จากบท ‘ครูแก้ว’ ในภาพยนตร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนอีสานอย่างตรงไปตรงมา ผสมผสานระหว่างความโรแมนติก ดราม่าและคอมเมดี้ ทำให้นางเอกสาวหน้าใหม่อย่าง ‘นะโม ธันวาพร นาสมบัติ’ นักศึกษาสาวคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จากกาฬสินธุ์ โด่งดัง และเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากความสดใสน่ารักที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

และหลังจากภายยนตร์ ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ออกมาเป็นดีวีดี ทำให้ครูแก้ว มีผู้ติดตามในเฟสบุ๊กเพิ่มมากขึ้นเป็น 3 แสนกว่าคนแล้ว
ข่าวสดออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์เปิดใจนางเอกสาวลูกอีสาน ถึงแง่มุมชีวิตที่น่าสนใจ และน่าค้นหาของเธอ

อยากถามถึงจุดเริ่มต้นที่ได้มารับบท ‘ครูแก้ว’ ในไทบ้าน เดอะซีรีส์
จริงๆโดยปกติ เป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรม แต่ตอนนั้นช่วงที่เรียนอยู่ปี 2 มีกิจกรรมรับน้องปีหนึ่ง บังเอิญได้ไปเข้าร่วมกิจกรรม พอผ่านกิจกรรมรับน้องไปไม่นานมีน้องปี 1 ทักเฟสบุ๊คมาถามว่า พี่นะโมลองไปแคสบทครูแก้ว ในไทบ้าน เดอะซีรีส์ไหม แต่ตอนนั้นตอบน้องไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ไปหรอก เพราะตอนนั้นไม่รู้จัก ไทบ้าน เดอะซีรีส์เลย

ไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่กล้าไป กลัวว่าจะโดนหลอก แต่ว่าน้องทักมาว่าอยากให้ไป และมารับถึงหอ เลยลองไปแคสดู พอถึงวันประกาศผลก็ได้เล่นบทครูแก้วจริงๆ การเตรียมตัวเราก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก เพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปแคสตั้งแต่แรก แค่ไปให้น้องเฉยๆ พอไปถึงพี่เขาก็บอกว่าลองเล่นแบบนี้ดูก็เล่นตามนั้น

ทำไมถึงตัดสินใจเล่นหนังเรื่องนี้
ด้วยความที่เรียนนิเทศศาสตร์ แล้วมีพื้นฐานอยู่เลยลองไปดู คิดว่าหาอะไรทำด้วย เลยลองทำด้านนี้ดูบ้าง เผื่อจะชอบ และทำได้ ซึ่งบทที่แสดงไม่ได้ยากเท่าไหร่ เพราะว่าบทที่ได้รับนั้นค่อนข้างมีความเป็นตัวตนของเราอยู่ในนั้น ซึ่งในชีวิตจริงๆ เราเป็นคนที่ลังเล ไม่ชอบตัดสินใจอะไร เอาแต่ใจ ไม่ชัดเจน ไม่กินผักด้วย ซึ่งผู้กำกับจะคอยดูนิสัยเรา ว่าเราเป็นคนยังไง บทที่เขียนออกมาก็ค่อนข้างตรงตามนิสัยของนะโม และผสมกับนิสัยของตัวละครที่มี จึงทำให้เล่นไม่ยากเท่าไหร่


ส่วนการเล่นนั้น อันดับแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่าบทครูแก้วเป็นแบบไหน และคือต้องคิดเสมอว่าเราเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ สวมบทเป็นครูแก้วเลยไม่ใช่นะโม ซึ่งเวลาพูด สีหน้า แววตา จะเป็นอีกบทหนึ่งอีกแบบหนึ่งเลย การทำความเข้าใจในบทครูแก้วก้ต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ไม่เข้าใจตัวบท ตอนแรกเล่นไม่ได้เลย ถ่ายยังไงก็ถ่ายไม่ผ่าน ถึงขั้นมีดราม่าเกิดขึ้น จนผู้กำกับบอกว่า ให้ตั้งใจ ทำความเข้าใจบทใหม่ และมีพี่มาช่วยสอน จึงผ่านจุดนั้นมาได้

อะไรที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ยาก และเป็นอุปสรรคของนักแสดงหน้าใหม่

ตอนที่ถ่ายเรื่องนี้ จะมีเรื่องของการเรียน เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัย เปิดเรียน จึงทำให้ขาดเรียนบ้าง ส่งงานช้าบ้าง บางครั้งก็ขาดสอบ แต่ว่าก็มาตามงานกับเพื่อน ส่งงานย้อนหลัง ซึ่งคะแนนก็อาจจะโดนหัก อาจจะได้น้อยกว่าเพื่อน มีเกรดตกบ้าง

คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สื่ออะไรของความเป็นอีสานออกมาบ้าง
อย่างแรกเลย คือการใช้ชีวิตของเด็กวัยรุ่นว่าเขาใช้ชีวิตยังไง แต่ว่าจะไม่เหมือนหนังอีสานอื่นทั่วไป คือไม่มีการใส่ผ้าถุง นำเสนอคล้ายๆการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เอาไทบ้านยุคปัจจุบันมาถ่ายทอด ซึ่งจะมองอีกแง่หนึ่งก็ได้ว่าอีสานไม่ได้ล้าหลัง หรือด้อยพัฒนา แต่ไทบ้านมีความทันสมัย มีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารในชีวิตประจำวัน มีการใช้ไลน์ประจำหมู่บ้าน เป็นการสะท้อนความเป็นอีสานในยุคปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมาก็ว่าได้

ในหนัง ครูแก้ว เลือกจาลอด มาเป็นแฟน แล้วในชีวิตจริงถ้าให้เลือก จะเลือกจาลอดมาเป็นแฟนจริงๆไหม
เลือกนะ เพราะในหนังคนที่เป็นแฟนที่เป็นตำรวจอยู่กับเราแล้วอึดอัด ในชีวิตจริงก็ไม่ชอบอยู่กับใครแล้วทำให้อึดอัด และอยู่แล้วคงไม่มีความสุข แต่เมื่อได้อยู่กับพระเอก เขาทำให้เรายิ้มได้ ได้เป็นตัวเราเอง ไม่ต้องเกรง ไม่ต้องเฟคอะไรมากมาย เป็นคนบ้านๆเหมือนเรา ที่คุยง่ายๆสนุกเฮฮา ไม่เหมือนคนที่เป็นแฟน

ในหนังที่จะน่าเบื่อ ไม่น่าอยู่ด้วย และแม้จาลอดในหนังจะต่างกับเรามากก็ไม่เป็นไร ซึ่งในชีวิตจริงก็คิดเหมือนกัน ขอแค่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขก็พอ คิดว่าหลายคนก็เป็นเหมือนๆกัน ที่อยู่กับใครแล้วมีความสุข เราก็อยากอยู่กับคนนั้น ถึงแม้ฐานะ และหน้าตาจะต่างกันบ้างก็ตาม แต่ถ้าให้ถามในฐานะคนดู อยากให้จาลอดเลือกหมอปลาวาฬมากกว่า เพราะ เป็นคนน่ารัก ไม่หลายใจ และรักจาลอดจริงๆ

หลังหนัง ออกวางจำหน่ายเป็นดีวีดี มีคนมาสนใจขึ้นเยอะเลย
ใช่ค่ะ มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นเยอะมากจนตกใจ และทุกคนก็จะบอกว่าอยากเป็นแฟนครูแก้ว มีเอฟซีเยอะ ทักมาหาทุกวัน ส่วนในชีวิตจริงตอนนี้ยังไม่มีคนรู้ใจ ไม่มีแฟน เลิกกับเขาไปจะปีหนึ่งแล้ว อยู่แบบนี้ก็โอเคมากๆแล้ว ทำงานดีกว่า ส่วนสเปก ชอบคนที่ไม่โกหก ไม่เอาเปรียบเรา ขยันหาตังค์ หน้าตาไม่เป็นไร ไม่ใช่ส่วนสำคัญ แค่นั้นแหละ

การใช้โซเชียล มีเดีย ติดต่อสื่อสารกับแฟนคลับ ช่วยได้เยอะไหม
อย่างทุกวันนี้ใช้เฟสบุ๊ก กับไอจี ในการติดต่อสื่อสารกับแฟนคลับ ใช้เพื่อคุยกับแฟนคลับ แต่ก็มีเส้นแบ่งเรื่องเวลา ทำให้ไม่สามารถคุยกับทุกคนหมดได้ อย่างเฟสบุ๊ก จะอินบ๊อกซ์มาก็ไม่เห็นเรา ส่วนที่โพสต์ในเฟสบุ๊ก ก็จะเป็นรูป หรือข้อความขำๆตามเพลง ส่วนในไอจี จะเป็นความรู้สึกจริงๆ เพราะไอจีคนติดตามไม่เยอะกว่าเฟสบุ๊ก ก็ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่แคบกว่า

การติดตาม เฟสบุ๊ก กับ ไอจี ของแฟนคลับของเรา สะท้อนความเป็นคนบ้านๆที่มาชอบเราด้วยใช่ไหม ถ้าวัดจากยอดการติดตาม เพราะดาราส่วนมากจะใช้ ไอจี ในการติดต่อสื่อสารกับแฟนคลับมากกว่าใช้เฟสบุ๊ก
คิดว่าใช่ค่ะ ด้วยความที่เราเป็นแบบบ้านๆ การติดต่อสื่อสารผ่านทางเฟสบุ๊ก ก็จะง่ายและเข้าถึงคนในวงกว้างมากกว่า ส่วนการตอบข้อความแฟนคลับนั้นถ้าว่างก็จะตอบทันที แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่ได้ตอบทุกคน แฟนคลับบางคนก็เข้าใจ แต่บางคนเขาก็ไม่เข้าใจเราในเรื่องนี้ ดีใจที่ทุกคนมาคอมเมนต์ มาแชร์ มากดไลก์รูปของเรา ส่วนที่บอกให้แอดเพื่อนกลับด้วยนั้นมีเยอะมาก แต่ไม่สามารถแอดกลับได้ทั้งหมด เขาบอกว่าที่อยากให้เป็นเพื่อนเพราะจะเอาไปอวดเพื่อน

ความฝันถึงอาชีพที่อยากเป็นในอนาคต
อยากเป็นช่างภาพ เพราะส่วนตัวชื่นชอบการเดินทางและการท่องเที่ยว ได้เห็นวิวสวยๆ หรือว่าสถานที่สวยๆ ก็อยากถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งตอนนี้ก็มีภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยตัวเองเก็บไว้ ส่วนมากจะเป็นภาพวิวต่างๆ

วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง จะแสดงหนังต่อไหม
ตอนนี้จะมีไทบ้าน เดอะซีรีส์ ออนแอร์ ส่วนตอนนี้เรื่องเรียนก็เรียนปี 4 ใกล้จะจบแล้ว ถ้าทำด้านนักแสดงไปได้ดี ก็จะเอาดีทางนี้ ถ้าไปไม่ได้ก็จะหาทำงานที่ตัวเองเรียนมา เกี่ยวกับสื่อและข่าวที่เรียนมา

สุดท้ายแล้วความสุขในชีวิตคืออะไร
ตอนนี้มีความสุขกับการเดินทางมาก การได้เที่ยวได้พักผ่อน เพราะเรียนมันเครียด จะจบแล้วยังไม่รู้จะทำงานยังไง ตอนนี้ว่างก็เลยอยากหาที่พักผ่อน ไปเที่ยวกับเพื่อน และพยายามทำความเข้าใจกับปัญหาทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต และมองมันให้เป็นเรื่องเล็กๆ คือไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะยิ่งคิดจะทำให้เรากดดันตัวเอง จะทำให้ยิ่งเครียด เลยเลือกอยู่กับเพื่อนทำเรื่องอื่น และไปเที่ยว ถ่ายภาพ บางส่วนก็เอามาลงในเพจ ‘นะโมจะเที่ยว’ ให้ทุกคนได้ติดตาม


ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ,Tunwaporn Nmo Nasombat

 

เบญจมาพร ขาวสนิท / รายงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน