หักปากกานักเขียนมือใหม่ วงวรรณกรรมย่ำแย่

‘ชมนาด’ไร้ผู้ได้รางวัล

หักปากกานักเขียนมือใหม่ – เสร็จสิ้นไปแล้วกับการประกาศผลรางวัลนักเขียนหญิงรางวัลชมนาดซึ่งเป็นการให้รางวัลแก่นักเขียนสตรีที่มีผลงานโดดเด่น มีคุณภาพและสวยสดงดงาม จัดโดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ธนาคารที่ส่งเสริมงานศิลปกรรมและวรรณกรรมไทย เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ แต่น่าเสียดายอย่างมาก ที่ผลปรากฏว่ามีงานเขียนส่งเข้าร่วมประกวดถึง 31 เรื่อง และมี 6 เรื่องที่เข้าสู่รอบตัดสิน แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาว

ปีนี้ไร้นักเขียนสตรีที่มีผลงานโดดเด่น เข้าตากรรมการ จึงเป็นอันว่าไม่มีผู้ใดได้รางวัลชนะเลิศหรือได้รองชนะเลิศแม้แต่รางวัลเดียว ดังนั้น เงินรางวัล 70,000 บาท จึงส่งมอบให้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาส่งเสริมงานเขียนของผู้หญิงไทยต่อไปในอนาคต

หักปากกานักเขียนมือใหม่

ผลการตัดสินรางวัลครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการหักด้ามปากกานักเขียนมือใหม่เข้าอย่างจัง เพราะนับเป็นครั้งแรกที่การประกวดงานเขียนไม่มีใครได้รับรางวัลเลยสักรางวัลเดียว

มองอีกมุมหนึ่งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชม ทั้งคณะกรรมการและคนจัดงาน ที่ไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่มีคุณภาพ ผ่านเล็ดลอดออกไปสู่วงการ ซึ่งอาจเป็น ผลเสีย มากกว่า ผลดี

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ อดีตบรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย ตัวแทนกรรมการรอบคัดเลือกการประกวดวรรณกรรมรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 8 ประเภทนวนิยาย กล่าวถึงภาพรวมของนวนิยายที่ส่งเข้าประกวด ว่าน่าดีใจที่นักเขียนหญิงยังมีพลังเขียนเรื่องส่งเข้ามาประกวดกัน

หักปากกานักเขียนมือใหม่

ซึ่งมีหลากหลายแนว ตั้งแต่แนวชีวิตครอบครัวและแนวสังคมที่ส่งเข้ามาเยอะมาก นอกจากนี้เป็นแนวโหราศาสตร์ แนวสืบสวนสอบสวน แนวประวัติศาสตร์ วรรณกรรมเยาวชน และแนววิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม

ภาพรวม 31 เรื่อง มีความเป็นนวนิยายอยู่ 80% คือมีพล็อต มีแก่นเรื่อง มีตัวละคร การดำเนินเรื่องมีบทสนทนา มีการบรรยาย ส่วนอีก 20% เป็นแนวสมัยใหม่ คือใช้เทคนิคศิลปะต่างๆ นานา เข้ามาใช้ในการดำเนินเรื่อง จนเนื้อเรื่องขาดอรรถรสไป บางเรื่องก็มีแต่บทสนทนา สุดท้ายเอาไม่อยู่

บางเรื่องทำออกมาดีพอสมควร แต่ยังไปไม่ถึง อีกอย่างที่น่าสังเกต นักเขียนไม่ได้ใช้จินตนาการอย่างเดียว บางเรื่องเป็นประวัติศาสตร์ซึ่งต้องค้นคว้าข้อมูลหลายทาง ทุกคนทำพล็อตเรื่องสนุก แต่ยังเกาะแก่นเรื่องไม่ดี แก่นของเรื่องกระจาย บางเรื่องทำได้ดี ตัวละครก็เช่นกัน

หักปากกานักเขียนมือใหม่

แต่น่าเสียดาย พอห้าหกตอนก่อนจบกลับดาวน์ลงไปอย่างนั้น ถึงจุดพีกแล้วควรจบ กลับไม่จบ ยังไปเล่าย้อนกลับไปใหม่ ส่วนเรื่องวรรณศิลป์ เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นตัวบอกว่าเรื่องมีอรรถรสแค่ไหน เรื่องจะดำเนินได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับวรรณศิลป์ ซึ่งทั้งหมดยังทำได้ไม่ดีพอ การผูกเรื่องวนไปวนมา ยังเรียงลำดับไม่ดี ความเชื่อมโยง ไม่ต่อกัน เป็นการตัดฉับๆๆๆ เป็นบทโทรทัศน์ ซึ่งแบบนี้มีเยอะ ประมาณ 35% ของเรื่องที่ส่งมา

ถัดจากนั้น ดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล รองประธานสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน ออกตัวในฐานะครูภาษาไทยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าคณะกรรมการลงมติเป็นเอกฉันท์ แสดงความเห็นไปในทางเดียวกัน นอกจากรูปแบบและเนื้อหา และวรรณศิลป์แล้ว อีกอย่างคือ การใช้ภาษาไทย

“…อ่านไปก็วงไป สะกดผิดเพียบเลย เว้นวรรคก็ผิด ใช้สำนวนภาษาไม่สอดคล้องกับเรื่องหรือบางตอนก็ไม่เหมาะสม ก็อยากบอกว่าการใช้ภาษาสำคัญมาก เพราะการประกวดนั้น คนรุ่นหลังเขาจะเห็นว่าหนังสือที่ได้รับรางวัลนี้ ได้รับการขัดเกลาภาษามาแล้ว บรรณาธิการบางคนแม้มีชื่อในเล่ม ก็หาได้แก้ไขเรื่องนี้ไม่

เพราฉะนั้นจึงเป็นตัวอย่างไม่ดี..ทำให้เด็กหรือผู้ใหญ่บางคนคิดว่าถูกต้องแล้ว อันนี้ยอมไม่ได้ เรื่องนี้สำคัญมาก เราใช้นวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี มาเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาอ่าน วิเคราะห์และชื่นชม จดจำไว้ หนังสือเหล่านี้เป็นชั้นครูที่จะเอาไปสืบทอดได้…”

สิ่งสำคัญอีกประเด็นที่อาจารย์ถนอมวงศ์กล่าวถึง คือเรื่องโดนใจในฐานะที่อ่านมามาก

เรื่องความโดนแตกต่างกัน บางเล่มโดนบ้าง บางเล่มโดนแผ่ว แต่ที่พบคือ เอ๊ะ..ลักษณะนี้เคยโดนมาก่อน คิดเองหรือไปเอาของคนอื่นมา ไม่แน่ใจว่าคุณสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง หรือคิดว่าอันนั้นดีก็จับมาใส่ อันนี้ดีก็จับมาใส่ ซึ่งไม่ถูก ที่นักเขียนควรจะมีคือความคิดสร้างสรรค์ ถ้าจะเขียนหนังสือได้ ก็ต้องอ่านเยอะ

ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการอ่าน อ่านเก่งเขียนเก่ง อ่านเก่งแปลเก่ง แต่ถ้าถามอะไร ไม่เคยอ่าน ดังแค่ไหนไม่รู้จัก..เพราะฉะนั้น ถ้าจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ต้องอ่านเยอะมาก..”

ทำอย่างไรจึงจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมการอ่าน เป็นคำถามที่ทิ้งท้ายไว้ เพราะที่สุดแล้ว เขียนออกมาดีเลิศประเสริฐศิลป์แค่ไหน แต่ไม่มีคนอ่าน..ก็จบเห่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน