เปิดชีวิตสู้ไม่ถอย น้องตุ้ม 2“น้องโรส บ้านเจริญสุข” โดนดูถูกบนเวที เป็นกะเทยมาชกทำไม

หากพูดถึงนักมวยที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘น้องโรส บ้านเจริญสุข’ หรือ นายสมรส ผลเจริญ นักมวยสาวประเภทสอง ชาวอ.พิมาย จ.นครราชสีมา เจ้าของฉายา ‘กุหลาบอาบยาพิษ’ ที่ตอนนี้กำลังกลายเป็นขวัญใจของแฟนมวยจำนวนมาก ด้วยลีลาการชกที่ดุดัน และสามารถใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยได้อย่างสวยงาม ทั้งยังมีลีลาการไหว้ครูที่อ่อนช้อย สวยงาม

โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดที่ออกอาวุธมวยไทยได้อย่างครบเครื่องดุดัน โดยเฉพาะช็อตฟันศอก และเตะก้านคอจนสามารถเอาชนะ เสือใหญ่ ช.ห้าพยัคฆ์ มวยหมัดหนักมาได้อย่างสวยงาม คว้าเงินเดิมพันลงมาถึง 9.5 แสนบาท
สำหรับ น้องโรส ถือเป็นอีกหนึ่งนักชกข้ามเพศ ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางเพศสภาพ ขึ้นมาเป็นมวยแถวหน้าของเมืองไทย ต่อจากน้องตุ้ม ปริญญา เจริญผล  จนได้รับการขนานนามว่าเป็นน้องตุ้ม 2 แต่กว่าที่น้องโรสจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ เบื้องหลังชีวิตของเขาเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งโดนดูถูกเหยียดหยามจากคู่ชกที่เป็นชายอกสามศอก ว่าสาวประเภทสองอย่างเขาคงไม่มีทางสู้ผู้ชายแท้ๆได้  บรรทัดต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องราวเส้นทางชีวิตนักมวยสาวประเภทสองที่ไม่เคยยอมแพ้

จุดเริ่มต้นนักมวยสวยอันตราย กับความฝันอยากเป็นผู้หญิง

กว่าจะมาก้าวขึ้นมาเป็นนักมวยแถวหน้าของวงการได้เหมือนทุกวันนี้ น้องโรส ต้องผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เริ่มจาก ตอนเด็กๆ เคยใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบาก ที่บ้านมีพี่น้อง 4 คน แต่คนที่หาเงินเลี้ยงดูคนในครอบครัวมีเพียงคนเดียวคือ คุณพ่อ จึงต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือจนจบ ในตอนนั้น หนูมีคุณน้าอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักมวยเก่า หนูเลยอยากลองขึ้นชกมวยบ้าง เพื่อจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว และน้าก็ให้โอกาส โดยเริ่มชกครั้งแรกตั้งแต่อายุ 8 ขวบ


แต่รู้ทั้งรู้ว่าฝึกหนัก ต้องอดทนสู้ฝ่าฟันมาตลอด ถึงแม้หนูจะมีจิตใจที่เป็นผู้หญิง แต่ด้วยร่างกายที่เป็นผู้ชาย ทำให้หนูต้องฝึกหนักเหมือนผู้ชายทั่วไป โดยตื่นมาวิ่งและฝึกซ้อมในช่วงเช้าตั้งแต่ตีห้า ไปจนถึงแปดโมงเช้า มีเวลาพักผ่อนและใช้ชีวิตตามปกติเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องกลับมาวิ่งและฝึกหนักต่อตั้งแต่บ่ายสาม ไปจนถึงสองทุ่ม


ในจุดนี้ถามว่าเคยท้อไหม ตอบได้เลยค่ะว่าเคยท้อ ตอนนั้นซ้อมหนักมาก ทางค่ายเขาก็กดดัน จนหนูไม่ไหว เวลาขึ้นไปต่อยเจ็บตัวมาก ทางค่ายบอกให้ฝืนไว้ เราก็เลยท้อยิ่งไปอีก เลยตัดสินใจกลับมาบ้าน แล้วก็เลิกชกมวย จนเวลาผ่านมาได้ 1 ปี ลองกลับมาชกอีกครั้ง แต่ยังสามารถต่อยได้ดีเหมือนเดิม หัวหน้าค่ายเลยให้กลับมาชกอีกครั้ง จนมาถึงปัจจุบันที่สามารถขึ้นชกในเวทีมาตรฐานอย่างราชดำเนินได้ ทำให้หนูภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
ส่วนเส้นทางการเป็นนักมวยนั้น คิดว่าจะชกอีกประมาณ 4 ปีแล้วถึงจะเลิก ก่อนจะไปแปลงเพศเป็นผู้หญิง ส่วนความฝันอยากเป็นครูพละศึกษา ก่อนหน้านี้เคยสอบติดครูพละ แต่ไม่มีโอกาสได้เรียน

ที่อยากเป็นเพราะชอบกีฬาทุกชนิด อยากสอนให้เด็กเล่นกีฬา และรู้จักวิธีเล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจ เพราะนักกีฬาที่ดีต้องมีวินัยในตนเอง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง หมั่นฝึกฝน มันเป็นนิยามที่อยู่ในใจของน้องโรสมาโดยตลอด
จากไอดอลผู้เป็นแรงบันดาลใจ สู่คำขนานนาม‘น้องตุ้ม 2’

สิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้น้องโรสสู้มาถึงทุกวันนี้ นอกจากครอบครัวแล้ว ก็คือ พี่ตุ้ม นักมวยสาวประเภทสองรุ่นพี่ ซึ่งเป็นไอดอลของน้องโรส ที่ชอบพี่ตุ้มเพราะชกมวยเก่ง ฝีไม้ลายมือเยี่ยม มีความแข็งแกร่ง รวมถึงใบหน้าที่มีความสวย แต่แอบแฝงไปด้วยความอันตรายเวลาขึ้นชก


ส่วนตัวภูมิใจและดีใจมาก ที่กระแสตอบรับในโซเชียลมีเดีย บอกว่าหนูคือ ตุ้ม 2 เพราะพี่เขาเป็นไอดอลของหนู และนอกเหนือจากพี่ตุ้มแล้ว ยังมี แสงมณี อุ้มกะต๋องเชียงใหม่ อีกหนึ่งยอดมวยในยุคนี้ ที่หนูแอบชื่นชอบในความแข็งแกร่งของเขา และยังหล่ออีกด้วย

ดอกไม้ผู้ไม่เคยยอมแพ้

ด้วยความที่หนูรักสวยรักงามต้องแต่งหน้าตลอดเวลาแล้วต้องขึ้นไปสู้กับคนหน้าโหด ถามว่ากดดันไหมกดดันค่ะช่วงแรกๆ แต่พอขึ้นเวทีไปแล้วก็หาย ใช้ความพยายามทั้งหมดที่ฝึกฝนมา ทำให้เต็มที่ในทุกยก เพราะทุกครั้งที่หนูขึ้นชก จะใส่เต็มที่เสมอ ไม่มียั้ง โดยกำลังใจสำคัญของหนูคือคุณพ่อกับคุณแม่ ถึงท่านจะไม่ได้มาดูแต่ก็โทรคุยกันตลอด ทำให้มีแรงสู้ และชกชนะมาได้อยู่เรื่อยๆ ส่วนค่าตัวนั้นไฟต์ล่าสุดที่ชกได้มา 50,000 บาท


ส่วนเรื่องที่หนูเป็นสาวประเภทสองเคยโดนคนในค่ายหรือคู่ต่อสู้ล้อเลียนบ้างไหม ถ้าเป็นคนในค่ายนี่ไม่เคยค่ะ แต่เวลาขึ้นสังเวียนเคยโดนล้อว่า “เป็นกะเทยแล้วมาชกทำไม สู้ไม่ได้หรอก” หนูเห็นแล้วทำไรไม่ได้ ได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ

แต่พอถึงเวลาชกหนูก็สู้เต็มที่ เพราะต้องทำให้เขารู้ว่าเรามีดีอย่างไร ในฐานะสาวประเภทสองคนหนึ่งอยากจะบอกทุกคนที่เป็นสาวประเภทสอง รวมถึงเพศอื่นด้วย เราต้องลบคำสบประมาทให้ได้ ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ เพราะวันนึงเขาจะยอมรับในตัวเราเอง เราต้องสู้

ถึงแม้ชีวิตที่ผ่านมาจะยากลำบาก และต้องฝึกฝนอย่างหนักกว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ได้ อาจมีท้อบ้าง แต่เธอก็ไม่ยอมที่จะหยุดสู้ และฝ่าฝันชีวิตจนประสบความสำเร็จ นับเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นกระบอกเสียงเพื่อปลุกกำลังใจให้คนที่ท้อ หรือโดนดูถูก ไม่ว่าเพศไหนก็ตาม หันมาสู้ชีวิตอีกครั้งเหมือนกับเธอ

(ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก สมรส ผลเจริญ)

เอกลักษณ์ ศรีทอง / รายงาน 

บทความก่อนหน้านี้อาชีพหลากหลายภายใต้คณะศิลปกรรม ม.กรุงเทพพร้อมผลิตศิลปินตอบโจทย์โลกยุคใหม่
บทความถัดไปเกือบลาวงการ!! ป่วยมะเร็ง จำเนื้อไม่ได้-คนไม่จ้าง ‘เพชร’ดูแล‘ตั๊กแตน’จนหายแล้ว-ตั้งใจมีลูก