ม้ง (ตอนจบ)

ม้ง (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

ม้ง (ตอนจบ)

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

ม้ง (ตอนจบ) – ฉบับวานนี้ (13 ม.ค.) “ตานาว” เขียนมาว่า อยากทราบเรื่อง ชาติพันธุ์ม้ง เป็นมาอย่างไรก่อนมาอยู่ร่วมกันในประเทศ ไทย เมื่อวานตอบถึงประวัติศาสตร์แหล่งต้นกำเนิด จนถึงการอพยพที่เกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ช่วงหลัก เริ่มจากการอพยพสู่เขตอิทธิพลของสยามในช่วงแรก วันนี้อ่านกันต่อถึงการอพยพในช่วงที่สองและสาม โดยคำตอบนำมาจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) www.sac.or.th ว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

ม้ง (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

การอพยพในช่วงที่สอง เป็นการอพยพของม้งจากหลวงพระบางเข้ามาอยู่ในเขตหัวเมืองประเทศราชทางตอน เหนือของสยาม คือจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือปัจจุบัน การอพยพครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2430 ซึ่งเป็นช่วงที่ทางตอนเหนือของลาวทั้งหมดตกอยู่ในอำนาจของสยาม สถานการณ์ในหลวงพระบางมีการเก็บภาษีสูงมากขึ้นหลายเท่าตัว มีโจรปล้นสะดม การกดขี่แรงงาน และการเกณฑ์คนลาวมาเป็นกำลังพลของสยาม จนเกิดเหตุการณ์การต่อต้านของกลุ่มธงสีต่างๆ ที่ขาดผลประโยชน์ในการค้าข้าวและฝิ่น นำมาซึ่งสงครามและความขัดแย้งในแถบนั้น

ม้งในหลวงพระบางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ดังกล่าวด้วย พวกเขาส่วนหนึ่งเดินทางร่วมกับกลุ่มคนไทลาว ไทลื้อ ไทยวน ขมุ และเมี่ยน มาอยู่ในเขตอิทธิพลของเจ้าเมืองน่าน ซึ่งเจ้าเมืองน่านได้ให้ความอนุเคราะห์ทั้งที่ดิน เมล็ดพันธุ์พืช และการยกเว้นภาษีในช่วงการผลิตของปีแรก นอกจากการเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าว ม้งยังได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นพิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ รวมถึงตากและเชียงใหม่

ม้ง (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

ทั้งนี้ จากการสอบถามจากผู้อาวุโสที่สืบทอดความทรงจำรุ่นต่อรุ่น พบว่า เส้นทางที่ม้งเข้ามายังประเทศไทยมีอยู่ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก บริเวณชายแดนจังหวัดน่านและพะเยา มีภูแวและภูลังกาเป็นหลัก จากนั้นอพยพโยกย้ายไปยังขุนสถาน ดอยช้าง ดอยอ่างขาง ภูหินร่องกล้า เขาค้อ และดอยละแหง, เส้นทางที่สอง เข้ามาทางบริเวณภูชี้ฟ้า ดอยผาหม่น และที่ราบระหว่างเมืองเชียงของกับเชียงแสน

จากนั้นเดินทางต่อมายังดอยยาว ดอยช้าง ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก และดอยจักตอก ในพม่าปัจจุบัน และเข้ามายังดอยเชียงดาว ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ดอย ปางอุ๋ง ดอยหมากพริก เป็นต้น และเส้นทางสุดท้าย ข้ามแม่น้ำโขงบริเวณประเทศลาวและพม่าสู่บริเวณเหนือท่าขี้เหล็ก แล้วลงมากระจายตัวไปตั้งชุมชนต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย

ม้ง (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

การอพยพในช่วงที่สาม เป็นการอพยพของคนในลาวเข้าสู่ศูนย์อพยพในไทย อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางเมืองที่คนม้งในลาวได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายภายใต้อุดมการณ์ทางการเมือง ม้งส่วนหนึ่งสนับสนุนฝ่ายปะเทดลาว กับม้งอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตยที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ สนับสนุนหลัก กล่าวคือ ภายหลังปี พ.ศ. 2518 ที่ฝ่ายปะเทดลาวได้รับชัยชนะจากการต่อสู้แล้ว ทำให้คนม้งฝ่ายที่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยถูกปราบปรามจนไม่สามารถอยู่ใน ประเทศลาวได้ ต้องลี้ภัยเข้ามาอยู่ตามศูนย์อพยพในไทย ก่อนที่กลุ่มประเทศตะวันตกอุดมการณ์ประชาธิปไตยจะรับไปเป็นพลเมืองต่อไป

ประการสำคัญคือคนม้งกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทาง ไปต่างประเทศหมด มีบางส่วนปฏิเสธในการไปตั้งถิ่นฐานในกลุ่มประเทศ ดังกล่าว และยืนยันที่จะอยู่ในประเทศไทย พวกเขาถูกรัฐบาลไทยจัดให้ไปอยู่ร่วมกับคนม้งไทยตามชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะตามชุมชนที่เคยเป็นฐานที่มั่นของ พคท. มาก่อนที่เพิ่งได้รับการจัดตั้งระหว่างปี พ.ศ. 2525-2532 ภายหลังชาวม้งลาวกลุ่มนี้ได้รับสัญชาติไทยด้วย ฉะนั้นเวลาที่พูดถึงคนม้งไทย จึงมิได้ครอบคลุมถึงเฉพาะบุคคลที่อยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคนเท่านั้น แต่หมายถึงกลุ่มคนม้งลาวส่วนหนึ่งที่เข้ามาในระลอกหลัง และปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติไทย

ปัจจุบันมีหมู่บ้านม้งอยู่กระจายตามพื้นที่ รอบนอกเมืองของจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย กำแพงเพชร ตาก และกาญจนบุรี ทั้งประชากรม้งยังได้เคลื่อนเข้ามาตั้งถิ่นฐานร่วมกับชุมชนเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งบางส่วนเดินทางไปเป็นแรงงานในต่างประเทศและศึกษาต่อต่างประเทศ

aW1hZ2UvMjAxOS0xMi84MjQ0ZGI1OTk2YjQxN2UzOGVhMGJmMzgzNWMzMjllYS5qcGc=.tif
รู้ไปโม้ด.epsnachart@yahoo.com
บทความก่อนหน้านี้CES2020ตระการตา ส่องนวัตกรรมเปลี่ยนโลก
บทความถัดไปพาย้อนระลึก! 75ปีเอาซวิทซ์