อุบลราชธานี (ตอนแรก)

อุบลราชธานี (ตอนแรก) : รู้ไปโม้ด

อุบลราชธานี (ตอนแรก)

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

อุบลราชธานี – จังหวัดอุบลราชธานีมีความเป็นมาอย่างไร เก่าแก่ประมาณไหน พื้นที่ใหญ่มากเลยนะครับ

คมชาย

ตอบ คมชาย

อุบลราชธานี (ตอนแรก) : รู้ไปโม้ด

อุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (ภายหลังถูกแบ่งออกเป็นจังหวัดใหม่คือจังหวัดยโสธรและจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งถ้ารวมพื้นที่อีก 2 จังหวัดที่แยกออกไป อุบลราชธานีจะมีพื้นที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย) ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย

ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก เป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่นๆ และยังเป็นจังหวัดที่แม่น้ำสายสำคัญทั้งหมดของภาคอีสาน โขง ชี มูน ไหลมาบรรจบกัน โดยแม่น้ำชีและแม่น้ำมูนไหลรวมกันที่อ.วารินชำราบ ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำโขงที่อ.โขงเจียม ที่มาของจุดชมวิวทางธรรมชาติ “โขงสีปูน มูนสีคราม”

อุบลราชธานี (ตอนแรก) : รู้ไปโม้ด

อุบลราชธานีเป็นเมืองใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำมูน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี และแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ บ้านก้านเหลือง ต.ขามใหญ่ ในตัวอำเภอเมือง ซึ่งกรมศิลปากรได้ขุดค้นเมื่อปี 2539 พบโบราณวัตถุมากมาย เช่น ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา โลหะผสม กระพรวนสำริด ขวานเหล็ก และแกลบจำนวนมาก สันนิษฐานว่าชุมชนโบราณแห่งนี้มีอายุระหว่าง 2,500-2,800 ปีมาแล้ว อยู่ในยุคโลหะตอนปลาย

ย้อนประวัติศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2201-2228 เกิดวิกฤตในนครเชียงรุ้ง กลุ่มจีนฮ่อธงขาวเข้าปล้นเมือง เข่นฆ่าผู้คน เจ้านครเชียงรุ้งคือ เจ้าอินทกุมาร เจ้านางจันทกุมารี อพยพไปหาเจ้าปางคำซึ่งพาไพร่พลมาสร้างเมืองที่หนองบัวลุ่มภูอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นพากันไปขอพึ่งบารมีพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชของเวียงจันทน์ พระเจ้าล้านช้างเวียงจันทน์โปรดให้นำไพร่พลไปตั้งเมืองที่หนองบัวลุ่มภู (ปัจจุบันเป็น จ.หนองบัวลำภู) ตั้งชื่อเมือง “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน”

เจ้าปางคำเสกสมรสกับพระราชนัดดาของพระเจ้า สุริยวงศาธรรมิกราช มีโอรสคือ เจ้าพระตา (เจ้าพระวรปิตา) และเจ้าพระวอ (เจ้าพระวรราชภักดี) ต่อมา พ.ศ.2314 เกิดสงครามระหว่างเวียงจันทน์กับเมืองหนองบัวลุ่มภู พระเจ้าสิริบุญสาร พระเจ้าแผ่นดินล้านช้างเวียงจันทน์ เกิดความขัดแย้งกับเจ้าพระตา เจ้าพระวอ แม้ว่าทั้งสองจะเคยให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งเกิดการแย่งชิงราชบัลลังก์ใน ล้านช้างเวียงจันทน์ ด้วยการให้ที่พักพิงและหลบราชภัยในเมืองหนองบัวลุ่มภูนานกว่าสิบปี

ทั้งยังช่วยยกทัพไปชิงบัลลังก์ล้านช้างเวียงจันทน์มาจนเจ้าสิริบุญสารได้ นั่งเมืองเป็นพระเจ้าล้านช้างเวียงจันทน์ แต่เจ้าสิริบุญสารต้องการมีอำนาจเหนือดินแดนที่แวดล้อมล้านช้างเวียงจันทน์ (ล้านช้างหลวงพระบาง-เมืองหนองบัวลุ่มภู) และมีความระแวงเมืองหนองบัวลุ่มภูที่มีไพร่พลมาก กำลังทัพเก่งกาจสามารถ

อีกทั้งเจ้าพระตา เจ้าพระวอเป็นเชื้อเครือญาติกับพระเจ้าล้านช้างหลวงพระบาง (เจ้ากิ่งกิสราช) ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าไทลื้อเมืองเชียงรุ้งสิบสองปันนาเหมือนกัน และได้เคยช่วยเหลือกันมาจากเมื่อคราวที่เกิดการแย่งชิงราชบัลลังก์ในล้าน ช้างเวียงจันทน์ เจ้าพระตา เจ้าพระวอ ได้พาเจ้าอินทกุมาร เจ้ากิ่งกิสราช และเจ้าอินทโสม ไปหลบราชภัยที่เมืองล่า เมืองพง สิบสองปันนา

สงครามระหว่างเวียงจันทน์กับเมืองหนองบัว ลุ่มภูต่อสู้กินเวลา 3 ปี ไม่มีผลแพ้ชนะ พระเจ้าสิริบุญสารส่งทูตไปขอกองทัพพม่าที่นครเชียงใหม่ให้มาช่วยตีหนองบัวลุ่มภู โดยเวียงจันทน์ยอมเป็นเมืองขึ้นของพม่า กองทัพพม่าจึงช่วยเจ้าสิริบุญสารรบ ฝ่ายเจ้าพระตาคะเนคงเหลือกำลังที่จะต้านได้ จึงให้เจ้าคำโส เจ้าคำขุย เจ้าก่ำ เจ้าคำสิงห์ พาไพร่พลอพยพไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หาที่สร้างบ้านแปงเมืองใหม่ไว้รอท่า หากแพ้สงครามจะอพยพติดตามไปอยู่ด้วย

โดยแรกได้มาตั้งเมืองที่บ้านสิงห์โคก บ้านสิงห์ท่า (ปัจจุบันคือ จ.ยโสธร) และการสู้รบในครั้งสุดท้าย เจ้าพระตาถึงแก่ความตายในสนามรบ เจ้าพระวอพร้อมด้วยพี่น้องคือ นางอุสา นางสีดา นางแสนสีชาด นางแพงแสน เจ้าคำผง เจ้าทิตพรหม และนางเหมือนตา หลบหนีออกมารับเสบียงอาหารจากบ้านสิงห์โคก สิงห์ท่า แล้วผ่านลงไปตั้งเมืองที่ ดอนมดแดง ขอพึ่งพระเจ้าองค์หลวงไชยกุมารแห่งนครจำปาสัก ฝ่ายเจ้าสิริบุญสารทราบข่าวการตั้งเมืองใหม่ จึงให้อัคฮาดหำทองและพญาสุโพยกกองทัพมาตี เจ้าพระวอสู้ไม่ได้เสียชีวิตในสนามรบ

พรุ่งนี้ (25 ก.ย.) อ่านการก่อร่างสร้างเมืองอุบลราชธานีกันต่อ

nachart@yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” ตัดพ้อ กับคนไทยในสหรัฐฯ “ไม่กล้าไปไหนคนเดียว ผวาคนมาชกหน้า”
บทความถัดไปรีววมอนิเตอร์ใหม่‘เอซุส’ ROG SWIFT PG35V เลิศ