โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู รองรับปลูกทุเรียนถึงเลี้ยงโคนม

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู 

รองรับปลูกทุเรียนถึงเลี้ยงโคนม 

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู – ทุเรียนป่าละอู ถือได้ว่าเป็นทุเรียนพระราชทานจาก สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี ทรงพระราชทานพันธุ์กล้าทุเรียนหมอนทองและพันธุ์ผลไม้อื่นให้ราษฎรนำไปปลูกเป็นอาชีพสร้างรายได้ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู .ห้วยสัตว์ใหญ่ .หัวหิน เมื่อวันที่ 19 ..2509

ต่อมาในปี ..2510 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานภาครัฐจัดหาพื้นที่ว่างเปล่าในเขตจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ มาจัดสรรให้ราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในเขตพื้นที่บ้านป่าละอูและบ้านป่าเด็งที่ไม่มีที่ทำกิน ในรูปแบบของสหกรณ์

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู
เจ้าหน้าที่กรมชลพานักข่าวชมสถานที่

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู

โดยให้มีสิทธิครอบครองชั่วลูกชั่วหลานแต่ไม่ให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ เพื่อจะรวบรวมราษฎร และชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงมาอยู่รวมกัน นำไปสู่การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า และรักษาความปลอดภัยของชาติบริเวณชายแดน ตลอดจนมอบหมายให้หน่วยงานภาคราชการเข้าไปดูแลช่วยเหลือ แนะนำ วางแผนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ให้กับสมาชิกที่อยู่ในโครงการ

ปีพ..2526 สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลา เก็บน้ำได้ประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่พอเพียงต่อการเกษตรในเขตสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่

ดังนั้นในคราวประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่าง วันที่ 16-17 .. 2549 ที่ประชุมจึงมีมติให้กรมชลประทานดำเนินการศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยให้กรมชลประทานดำเนินการสำรวจศึกษาและวางโครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู (ป่าเลาเดิม) และศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่

ด้วยเหตุที่โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอูมีพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าละอู ซึ่งได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู กรมชลประทานจึงจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ..2552

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู
เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน
โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู
ทุเรียนป่าละอู

การศึกษาได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 พร้อมแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบ สิ่งแวดล้อม และแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแผนงานในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบพื้นที่

เมื่อกรมชลประทานจัดทำรายงาน EIA เสร็จเรียบร้อย จึงส่งรายงานไปยังสำนักงานนโยบายและแผนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. พิจารณา คณะกรรมการ ผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผล กระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ก็เห็นชอบใน รายงานฯ เมื่อปี 2557 หลังจากนั้นก็ต้องไป ขอเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติให้เพิกถอน เมื่อวันที่ 15 มิ.. 2559

จากนั้นกรมชลประทาน เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2561 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตัวเขื่อนประมาณ 6 ปี ก่อสร้างระบบชลประทาน 3 ปี เมื่อสร้างเสร็จ จะส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 6,000 กว่าไร่ ครอบคลุมทั้งพื้นที่สวน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ราษฎร รวมถึงครูและนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ให้มีแหล่งน้ำใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค จากที่ขาดแคลนน้ำและที่ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนทุเรียนป่าละอู ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกษตรกรต้องประสบปัญหาน้ำแล้งเกือบทุกปี จนเกิดผลกระทบ ต่อปริมาณผลผลิตรวมถึงคุณภาพด้วย

การที่เรามีการส่งน้ำเข้าไปอย่างเพียงพอจะทำให้ทุเรียนมีผลผลิตที่ดีขึ้น หรือพื้นที่ไหนที่ส่งน้ำไปไม่ถึง เราอาจทำอ่างเก็บน้ำแล้วให้ชาวบ้านสูบไปใช้ได้เพื่อส่งเสริมการปลูกทุเรียน ยิ่งมีน้ำผลผลิตทุเรียนก็จะดีขึ้น เพราะพื้นที่ป่าละอูมีปัญหาขาดแคลนน้ำมาก น้ำใต้ดินก็ไม่ค่อยมีนายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าว

ด้านเกษตรกร นายประเทือง ออมพลสิริ เจ้าของสวนทุเรียนป่า ละอู เล่าว่า ตลอดเวลา 30 กว่าปีที่ปลูกทุเรียนมาสร้างรายได้ให้ปีละหลายหมื่นบาท เพราะด้วยความที่ทุเรียนหมอนทองที่ปลูกที่ป่าละอูมีรสชาติดีกว่า หอมละมุนกว่า และเนื้อดีกว่าทุเรียนหมอนทองที่อื่น ซึ่งอาจเป็นเพราะดิน น้ำ และอากาศเหมาะสม แต่แทนที่ผลผลิตจะมากกว่านี้ก็ต้องหยุดชะงักเพราะหากเป็นช่วงหน้าแล้งน้ำจะไม่เพียงพอ

ช่วงหน้าแล้งที่นี่น้ำจะค่อนข้างขาดแคลน แล้วการปลูกทุเรียนเราต้องใช้น้ำบ่อย คือต้องรดน้ำตลอดทั้งปีจนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต เราต้องรดน้ำให้ได้สองวันครั้ง ถึงจะเป็นหน้าแล้งก็ต้องหาน้ำมารดให้ได้เท่านี้ ถ้าเรารดไม่สม่ำเสมอก็ไม่ได้ เราต้องคอยสังเกตดินถ้าเริ่มแห้งเราก็ต้องรดแล้ว

เมื่อถามถึงโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่มาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เจ้าของสวนทุเรียนรายนี้มองในมุมบวก

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

นี่เป็นเรื่องดีมากเลยครับ เพราะถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง มีคนอยู่สักสองคน และมีน้ำอยู่โอ่งหนึ่งก็พอใช้ แต่พอมีคนเพิ่มขึ้นเยอะๆ แต่น้ำยังมีโอ่งเดียวอย่างนี้ น้ำก็ต้องไม่พอใช้ แต่ทางกรมชลประทานมาสร้างเขื่อนให้นี่ดีมากเลย ปัญหาเรื่องน้ำจะได้หมดไป จากที่ผมมีทุเรียนที่ให้ผลผลิตได้แล้วอยู่ 3 ต้น ขายทุเรียนได้ปีละก็หลายหมื่น เพราะทั้งผลดกและราคาดีด้วย ต่อไปนี้ก็มีโอกาสที่จะรายได้เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกนายประเทืองกล่าว

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ 2 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ก็จะได้รับประโยชน์ด้วย เนื่องจากพื้นที่ชลประทานครอบคลุมพื้นที่ปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงโคนม รวมไปถึงการใช้น้ำเพื่อทำความสะอาดฟาร์มโคนมที่ต้องใช้น้ำค่อนข้างมาก

โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู

ยิ่งไปกว่านั้น กรมชลประทานยังได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการก่อสร้างโครงการด้วย เช่น การปลูกป่าทดแทน การสร้างฝายชะลอน้ำ

รวมทั้งการปรับปรุงหน่วยพิทักษ์ การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชให้เหมาะกับศักยภาพ ของดินรวมทั้งการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพดี ขายได้ ราคาสูง ซึ่งถ้าเกษตรกรประสบความสำเร็จ กรมชลประทานก็ถือว่าคุ้ม เพราะเราลงทุนค่าก่อสร้างไปสูง

ระบบชลประทานที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานจากนี้จะมาพลิกฟื้นวิกฤตน้ำแล้งอันมีผล กระทบรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตร แล้วกระทบไปถึงคุณภาพชีวิตของชาวบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้กลับมามีลมหายใจ ได้ต่อ และผลไม้ชื่อดังอย่างทุเรียนป่าละอูจะมีที่อยู่ที่ยืนตราบนานเท่านาน

บทความก่อนหน้านี้‘โปเตโต้’จัดเต็มคอนเสิร์ตใหญ่ ปั๊บ’แย้มแขกรับเชิญหลากหลาย-ผูกพันวง
บทความถัดไปแดงเฮลั่น! ศาลยกฟ้อง “ตู่-เต้น” 24 นปช. ก่อการร้าย ทุกข้อหา ชี้ต่อสู้ทางการเมือง