหัวว่า ทำไมที่ร้านไม่ใช้หมาล่า?
“ผมมีความรู้สึกว่า อาหารกินเสร็จแล้วปากชา แล้วมันจะไปกินอย่างอื่นอร่อยมั้ยล่ะ” เจ้าของร้านผู้หวงแหนในรสชาติอาหารกล่าว
“จริงๆ หมาล่าเพิ่งมาดังในเมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ส่วนใหญ่จะเห็นในรูปแบบของปิ้ง แล้วก็โรยหมาล่า แต่ที่เมืองจีนเขาทำกันเป็นหม้อใหญ่ๆ ผัดเป็นชามใหญ่ๆ กินแล้วปากชา ฉะนั้นที่ร้านเราใช้ ชวงเจีย ที่เป็นพริกหอมแทน ซึ่งชวงเจียก็เป็นหนึ่งในตระกูลหมาล่าเช่นกัน รสชาติออกจะคล้ายๆ กับหมาล่า แต่ไม่ได้ถึงกับปากชา แถมรสชาติก็ถูกปากคนไทยด้วย”
ส่วนสไตล์การตกแต่งร้านอาหาร อิทธิพันธุ์เล่าว่า ทุกอย่างออกแบบด้วยตัวเองหมด ตั้งแต่สาขาแรกที่พัฒนาการซึ่งเปิดมาแล้ว 7 ปี จนถึงสาขานี้ โดยตั้งใจให้มีความรู้สึกเป็นจีนสมัยใหม่ สไตล์ลอฟต์(Loft) เพราะส่วนตัวชอบปูนดิบ ปูนเปลือย ผสมกับที่ตัวเองชอบของเก่าด้วย
อย่างประตูหน้าร้าน ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นประตูเก่าแก่อายุถึง 180 ปี หลายคนที่เข้าออกหน้าร้านก็กลัวมันจะพัง แต่อิทธิพันธุ์กลับไม่ได้คิดอย่างนั้น
“ผมมีความรู้สึกว่าของโบราณถ้าต้องหาอะไรมากันมาแรป มาปกป้อง มันก็หมดค่า ปล่อยให้มันได้ใช้งาน มีเรื่องราวของมันเองตามกาลเวลา แบบนี้จะดีกว่า”
“อาหารที่นี่ใครทานแล้วไม่อร่อยบอกได้เลยครับ ถ้าลูกค้ามีความรู้สึกว่า มันไม่ใช่อย่างที่อยากจะกิน ไม่ต้องจ่ายตังค์ก็ได้ ร้านนี้สบายๆ เพราะเราขายคุณภาพของอาหารจริงๆ และอย่างที่บอก ราคาไม่แพง ลูกค้าที่มาจะรู้สึกว่าเขามาบ่อยได้ จานไม่ใหญ่มาก มากับแฟน 2 คน สั่งได้ 4-5 อย่าง แต่ไปทานร้านอื่นสั่งได้ 2 อย่าง 3 อย่างก็เต็มที่แล้ว”
ติ่ง ไท้ ฝู สาขาแรกอยู่ย่านพัฒนาการ 50 สาขาสองอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 2 และอีก 1 เดือนข้างหน้า อิทธิพันธุ์กำลังจะเปิด ติ่ง ไท้ ฝู ถนนจันทน์ อยู่ช่วงสะพาน 3 ใครใกล้บ้าน สามารถลองไปแวะชิมดูได้ โดยอิทธิพันธุ์บอกชัดเจนว่า เจออะไรไม่อร่อย บริการไม่ดี บอกมาทางเพจของ ติ่ง ไท้ ฝู ได้เลย
“เพราะการบริการที่นี่ ผมให้ความสำคัญเท่ากับความอร่อยของอาหาร เราสอนน้องๆ เสมอว่า ถ้าญาติเธอมากิน เธออยากจะดูแลญาติเธอยังไง แค่นั้นเอง” อิทธิพันธุ์ อิทธิรัตนะโกมล เจ้าของร้านกล่าว










