ริท เดอะสตาร์-ทัดดาว นึกแจ้ง ‘คน101’เปิดเส้นทางสู่ฝัน : รายงานพิเศษ
ริท เดอะสตาร์ – ต้องบอกว่างาน “มหกรรมการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 11” ภายใต้แนวคิด “โอกาสแห่งการเรียนรู้ (Oppourtunity Learning)” ระหว่างวันที่ 7-10 ส.ค. ที่ทางเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด เป็นเจ้าภาพ จัดได้ยิ่งใหญ่จริงๆ โดย นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น เป็นประธานเปิดงานที่โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น

บรรดาเจ้าภาพจัดงาน
ส่วนกิจกรรมต่างๆ จัดที่ลานสาเกตนคร บึงพลาญชัย ซึ่งการเชิญคนเด่นคนดังในแวดวงต่างๆ มาร่วมบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในหัวข้อ “วัยฝัน การศึกษา สู่ความสำเร็จ” โดยเฉพาะช่วงที่นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย รวมถึง นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หรือ ริท เดอะสตาร์ ขึ้นเวที ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากน้องๆ เป็นอย่างมาก เห็นได้จากเสียงกรี๊ดที่มีอยู่เป็นระยะๆ…งานนี้ต้องยกนิ้วให้ นายวันชัย คงเกษม พ่อเมืองร้อยเอ็ด และ นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ที่ทำให้งานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่งผลให้เศรษฐกิจในเมืองเกินร้อยคึกคัก ร้านอาหาร-โรงแรม เต็มไปด้วยผู้คนหลายพันคนที่หลั่งไหลกันมาจากทั่วประเทศ

สาวนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย
หลังพิธีเปิดงานเสร็จสรรพก็ต่อด้วยงานเสวนา หัวข้อ “การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21” วิทยากรประกอบด้วย รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน, ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ ดร.ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา
รศ.ดร.เอกชัยระบุว่า คุณลักษณะของเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องการคือมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยียีดิจิตอล เป็นคนดี มีคุณธรรม และจริยธรรม อยากเห็นเด็กถูกฝึกทักษะแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เด็กจะรู้ว่าอะไรควรปรับปรุงแก้ไข และเด็กไทยต้องสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในเชิงเศรษฐกิจ อนาคตเด็กควรมีการสอนอาชีวะในร.ร.สังกัด สพฐ. เพราะเมื่อเด็กเรียนจบแล้วจะได้มีอาชีพ

การแสดงในพิธีเปิด
ขณะที่ ดร.ตวงเสนอแนะว่า โรงเรียนต้องค้นหาศักยภาพของเด็กแต่ละคนให้เจอ เมื่อรู้ว่าเด็กคนไหนเชี่ยวชาญอะไร โรงเรียนต้องสอนและตอบโจทย์ให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของชาติ
ด้าน ศ.วุฒิสารฟันธงว่า ระบบการศึกษาไทยไม่ได้ขาดงบประมาณ แต่ขาดการกระจายครูมากกว่า ทั้งนี้ ต้องทำให้ผู้ปกครองเป็นหุ้นส่วนเพื่อให้รับผิดชอบร่วมกัน
“เราติดกับดักอยู่กับกรอบกฎหมายที่ทำนู่นนี่ไม่ได้ ท้องถิ่นต้องกลับไปคิดใหม่ เป้าหมายของการศึกษาท้องถิ่นมี 2 อย่าง คือ การศึกษาเพื่อความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำ อย่ามองคนอื่น องค์กรท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นและมีความเป็นเอกภาพ หัวใจสำคัญคือ มีอิสระที่คิดออกแบบ จัดการเรียนการสอน การค้นหาเด็กในโรงเรียนนั้น หัวใจสำคัญต้องมีเลนส์ที่ละเอียด ต้องหาเด็กพิเศษให้พบโดยเร็ว และรีบพัฒนา ผู้เรียนในอนาคตของไทยต้องมีทักษะที่หลากหลาย สถานศึกษาต้องสร้างเด็กที่พร้อมจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอนาคตเขาด้วยตัวเองได้ ต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ และมีความคิดสร้างสรรค์”
ทีนี้มาฟังหัวข้อเบาๆ กันบ้าง เรื่อง “วัยฝัน การศึกษา สู่ความสำเร็จ” จาก หน่อง-ปลื้มจิตร์ ถินขาว, กิ๊ฟ-วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ซาร่า- นุศรา ต้อมคำ, แนน-ทัดดาว นึกแจ้ง, บุ๋มบิ๋ม-ชัชชุอร โมกศรี ซึ่งแต่ละคนเล่าว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ต้องทุ่มเทกับการซ้อมมากขนาดไหน ขณะเดียวกันต้องเรียนในมหาวิทยาลัยไปด้วย แต่พอเรียนจบก็มีการมีงานทำอย่างมั่นคง นี่คือรางวัลของการเป็นนักกีฬาทีมชาติ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการแข่งขัน ช่วยทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น จากที่ในอดีตครอบครัวของพวกเธอส่วนใหญ่ยากจน และไม่ได้ร่ำรวยอะไร
แนน-ทัดดาว สาวร้อยเอ็ดคนนี้เล่าว่า “เป็นนักกีฬาของโรงเรียน และเป็นคนตัวสูงมาตั้งแต่เด็ก พอมีโอกาสมาแข่งในนามทีมโรงเรียนอาจารย์บรรจงจากขอนแก่นมาเห็นทำให้มีโอกาส ซึ่งไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาทดสอบคัดเป็นตัวแทนทีมชาติไทย และไม่เคยคิดว่าจะได้มายืนตรงจุดนี้”
บุ๋มบิ๋ม-ชัชชุอร น้องเล็ก่สุดของทีมที่ติดทีมชาติตั้งแต่เรียน ม.ต้น ซึ่งการเป็นเด็กมัธยมแต่ต้องมาซ้อมเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรู้จักแบ่งเวลาทั้งเรียนและเล่นกีฬาให้ดี เพราะทั้งเหนื่อยและหนัก แต่เธอก็ผ่านมาได้
“ติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 14 เรียนอยู่ชั้น ม.2 ก็ต้องมาเก็บตัวในกรุงเทพฯ พอโรงเรียนสอบก็จะปล่อยตัวมาสอบ ต้องกลับมาโรงเรียนมาทำรายงานย้อนหลังเพื่อส่งอาจารย์ทุกวิชา ต้องตื่นไปซ้อมตั้งแต่ตี 5 ทุกเช้า ขึ้นเรียน 8 โมง ตอนเย็นต้องกลับไปซ้อมต่ออีก”
ซาร่า-นุศรา เล่าว่า ตอนนี้ทีมวอลเลย์บอลทีมชาติส่วนใหญ่เป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกันทุกคน ซึ่งอนาคตและหน้าที่การงานที่ดีของทุกๆ คนล้วนเป็นการต่อยอดมาจากการเล่นกีฬาทั้งสิ้น
“การเล่นกีฬาทำให้พวกเรามีงานรองรับ เกิดความมั่นคงในชีวิต เรามีรายได้โดยไม่ต้องกังวล แม้เก็บตัวทีมชาติก็ได้เงินเดือน พ่อแม่เจ็บป่วยเราก็เบิกเงินค่ารักษาได้”
ทีนี้ก็ถึงคิว “ริท เดอะสตาร์” ซึ่งเป็นคนร้อยเอ็ด เกิดและโตที่นี่ ให้คำแนะนำน้องๆ ที่มาฟังว่า “อยากให้น้องๆ ทุกคนอดทน และตั้งใจ เราเรียนหนังสือแม้รู้สึกเหนื่อยล้า หรือเบื่อ แต่ทุกอย่างคือเพื่ออนาคตของเรา อย่าทำเล่นๆ กับเรื่องพวกนี้ ขอให้ตั้งใจเรียน แต่อย่าเครียดหรือกดดันตัวเอง อย่างพี่หากรู้สึกเหนื่อยหรือเครียดก็ต้องขอเบรกเพื่อผ่อนคลาย เพื่อให้มีความสุข เพราะเรียนไม่ใช่แค่เรียน แต่เราควรทำทุกอย่างในชีวิตให้มีความสุขไปด้วย ไม่ใช่เครียดกับการเรียนมากๆ ก็ทำให้เรียนได้ไม่ดี เพราะไม่มีความสุขอย่างแน่นอน ก็ต้องรีบหาจุดผ่อนคลาย เพราะความเครียดทำให้ระบบกายภาพในร่างกายไม่ปกติ มีผลต่อเรื่องความจำ และการประมวลผลต่างๆ การจัดการความคิดไม่ปกติ เราจึงต้องจัดการกับความเครียดให้ดี ไม่อย่างนั้นการเรียนก็ไม่ดี”
นักร้องหนุ่มรายนี้ยังย้ำกับน้องๆ ว่า “ในวัยนี้การเรียนต้องมาเป็นอันดับหนึ่งของชีวิต แต่การเรียนพิเศษก็เรียนพอประมาณ เหลือเวลาให้ความสุขและสิ่งที่เราอยากทำบ้าง ไม่ใช่หมกมุ่นกับหนังสือตลอดเวลา ตอนพี่เรียนคติของพี่ก็คือ แค่เรียนเพื่อให้เป็นนักเรียนที่สอบได้และเรียนอย่างมีความสุข ไม่ได้เรียนเพื่อเป็นช้างเผือก หรือเป็นที่ 1 หรือรู้ทุกอย่าง เมื่อตั้งใจแล้วก็ให้ไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ให้ได้ แค่นั้นพอ และมีความสุขกับเส้นทางที่เราเดินแค่นั้น”
เชื่อว่าคำแนะนำดีๆ เช่นนี้คงจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ เยาวชนทั้งหลาย
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง