ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ให้กำลังใจผู้คนที่กำลังท้อแท้ และคิดว่าชีวิตมืดมนไร้ทางออก สำหรับชีวิตของแซม ณัฐพล เสมสุวรรณ ชายหนุ่มวัย 30 ปี ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคแพ้ยาอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นโรคที่ใน 1 ล้านคนจะเจอได้แค่ 7 คนเท่านั้น

จากคนหนุ่มฉกรรจ์ที่เปี่ยมด้วยพลัง โรคร้ายได้เปลี่ยนแปลงร่างกายที่สมบูรณ์จนผ่ายผอมไม่เหลือเค้าโครงเดิม

ความทุกข์และความเจ็บปวดที่เข้ามาท้าทายชีวิต ทำให้เขาคิดยอมแพ้ และอยากจบชีวิตของตัวเอง
จนเมื่อเริ่มยอมรับกับความเจ็บปวดได้ และพยายามปรับใจให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิต
ทำให้วันนี้แซม นอกจากจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นแล้ว เขายังแบ่งปันเรื่องราวส่วนหนึ่งผ่านเพจ ‘Sam’s Story’ ถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา และชีวิตในวันนี้ของเขา

แซม เล่าว่า ชีวิตช่วงวัยรุ่นของเขาก็เหมือนทั่วๆไป ที่บ้าพลัง มุทะลุ ดื่มกินสังสรรค์ทุกวัน และยังเคยเป็นนักมวยขึ้นชก เวทีมาตรฐานอย่างราชดำเนินมาแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะต้องป่วยหนัก จนเมื่ออายุประมาณ 20-21 ปี เริ่มป่วยเป็นไข้หลายวัน จนตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว จากนั้นใช้เวลารักษาในการทำคีโม เริ่มมีอาการผิดปกติในร่างกาย ตอนนั้นเหมือนล้มจากอิสระทั้งหมด ไม่รู้จะทำยังไง ทุกอย่างเป๋ไปหมด ครอบครัวก็นึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น รักษามาเรื่อยๆประมาณ 1 ปี 2 เดือน อาการก็ค่อยๆดีขึ้น แต่หลังจากหายจากมะเร็งแล้วกลับต้องป่วยเป็นโรคแพ้ยาอย่างรุนแรงขึ้นมาอีก และต้องใช้เวลากินยา และรักษาตัวเองมาเรื่อยๆ

คนหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ เล่าต่อว่า แม้จะหายมาแล้ว แต่ร่างกายก็ไม่เคยเหมือนเดิม และมีโรคแทรกซ้อนมาตลอด ผมเคยคิดบ่อยมากว่าจะไม่สู้แล้ว เพราะคิดว่าถ้าหายแล้วไม่รู้จะอยู่ยังไง คิดว่าตายดีกว่า ผมบอกแม่บ่อยมากว่าจะไม่อยู่แล้ว แต่แม่ก็บอกว่าอยู่เพื่อแม่เถอะ ผมนึกได้เลยว่าตอนที่เราดีสายตาเราเห็นไปที่อื่น แต่ตอนเราล้ม สายตาเรามองไปข้างๆ ถึงจะเห็นแม่ ทั้งที่แม่อยู่ข้างๆตลอด จนกัดฟันยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจึงค่อยๆปรับตัวเอง และเรียนรู้ชีวิตใหม่ว่าตอนนี้เราไม่ใช่คนเดิม แล้วก็ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปล่อยวาง และไม่ยึดติดกับทุกสิ่ง

“ในชีวิตมันมีสิ่งที่เข้ามาท้าทายเราอยู่ต่อเนื่อง มันทำให้เราต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอด เราจึงต้องเข้าใจ ปล่อยวาง และไม่ยึดติดกับทุกสิ่ง ส่วนที่ดีในช่วงที่ป่วย คือได้เห็นครอบครัวอยู่ใกล้เราตลอด เพียงแต่เราไม่เคยมองเฉยๆ ความสุขมันมีแค่นี้ ถึงเวลาเพื่อนที่เราปาร์ตี้ด้วย เขามีชีวิตของเขาหมด แต่ครอบครัวเรา เขามีชีวิตเพื่อเราเหมือนกัน เมื่อใจสู้เราก็มองว่ามันดี แม้ร่างกายแย่ เราก็ไม่มองว่าแย่ เรามองว่ามันดี ถ้าอะไรที่เกิดขึ้นแล้ว เราต้องยอมรับมัน และทำให้มันดีที่สุด ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ตาม มันต้องมีมุมดีที่สอนอะไรเรา” แซม เผยถึงแรงใจ

หลังจากต่อสู้กับความเจ็บป่วยของโรคร้ายอยู่หลายปี มาวันหนึ่ง ‘‘แซม’’ ยังกล้าลุกขึ้นมาท้าทายร่างกายตัวเอง ด้วยการออกวิ่ง เพราะหวังเพียงเพื่อต้องการให้ร่างกายแข็งแรง

แซม บอกว่า เริ่มวิ่งครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ.60 เพราะอยากมีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งผลก็ดีขึ้นจริง ร่างกายสดชื่นขึ้น ความเครียดก็ลดลง ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ทั้งยังได้ออกไปใช้ชีวิต ที่ผ่านมาพยายามฝึกให้ได้วันละ 5 กิโลเมตร และขณะนี้สามารถในระยะ 10 กิโลเมตรได้แล้ว แม้ช่วงแรกจะยากเย็น แต่ก็อยากจะสู้ดู โดยส่วนตัวมีเป้าหมายอยากวิ่งมาราธอนให้ได้ แต่คงต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร

“ที่ผมวิ่ง ไม่ใช่เพื่อการท้าทายตัวเอง ไม่ใช่เพื่อการสะสมสถิติระยะทาง ทุกก้าวที่ผ่านพ้นคืออีกก้าวหนึ่งที่หนีห่างจากอดีตอันแสนโหดร้ายของผม มะเร็งทำร้ายร่างกายแต่ไม่อาจทำลายชีวิตของเรา
ทุกก้าวของผมคือการเปลี่ยนแปลง จากคราบน้ำตาไปสู่รอยยิ้ม จากความอ่อนแอไปสู่ความแข็งแรง จากความทุกข์ไปสู่ความสุข ผมได้วิ่งในส่วนสาธารณะไม่ได้นอนอยู่บนเตียง ได้สูดอากาศบริสุทธิ์แทนกลิ่นยาในโรงพยาบาล ผม มีชีวิตอีกครั้งจากการวิ่ง เพราะการที่คุณมีเพียงแค่ลมหายใจ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีชีวิต”

“ที่ทำเพจ และเขียนเรื่องชีวิตเผยแพร่เพราะต้องการให้กำลังใจคนป่วย ที่คิดว่าไม่สามารถออกกำลังกายได้ ทั้งที่จริงๆเราสามารถทำได้ รวมทั้งยังอยากสื่อสารให้ทุกคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายให้กันมาออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายไม่ใช่ให้แค่ร่างกาย แต่เป็นเรื่องของจิตใจด้วย ได้พบเจอสังคมใหม่ ได้เปิดโลกของเราเอง เข้าใจชีวิตมากขึ้น ยอมรับอะไรได้เยอะขึ้น และอยากให้กำลังใจคนที่ท้อแท้กับชีวิต อย่าคิดว่าชีวิตไม่มีความหวัง อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ความทุกข์ยังไงก็ต้องมีวันหายไป เหมือนน้ำรอระบาย มันมาเยอะสักพักมันก็หายไป อย่าไปจมอยู่กับความทุกข์มองหาความสุขรอบตัว มองให้กว้างไว้” แซม ณัฐพล ให้เผยถึงที่มาของการทำเพจ

แม้วันนี้ร่างกายของ แซม จะไม่แข็งแรง แต่วิธีการมองโลกทำให้เขาเข้มแข็ง และมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘Sam’s Story’ และเฟซบุ๊กส่วนตัวของแซม

และบทสัมภาษณ์บางตอนจากรายการ”ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ live”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน