ภายหลังการประชุมวิชาการ ทอพ. ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “Silver Society ขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทย” ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ (ทอพ.) รวม 18 หน่วยงาน ยังคงเดินหน้าสนับสนุนคุณภาพชีวิตสังคมผู้สูงวัยตามเจตนารมณ์ที่ได้ร่วมกันตั้งไว้ โดยในครั้งนี้ ทอพ. ได้นำตัวอย่างผลงานนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุมารวบรวมเอาไว้ในบทความชิ้นนี้ เพื่อตอบสนองการเข้าสู่สังคมสูงวัยที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2548

สถิติพบว่าสัดส่วนประชากรสูงวัยซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว กระทั่งมีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเด็ก ในปี 2562 ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั้งหมด 66.4 ล้านคน เป็นประชากรสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้น ไปจำนวน 10.67 ล้านคน หรือ 16.06% ประกอบด้วยผู้สูงอายุชาย 4.72 ล้านคน และผู้สูงอายุหญิง 5.95 ล้านคน

นวัตกรรมคืออะไร? เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ในฐานะประธานคณะสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ทอพ. อธิบายว่า นวัตกรรมในความเข้าใจของคนทั่วไปจะเน้นความใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่ม และการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากนวัตกรรมที่เป็นสิ่งประดิษฐ์แล้ว นวัตกรรมยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด กระบวนการ หรือการผลิต เช่นในเชิงสุขภาพ นวัตกรรมคือแนวคิด หรือกระบวนการทำงาน หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้เกิดเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ ในด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา และช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ หรือส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ประธานคณะสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ทอพ.

นวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัยที่น่าสนใจของ ทอพ. มีอะไรบ้าง?

แอปพลิเคชัน “ชราเฮโย” ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สมาชิก ทอพ.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย เนื่องด้วยผู้สูงอายุเจ็บป่วยด้วยหลายโรคทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ โดยกว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ 10 และกว่าร้อยละ 35 ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน

“ชราเฮโย” ช่วยประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยการประยุกต์ข้อมูลเป็นชุดคำถามที่เราตอบได้ง่ายๆ เพราะเป็นเรื่องพฤติกรรมสุขภาพในทุกๆ วันของเราเอง จนเมื่อกดปุ่ม ‘เสร็จสิ้น’ แนวโน้มปัญหาสุขภาพของเราที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมกับแนวทางการปฏิบัติที่เฉพาะเหมาะสมกับตัวเราเอง ก็จะปรากฏออกมา นอกจากพยากรณ์สุขภาพแล้ว ‘ชราเฮโย’ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หลังจากครั้งแรกเราจะสามารถเข้ามาใช้แอปฯ ได้อีกครั้งในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือหลังจากที่เราได้ไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพแล้ว เช่น รับประทาน อาหารตรงเวลา พักผ่อนอย่างเพียงพอ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อการประเมินสุขภาพรอบใหม่ เราจะได้ผลการประเมินและแนวทางการดูแลตัวเองที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงมากที่สุดนั่นเอง

 

ขณะที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งในสมาชิก ทอพ. ได้ร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อการดูแลผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุของรัฐ จำนวน 25 แห่ง (เมืองอัจฉริยะน่าอยู่สำหรับสังคมผู้สูงอายุ) เป็นจุดเริ่มต้นในการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลในการดูแลผู้สูงอายุไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสถานดูแลผู้สูงอายุของรัฐ และจะขยายต่อไปสถานดูแลผู้สูงอายุของเอกชน นอกจากนี้คณะนักวิจัย สวทช. ยังได้รับโจทย์จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพ เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องช่วยล้างไตแบบอัตโนมัติทางหน้าท้อง เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตสามารถล้างไตได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล เสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐานให้กับประชนชนคนไทยให้ดียิ่งขึ้นไป

อีกหนึ่งนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ต้องพูดถึง “โครงการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” ที่ชุมชนตำบลหนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ด้วยการนำอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device) ให้ผู้ป่วยติดเตียงสวมใส่ โดยการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (สมาชิก ทอพ.) สำหรับอุปกรณ์ดังกล่าวทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Moo Ban เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับเหตุฉุกเฉินได้ จะแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ของญาติหรือผู้ดูแลทันที รวมถึงส่งต่อศูนย์ผู้ป่วยฉุกเฉินของชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที ช่วยลดภาระในการดูแลและความกังวลของคนในครอบครัว โครงการดังกล่าวได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนภายใต้มาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community)

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างนวัตกรรมที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเท่านั้น ทอพ. ยังมีนโยบายและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายที่รองรับสังคมผู้สูงวัย โดย ทอพ. จะร่วมกันใช้จุดแข็งของการเป็นหน่วยงานเฉพาะที่มีความชำนาญพิเศษ มีความคล่องตัว พร้อมตอบสนองการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นหนึ่งในหลายๆ กลไกสำคัญขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยให้เติบโต เข้มแข็ง ก้าวสู่เศรษฐกิจสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน