คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น [email protected]
ฉบับวานนี้ (31 ก.ค.) “ปิ่นทอง” ถามมาเรื่องพระเมรุมาศกับการประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์ โดยคำตอบน้าชาตินำมาจากบทความ “สัตว์หิมพานต์ในป่าหิมพานต์รอบเขาพระสุเมรุ” คอลัมน์สุวรรณภูมิในอาเซียน เผยแพร่ในมติชนรายวัน ตอบถึงป่าหิมพานต์และสัตว์หิมพานต์แล้ว วันนี้อ่านต่อถึงรูปสัตว์หิมพานต์ในการประดับพระเมรุมาศ

การก่อสร้างพระเมรุมาศถือเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยเครื่องยอดชั้นสูงที่มีความซับซ้อนในมิติรูปลักษณ์ทางการออกแบบและคติความเชื่ออันปรากฏอยู่ในสาระของพระราชพิธีอันสืบเนื่องมาแต่โบราณ สะท้อนผ่านรูปแบบแผนผังพระเมรุมาศทรงปราสาทยอดปรางค์ รายล้อมด้วยเมรุทิศ เมรุแทรก สามส้าง คด ราชวัติ ฉัตรธง ล้อมรอบกันเป็นชั้นๆ เพื่อสื่อแทนความหมายเชิงสัญลักษณ์ของคติจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์
รูปสัตว์หิมพานต์ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพแต่โบราณก็คงสมมติดังสัตว์ป่าที่อยู่อาศัยตามบริเวณเขาเหล่านั้นเป็นลำดับชั้นไป จึงทำรูปสัตว์ต่างๆ เข้าริ้วกระบวนสำหรับอัญเชิญผ้าไตรหรือเครื่องสังเค็ดถวายพระไว้บนหลังสัตว์นั้นด้วย เมื่อเคลื่อนเข้าสู่มณฑล พระเมรุแล้วจึงตั้งรูปสัตว์หิมพานต์ทั้งหลายเรียงรายล้อมรอบพระเมรุมาศ เปรียบสมมติเป็นสัตว์ป่าที่อาศัยล้อมรอบเชิงเขาพระสุเมรุนั่นเอง

มีภาพวาดบันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเพทราชา ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.2247 ปัจจุบันภาพชุดนี้อยู่ในความครอบครองของสถาบัน Dresden State Art Collections ประเทศเยอรมนี ได้รับการศึกษาค้นคว้าเปิดเผยโดย Barend J. Terwiel นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และตีพิมพ์บทความเผยแพร่ในวารสารสยามสมาคม ฉบับที่ 104 ปีพุทธศักราช 2559 (The Journal of the Siam Society. Volume 104, 2016)
ภาพเขียนลายเส้นแผ่นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะแสดงรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนอัญเชิญพระบรมศพไปสู่พระเมรุมาศ ซึ่งปรากฏภาพสัตว์หิมพานต์อยู่ในริ้วกระบวนส่วนหน้า ตามด้วยราชรถพระ ราชรถโปรย และพระมหาพิชัยราชรถอย่างเป็นระเบียบงดงาม
สัตว์หิมพานต์ในกระบวนแห่ผูกเป็นหุ่นขนาดใหญ่ยืนอยู่บนแท่น มีล้อเลื่อนสำหรับจูงลากไปยังพระเมรุมาศ บนหลังสัตว์ทุกตัวมีบุษบกสำหรับวางผ้าไตรอัญเชิญไปใช้ในพระราชพิธี สัตว์หิมพานต์ในริ้วกระบวนมีจำนวน 9 คู่ ตามลำดับ คือ อินทรี แรด เสือ สิงห์ กิเลน สิงโต ราชสีห์ คชสีห์ และกินรี

ยังมีข้อมูลความรู้จากวิกิพีเดียว่า ป่าหิมพานต์ หรือหิมวันต์ เป็นป่าในวรรณคดีและความเชื่อในเรื่องไตรภูมิตามคติศาสนาพุทธและฮินดู มีความเชื่อว่า ป่าหิมพานต์ตั้งอยู่บนเชิงเขาพระสุเมรุ มีเนื้อที่ 3,000 โยชน์ (1 โยชน์ เท่ากับ 10 ไมล์ หรือ 16 กิโลเมตร) วัดโดยรอบได้ 9,000 โยชน์ ประดับด้วยยอด 84,000 ยอด มีสระใหญ่ 7 สระคือ สระอโนดาต สระกัณณมุณฑะ สระรถการะ สระฉัททันตะ สระกุณาละ สระมัณฑากิณี และสระ สีหัปปาตะ บรรดาสระใหญ่ทั้ง 7 นั้น สระอโนดาตแวดล้อมไปด้วยภูเขาทั้ง 5 ที่จัดเป็นยอดเขาหิมพานต์ ยอดเขาทุกยอดมีส่วนสูงและสัณฐาน 200 โยชน์ กว้างและยาวได้ 50 โยชน์
ในป่าหิมพานต์เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิดซึ่งล้วนแปลกประหลาดต่างจากสัตว์ที่มนุษย์รู้จัก เป็นสัตว์หลายอย่างผสมกันแล้วตั้งชื่อขึ้นใหม่ สัตว์เหล่านี้เกิดจากจินตนาการของจิตรกรไทยโบราณที่ได้สรรค์สร้างภาพจากเอกสารเก่าต่างๆ บรรดาสัตว์ทั้งหมดที่อ้างถึงนี้เป็นที่รู้จักในนามสัตว์หิมพานต์ จำแนกออกเป็น 3 ประเภท คือ สัตว์ทวิบาท (มีสองขา) สัตว์จตุบาท (มีสี่ขา) และจำพวกปลา
เช่น อสุรวายุภักษ์ นกการเวก ครุฑ กินรี คชปักษา มยุระคนธรรพ์ นกสัมพาที นกสดายุ บัณฑุราชสีห์ กาฬสีหะ ไกรสรราชสีห์ เหมราช โลโต สีหรามังกร นรสิงห์ ดุรงค์ไกรสร งายไส สินธพกุญชร มัจฉนาคา ศฤงคมัศยา เอราวัณ คนธรรพ์ มักกะลีผล กุมภีนิมิต เหรา เป็นอาทิ