คุยสารพัดกับทูตอิตาลี อาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว

คุยสารพัดกับทูตอิตาลีอาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว

คุยสารพัดกับทูตอิตาลี อาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว

คุยสารพัดกับทูตอิตาลี อาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว – เนื้อหาช่วงหนึ่งที่เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย โลเรนโซ กาลันตี วัย 51 ปี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ข่าวสดอิงลิช ถึงเรื่องอาหารอิตาเลียนที่ขึ้นชื่อระดับโลก ว่า หากคนไทยจะกิน พาสต้าต้มยำกุ้ง พิซซ่าหน้าปูอัด หรือ พิซซ่าหน้าทุเรียน นั่นไม่ได้เสียหายอะไร แม้ไม่ใช่อาหารอิตาเลียนแท้ก็ตาม

คุยสารพัดกับทูตอิตาลีอาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว
โลเรนโซ กาลันตี

แต่ที่ซีเรียสคือผลิตภัณฑ์ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอิตาลี เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนเป็นของอิตาลีบนชั้นสินค้าพร้อมกับมีธงชาติอิตาลีปักอยู่ แต่ไม่ได้ผลิตในอิตาลีและรสชาติไม่เหมือนอาหารอิตาเลียนเลย

ท่านทูตแนะนำว่า ผู้บริโภคควรทำความรู้จักกับอาหารอิตาลี 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากอิตาลีแท้ๆ ผลิตภัณฑ์เลียนแบบอาหารอิตาเลียนแนวผสมผสานหรือฟิวชั่นฟู้ด และผลิตภัณฑ์เลียนแบบให้ดูเหมือนว่าเป็นสินค้าอิตาลี ซึ่งธุรกิจนี้ทำเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ อาศัยการแอบอ้างภาพลักษณ์และทรัพย์สินทางปัญญาให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ

คุยสารพัดกับทูตอิตาลีอาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว

กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ต่อกรกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และหลอกลวงผู้บริโภค คือ การที่องค์กร Asacert ร่วมกับหอการค้าในหลายประเทศมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการให้กับผลิตภัณฑ์อาหารรสชาติอิตาเลียนจากทั่วโลก สร้างรายได้กว่า 54,000 ล้านยูโรหรือประมาณ 1,825,200 ล้านบาท ต่อปี มากกว่ารายได้จากการส่งออกสินค้าอาหารของอิตาลีที่มีมูลค่า 23,000 ล้านยูโรหรือประมาณ 777,4000 ล้านบาท

ด้านหอการค้าไทย-อิตาลี ออกหนังสือไกด์บุ๊กแนะนำร้านอาหารอิตาเลียนแท้ๆ โดยใช้เกณฑ์จากสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติอิตาลี เช่น การใช้ส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์อิตาลี ซึ่งไกด์บุ๊กฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว มีร้านอาหารแนะนำ 44 ร้านจากประมาณ 1,000 ร้านทั่วประเทศไทย ส่วนฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดของปีนี้ จะเปิดตัววันที่ 19 พ.ย.

ท่านทูตบอกว่า แม้ว่าอะไรที่ไม่ใช่ของแท้จะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่ห้ามผู้คนปรับรสชาติให้เข้ากับวัฒนธรรมไม่ได้ เช่น พิซซ่าซึ่งแพร่หลายทั่วโลก

คุยสารพัดกับทูตอิตาลีอาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว
นิทรรศการ ลีโอนาโด ดา วินชี

อิตาลีไม่ได้มีดีแค่พิซซ่าเท่านั้น แต่ยังมีศิลปินชื่อก้องโลก อย่าง ลีโอนาร์โด ดา วินชี และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ไทยได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลีทั้งด้านอาหาร ศิลปะ จนถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ปกติเวลาที่คนนึกถึงอิตาลี ก็จะนึกถึงอาหาร แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ และการใช้ชีวิตที่สร้างสรรค์ พวกเรารักความสุข ชีวิตที่มีสุขภาพดี แต่ชาวอิตาลีรักวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเช่นกัน” ท่านทูตกล่าว

คุยสารพัดกับทูตอิตาลีอาหาร-ศิลปะ-ท่องเที่ยว

หรืออย่าง การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก หรือ โมโตจีพี ที่จังหวัดบุรีรัมย์เดือนตุลาคม ท่านทูตกาลันตีนั่งชมติดขอบสนามเพื่อจะได้เห็นการเช็กอัพรถดูคาติอย่างใกล้ชิดและเห็น แอนเดรีย โดวิซิโอโซ นักบิดค่ายดูคาติ ต่อคอมพิวเตอร์ระหว่างที่อะไหล่รถมอเตอร์ไซค์ได้รับการบำรุงรักษาอย่างฉับไวโดยแสดงผลหน้าจอคอมพิวเตอร์

มาถึงเรื่องค้าขายบ้าง สินค้าหลักที่อิตาลีส่งออกมาไทย คือ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม โดยมีโรงงานประกอบรถดูคาติ และโรงงานผลิตเหล็กดานิลีที่จังหวัดระยอง

มูลค่าการค้าระหว่างอิตาลีกับไทยประมาณ 3,000 ล้านยูโร หรือราว 101,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสิ่งทอ บรรจุภัณฑ์ และหมวดอาหาร เช่น ไวน์ ชีส และเนื้อแปรรูป อย่าง ไส้กรอก แฮม

ไทยส่งออกเครื่องจักรกล ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้าไปอิตาลี

นอกจากไทยและอิตาลีคล้ายคลึงกันทั้งด้านภูมิอากาศที่มีแสงแดดเจิดจ้า อาหารหลากหลายและสังคมที่มีครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เรื่องการเมืองก็คล้ายกันเพราะเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยมาก นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ไทยเกิดการปฏิวัติ 15 ครั้ง ส่วนอิตาลีมีรัฐบาล 66 ชุด

“อายุรัฐบาลไม่ค่อยยาว แต่อาชีพนักการเมืองยืนยาว” ท่านทูตกาลันตีบอกพร้อมกับขยิบตาและกล่าวต่อว่าแม้มีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล แต่มีความต่อเนื่องเพราะยังเห็นคนหน้าเดิมๆ ในรอบหลายสิบปีมานี้ นำมาสู่ข้อสรุปว่าแม้ไทยและอิตาลีมีพื้นเพต่างกัน แต่เราเข้าใจกันดี

นอกจากนี้ ไทยและอิตาลียังมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมผ่านศิลปินและสถาปนิกชาวอิตาลีที่เข้ามาในสยาม หลังจากรัชกาลที่ 5 และ 6 เสด็จประพาสอิตาลีและสานสัมพันธไมตรีกับศิลปินชาวอิตาลี นำมาสู่การออกแบบพระราชวังและการตกแต่งภายในสไตล์อิตาลี จนถึงประติมากรรมและอนุสาวรีย์ ต่างๆ รวมทั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช ออกแบบโดย คอร์ราโด เฟโรซี หรือ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี

ปัจจุบันนี้ไม่ได้มีเพียงประติมากรชาวอิตาลีที่มาเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวอิตาลี 265,000 คนที่มาเยือนไทยต่อปี จากสถิติเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีทั้งนักธุรกิจด้านอาหาร เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ผู้เกษียณอายุ นักลงทุนและอื่นๆ

ส่วนชาวอิตาลีในไทย มีประมาณ 6,000 คน หลายคนแต่งงานกับคนไทย แต่บางคนไปแต่งงานที่อิตาลี เป็นผู้ชายประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 600 คน และมีผู้ชายอิตาลีบางคนแต่งงานกับผู้หญิงไทยแล้วย้ายครอบครัวไปอิตาลี

ขณะที่คนไทยในอิตาลีมีจำนวนพอๆ กัน และหลายคนไปศึกษาที่นั่น

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยไปอิตาลีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไปมากกว่า 1 ครั้ง โดยปีที่แล้ว อิตาลีออกวีซ่าให้คนไทย 37,000 ครั้ง

ถ้ารวมอวีซ่าเชงเก้น คาดว่าคนไทยไปเยือนอิตาลีเกือบ 70,000 คนต่อปี

บทความก่อนหน้านี้11มหา’ลัยขับขานเสียงสุขแห่งสายน้ำ
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” โว การเงินไทยสุดแกร่ง ไม่ต้องกู้ ตอนนี้ เป็นประเทศเจ้าหนี้ วาดฝัน ขึ้นที่ 1